สำนักงาน ก.ล.ต.เผยข้อมูลสินทรัพย์ดิจิทัลรายสัปดาห์ ( ณ 24 ม.ค.) พบว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีมูลค่าทั่วโลกอยู่ที่ 1.55 ล้านล้านดอลลาร์ ซื้อขายต่อวัน 1.55 แสนล้านดอลลาร์ โดยคริปโทฯ ผลตอบแทนยังคงร่วงต่อเนื่องนำโดย “อีเธอร์เรียม” ติดลบสูงสุด 36.15% ทั้งนี้มูลค่าซื้อขายส่วนใหญ่มาจากบุคคลธรรมดาในประเทศ 1.05 แสนล้านบาท และมีจำนวนบัญชีซื้อขายอยู่ที่ 5.90 แสนบัญชี
วันที่ 29 มกราคม 2565 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยว่า ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก (24 ม.ค.) มีมูลค่าตาม Market cap. หรือ มูลค่าตามราคาตลาด อยู่ที่ประมาณ 1.55 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีมูลค่าการซื้อขายล่าสุดอยู่ที่ 1.12 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน
โดยสินทรัพย์ดิจิทัลที่มี Market Cap. สูงสุดนำโดยบิตคอยน์ (Bitcoin) 41.84% ตามด้วยอีเธอร์เรียม (Ethereum) 17.32% และ ธีเทอร์ (Tether) , บีเอ็นบี (BNB) และ USD Coin มี Market Cap. อยู่ที่ 5.4% , 372% และ 3.8% ตามลำดับ (ข้อมูล ณ 24 ม.ค.65)
ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) พบว่าผลตอบแทนถ่านหิน (Coal) สูงสุดในแอสเซทคลาส อยู่ที่ 29.38% ตามด้วยน้ำมัน (Oil) 8.21% และอลูมิเนียม (Aluminium) 7.45% รวมถึงทองคำ (Gold) ผลตอบแทนไม่ติดลบอยู่ที่ 1.57%
ขณะที่คริปโทเคอร์เรนซี อย่าง อีเธอร์เรียม ติดลบหนักสุดในแอสเซทคลาส 36.15% ตามด้วยเหรียญคับติดลบ 28.36% รวมถึง XPR และบิตคอยน์ ติดลบ 26.15% และ 20.32% ตามลำดับ นอกจากนี้ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ก็ติดลบลงมาอยู่ที่ 1.78%

ทั้งนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูงขึ้น และมีมูลค่าซื้อขายสะสมแยกประเภทของสินทรัพย์ดิจิทัลค่อนข้างกระจายตัว โดยมูลค่าซื้อขายผ่านเว็บเทรด หรือ Exchange ของไทยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (24 ม.ค.65) พบว่า เหรียญคับ (kub) มีมูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 17.27% ตามด้วยธีเทอร์ (Tether) 12.33% ขณะที่บิตคอยน์และอีเธอเรียม มีมูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 9.42% และ 6.87% ตามลำดับ
ทั้งนี้พบว่ามูลค่าซื้อขายส่วนใหญ่มาจากบุคคลธรรมดาในประเทศ ปัจจุบัน (ณ 24 ม.ค.65) มีมูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 1.05 แสนล้านบาท และมีจำนวนบัญชีซื้อขาย อยู่ที่ 5.90 แสนบัญชี นอกจากนี้ ณ ธ.ค.64 มีจำนวนบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าอยู่ที่ 2,271,442 บัญชี
ด้านนิติบุคคลต่างประเทศเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อบัญชีสูงสุด ( ณ 24 ม.ค.65) อยู่ที่ 239.32 แสนล้านบาท ซึ่งในช่วงต้นเดือนม.ค.บุคคลธรรมดาในประเทศและต่างนิติบุคคลต่างประเทศมียอดซื้อสุทธิ 1.9 หมื่นล้านบาท ขณะที่บุคคลธรรมดาต่างประเทศมียอดขายสุทธิอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท
