เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ก.กลาง ยึดมติฟันโกงสอบ 5,925 ราย จ่อขีดเส้น อปท.ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค.
Politics ก.กลาง ยึดมติฟันโกงสอบ 5,925 ราย จ่อขีดเส้น อปท.ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค.
‘กลุ่มวัธนเวคิน’ ขยับใหญ่ ทุ่ม 700 ล้าน ปักหมุด PADDIO บูมแลนด์แบงก์บางนา 400 ไร่
Real Estate ‘กลุ่มวัธนเวคิน’ ขยับใหญ่ ทุ่ม 700 ล้าน ปักหมุด PADDIO บูมแลนด์แบงก์บางนา 400 ไร่
สกสว.ผนึก DIP คิกออฟมหกรรมหนุนเชื่อมนวัตกรรมเพิ่มคุณค่างานวิจัย
Uncategorized สกสว.ผนึก DIP คิกออฟมหกรรมหนุนเชื่อมนวัตกรรมเพิ่มคุณค่างานวิจัย
สิ้นยุคหวานร้อย ต้องหวานน้อยเท่านั้น Grab บอกคนสั่ง ‘หวานน้อย’ เพิ่มขึ้น 50% กาแฟดำ-เคลียร์มัทฉะนำโด่ง
Business สิ้นยุคหวานร้อย ต้องหวานน้อยเท่านั้น Grab บอกคนสั่ง ‘หวานน้อย’ เพิ่มขึ้น 50% กาแฟดำ-เคลียร์มัทฉะนำโด่ง
ไปรษณีย์ไทยโชว์พลัง ‘ซูเปอร์ดาต้า’ พลิกบทบาทสู่ Lifestyle Logistics
Tech ไปรษณีย์ไทยโชว์พลัง ‘ซูเปอร์ดาต้า’ พลิกบทบาทสู่ Lifestyle Logistics
ดูทั้งหมด

ประยุทธ์ เร่ง ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น และ เด็กอายุ 5-11 ปี

11 ก.พ. 2565 | 15:36น.

ประยุทธ์ ถก ศบค. เร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น-เด็กอายุ 5 ถึง 11 ปี สั่ง สธ. ทำแผน-ความเข้าใจ ก่อนเปลี่ยนผ่านจากโรคระบาดสู่โรคประจำถิ่น ผุดสโลแกนวันวาเลนไทน์ “รักอย่างไร ไม่ติดโควิด”

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ครั้งที่ 3/2565 ย้ำเน้นการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมวันวาเลนไทน์ให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด “รักอย่างไร ไม่ติดโควิด”

มอบนโยบายให้ครูและบุคลากรด้านการศึกษารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็ม 2 เพื่อให้โรงเรียนปลอดภัย พร้อมกำชับสำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมแก๊งหลอกลวงขายชุดตรวจ ATK ด้วย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อที่ประชุมว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก มีอัตราการติดเชื้อที่สูงขึ้น และคาดว่าได้ผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว แม้โอมิครอนจะแพร่เชื้อได้ง่าย มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูง แต่อัตราการเสียชีวิตไม่ได้สูงขึ้นตามไปด้วย

ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มในหลายจังหวัด มากขึ้นในลักษณะคลัสเตอร์ในสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในโรงเรียนและตลาด จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันในการกำกับติดตาม เฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเต็มความสามารถต่อไป

พร้อมเร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้มากขึ้น ด้วยการสร้างความรู้และความเข้าใจให้กับประชาชน รวมทั้งผู้ปกครองของเด็กที่มีอายุระหว่าง 5-11 ปี ด้วย เพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความมั่นใจว่าวัคซีนที่รัฐบาลจัดหาให้เด็กเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัย และเพื่อให้เด็กนักเรียนได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาตามปกติให้ได้โดยเร็ว

โดยขอให้ ศปก.สธ. กทม. และทุกจังหวัด เร่งดำเนินการและอำนวยความสะดวกเพื่อให้เด็กสามารถเข้าถึงวัคซีนได้อย่างทั่วถึง และมีความพร้อมในการเรียน On Site ได้เร็วที่สุด

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง ศปก.ศบค. และ ศปก.สธ. ได้ประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดพบว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงเป็นไปตามที่คาดหมาย และมีมาตรการรองรับที่เหมาะสม โดยปัจจัยเสี่ยงยังเป็นลักษณะเดิม คือการไปร่วมงาน ปาร์ตี้ สังสรรค์ รับประทานอาหารร่วมกัน การเปิดหน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งส่งผลให้ผู้ติดเชื้อมีจำนวนสูงขึ้น

ดังนั้น จึงยังต้องรักษามาตรการ VUCA คือ ฉีดวัคซีน ป้องกันตนเองตลอดเวลา ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการ COVID Free Setting และตรวจ ATK อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอให้ ศปก.สธ. ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาด และการเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นของโรคโควิด-19 โดยให้ความรู้เกี่ยวกับการนิยามทางระบาดวิทยา เกณฑ์ของประเทศไทยในการเข้าข่ายโรคประจำถิ่น รวมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหลังโควิดเป็นโรคประจำถิ่น

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นให้มีการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 รายวัน ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด -19 ที่เพิ่มสูงขึ้น ไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นระบบสาธารณสุข โดยให้มีการปรับเกณฑ์และมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาด เน้นการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น และการฉีดวัคซีนในเด็กและเด็กเล็ก

พร้อมสั่งการให้จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายวันสูง เช่น กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ภูเก็ต สมุทรปราการ ราชบุรี รวมทั้งการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในจังหวัดที่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว ให้ค้นหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร และหาวิธีการเพื่อลดจำนวนการติดเชื้อรายวันให้ได้ หรือให้จำนวนลดลงให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ขณะเดียวกัน ยังมอบนโยบายให้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรด้านการศึกษารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็ม 2 โดยครูทุกคนต้องถือเป็นหน้าที่ เพื่อให้โรงเรียนปลอดภัย ให้นักเรียนปลอดภัย และให้กระทรวงศึกษาธิการประเมินครูที่ทำหน้าที่สอนทั้งแบบ On line/On site และ On air

นอกจากนี้ ยังย้ำถึง ต้องให้ประชาชนเข้าถึงชุดตรวจ ATK ได้ง่ายและราคาไม่แพง โดยพร้อมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาชุดตรวจ ATK สินค้านวัตกรรมงานวิจัยของศิริราช ม.มหิดล ให้สำเร็จให้มากที่สุด และสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องกวดขันจับกุมแก๊งหลอกลวงขายชุดตรวจ ATK ปลอมด้วย

ขณะที่กิจกรรมที่เสี่ยงจะต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากพบฝ่าฝืนมาตรการและผิดกฎหมาย ต้องดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งต้องมีการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมวันวาเลนไทน์ให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด “รักอย่างไร ไม่ติดโควิด” ต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข ประชาสัมพันธ์ในทุกพื้นที่

ทั้งนี้ ในที่ประชุม ศบค. ยังคงระดับพื้นที่และมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 พร้อมทั้งมีมติเห็นชอบในหลักการการจัดทำความตกลง ATB ระหว่างไทย – อินเดีย โดยมอบให้กระทรวงคมนาคมนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกหน่วยงานที่ทำงานอย่างเต็มที่ ถึงแม้ประเทศไทยจะอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ก็ยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 5 ของประเทศที่ผู้สูงอายุชาวฝรั่งเศส เลือกที่จะไปใช้ชีวิตหลังเกษียณมากที่สุด ซึ่งมีเพียง 2 ประเทศในเอเชียที่ติดอันดับ คือไทยและอินโดนีเซีย (อันดับที่ 7) สะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของไทย โดยประเทศไทยมีคะแนนนำในด้านตัวชี้วัดด้านค่าครองชีพ อสังหาริมทรัพย์ และด้านการแพทย์

ในนามของรัฐบาล ขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่ดำเนินงานในเรื่องนี้ มั่นใจ ศบค. ในนามของรัฐบาล จะสามารถแก้ปัญหาการระบาดระลอกนี้ได้ เชื่อมั่นว่าทุกคนจะช่วยกันแก้ปัญหาให้ผ่านวันเวลาช่วงวิกฤตนี้ไปได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนโควิด โควิด-19