เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยมีอะไร? ทำไมเป็นฐาน ‘Backend’ ประกอบชิปแห่งใหม่ของโลก
Tech ไทยมีอะไร? ทำไมเป็นฐาน ‘Backend’ ประกอบชิปแห่งใหม่ของโลก
โตโยต้า เผยตลาดรถยนต์ฟื้นตัว โต 16.60% ขายรถ 8 เดือนแรก ยอดแตะ 4.65 แสนคัน
Automotive โตโยต้า เผยตลาดรถยนต์ฟื้นตัว โต 16.60% ขายรถ 8 เดือนแรก ยอดแตะ 4.65 แสนคัน
สวนสยาม ชี้น้ำท่วมฉุดรายได้ช่วงไฮซีซั่น ลุ้นเคลมประกันครบ 195 ล้าน – กลับมาเปิดใหม่
Business สวนสยาม ชี้น้ำท่วมฉุดรายได้ช่วงไฮซีซั่น ลุ้นเคลมประกันครบ 195 ล้าน – กลับมาเปิดใหม่
ซีพีร่วมยินดี คุณหญิงกษมา รับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ จุฬาฯ
Biz Movement ซีพีร่วมยินดี คุณหญิงกษมา รับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ จุฬาฯ
ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 67,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 67,450 บาท
OR เดินหน้าลงทุน 700 ล้าน สร้าง Budget Hotel เปิดบริการ Q3 ปี’70 ประเดิม 3 แห่ง
Business OR เดินหน้าลงทุน 700 ล้าน สร้าง Budget Hotel เปิดบริการ Q3 ปี’70 ประเดิม 3 แห่ง
อนุทิน คุย Airbus ชวนใช้เชื้อเพลิงที่ผลิตในไทย ขยายความร่วมมือเทคโนโลยีอวกาศ
Politics อนุทิน คุย Airbus ชวนใช้เชื้อเพลิงที่ผลิตในไทย ขยายความร่วมมือเทคโนโลยีอวกาศ
MiVana เปลี่ยนเนื้อกาแฟที่โดนทิ้ง เป็นเครื่องดื่มสุขภาพจากป่าต้นน้ำ
SD MiVana เปลี่ยนเนื้อกาแฟที่โดนทิ้ง เป็นเครื่องดื่มสุขภาพจากป่าต้นน้ำ
สทนช.เผยน้ำเหนือลด เร่งระบายทุกสายลงอ่าวไทย เตรียมรับฝน​ 11-13​ ต.ค.​
Politics สทนช.เผยน้ำเหนือลด เร่งระบายทุกสายลงอ่าวไทย เตรียมรับฝน​ 11-13​ ต.ค.​
TACC ขยายพอร์ตธุรกิจ B2C ลุยตลาด “น้ำด่าง” ปั้นรายได้พันล้านบาท
Business TACC ขยายพอร์ตธุรกิจ B2C ลุยตลาด “น้ำด่าง” ปั้นรายได้พันล้านบาท
ดูทั้งหมด

สธ.ท้วงคปภ. เบรกเกณฑ์ใหม่ประกัน ยันโควิดรักษาที่บ้านเป็น “ผู้ป่วยใน”

15 ก.พ. 2565 | 09:15น.
Home Isolation

กระทรวงสาธารณสุขโต้แนวปฏิบัติใหม่สมาคมประกันชีวิตไทย เตรียมส่งหนังสือแจ้งคปภ. ระบุผู้ป่วยโควิดรักษาตัวที่บ้าน Home Isolation Community Isolation หรือ ฮอสพิเทล ถือเป็น “ผู้ป่วยใน” ในโรงพยาบาลตามกฎหมายสถานพยาบาลของสธ. บริษัทประกันจะยกเหตุมาอ้างว่าไม่ได้ admit ในรพ. เพื่อหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าสินไหมไม่ได้ หลังสมาคมฯประกาศใช้เกณฑใหม่ 15 ก.พ.นี้

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่สมาคมประกันชีวิตไทยแจ้งบริษัทสมาชิกออกหนังสือแจ้งแนวปฏิบัติใหม่การให้ความคุ้มครองการประกันสุขภาพ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อโควิด-19 ของบริษัทประกันชีวิต โดยมีเนื้อหาสรุปโดยย่อว่า จากนี้ไปหรือมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป บริษัทประกันชีวิตจะให้การชดเชยค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายวันสำหรับผู้เอาประกันที่ป่วยเป็นโควิด ก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น

โดยสมาคมประกันชีวิตไทยอ้างว่าแนวปฏิบัติใหม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เรื่อง แนวทางปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในการให้คำแนะนำผู้ป่วยและการจัดบริการผู้ป่วยโควิด-19 แบบ Home Isolation ฉบับปรับปรุง เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2565

โดยประกาศของกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้ ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติให้ผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ให้กักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ส่วนผู้ป่วยที่จะเข้ารักษาเป็น “ผู้ป่วยใน” ในโรงพยาบาลนั้น จะต้องมีความจำเป็นทางการแพทย์และมาตรฐานทางการแพทย์ ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข “ข้อใดข้อหนึ่ง” ดังต่อไปนี้

  • เมื่อมีอาการไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส ระยะเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง
  • หายใจเร็วกว่า 25 ครั้ง ต่อนาทีในผู้ใหญ่
  • Oxygen Saturation < 94%
  • โรคประจำตัวที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือจำเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ตามดุลยพินิจของแพทย์
  • สำหรับในเด็ก หากมีอาการหายใจลำบาก ซึมลง ดื่มนมหรือทานอาหารน้อยลง

ส.ประกันชีวิตไทยใช้เกณฑ์ใหม่ กักตัวที่บ้านไม่ถือเป็น “ผู้ป่วยใน”

สมาคมประกันชีวิตไทยยกเหตุผลว่า ในระยะเวลาอันใกล้ การติดเชื้อโควิด-19 จะกลายสภาพเป็นเหมือน “โรคประจำถิ่น” เช่นเดียวกับ โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งกระบวนการดูแลรักษาจะเปลี่ยนแปลงไป ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาเป็น “ผู้ป่วยใน” อีกต่อไป และ ผู้เข้ารับการรักษาใน Hospitel ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย

ดังนั้น การรักษาใน Hospitel เป็นเพียงการแยกกักตัว (isolation) ซึ่งไม่ควรถือว่าเป็นการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (admit)ตามนิยามเดิม

สมาคมจึงขอให้บริษัทประกันชีวิตที่เป็นสมาชิก ได้เตรียมความพร้อมในการสื่อสารภายในบริษัทและโรงพยาบาลคู่สัญญา เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการรักษาพยาบาลแบบ “ผู้ป่วยใน” และสัญญาเพิ่มเติมค่าชดเชยรายได้จากการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (ถ้ามี) ให้สอดคล้องตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าว

สรุปพอให้เข้าใจง่ายๆ คือ ผู้เอาประกันภัยที่ป่วยเป็นโรคโควิด จะเบิกค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยรายได้จากการนอนโรงพยาบาลหรือฮอสพิเทลได้นั้น ต้องมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ข้อใดข้อหนึ่งใน 5 ข้อ ข้างต้นเท่านั้น ถ้าไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย ต้องใช้วิธีกักตัวที่บ้านเอง (home isolation) ซึ่งจะเบิกค่ารักษาจากบริษัทไม่ได้

พร้อมทั้งให้ตัวแทนประกันชีวิตจึงต้องเร่งทำความเข้าใจ และชี้แจงให้ลูกค้าเข้าใจในเงื่อนไขก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือฮอสพิเทลต่อไป

นอกจากนี้ยังมีหมายเหตุว่า ถ้าโรงพยาบาลยังรับเข้าแอดมิททั้งที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย ผู้เอาประกันอาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดด้วย

โดยจะเริ่มใช้แนวปฏิบัติใหม่นี้พร้อมกันทั้งธุรกิจ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป

สธ.ยันแนวปฏิบัติ บ.ประกันไม่สอดคล้องกับของสาธาณสุข

จากปัญหาและแนวปฏิบัติใหม่ที่สมาคมประกันชีวิตไทยอ้างว่าเตรียมจะบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป ทำให้เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ทำหนังสือด่วนที่สุด ถึง นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรายงานความเห็นต่อหนังสือสมาคมประกันชีวิตไทย

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์

สาระสำคัญของหนังสือดังกล่าวระบุว่า ด้วยมีหนังสือของสมาคมประกันชีวิตไทย แจ้งแนวปฏิบัติการให้ความคุ้มครองตามสัญญาประกันสุขภาพ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของบริษัทประกันชีวิตว่า แนวทางการรักษาไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาเป็น “ผู้ป่วยใน” ผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ หรือ มีอาการเพียงเล็กน้อยให้กักตัวที่บ้าน (Home Isolation)

ซึ่งข้อความในหนังสือดังกล่าวส่งผลกระทบให้สถานพยาบาลเอกชนปฏิเสธการรับผู้ป่วย และส่งต่อให้โรงพยาบาลของรัฐทำการรักษา และอาจส่งผลให้บริษัทประกันชีวิตหลายแห่งไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือค่าชดใช้รายได้ตามกรมธรรม์ประกันชีวิต (รายละเอียดตามสำเนาของสมาคมประกันชีวิตไทยที่แนบมา

กรมการแพทย์ได้พิจารณาและร่วมมือกันหารือกับผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และผู้แทนกรมควบคุมโรค เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 ได้ข้อสรุปร่วมกัน ดังนี้

1.ตามแนวปฏิบัติการให้ความคุ้มครองตามสัญญาประกันสุขภาพ ของสมาคมประกันชีวิตไทย มีข้อความไม่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขกำหนด ได้แก่ การกลายสภาพเป็นโรคประจำถิ่น การแยกกักตัว และแนวทางการส่งต่อผู้ป่วยแยกกักตัวเข้าโรงพยาบาล

2.ตามแนวทางปฏิบัติที่หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขที่กล่าวในข้อ 1 โรคติดเขื้อโควิด-19 ถือเป็นโรคติดต่ออันตราย โดยให้แยกกักตัวผู้ป่วยยืนยัน และ Home Isolation เป็นแนวทางหลักในการดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงระยะที่แพร่เชื้อได้ มีความจำเป็นที่จะต้องให้ผู้ป่วยแยกจากคนอื่น และแพทย์เห็นว่าสามารถดูแลรักษาที่บ้านได้โดยมีกฎกระทรวง ประกาศกระทรวง คำสั่งของหน่วยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

2.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สถานพยาบาลอื่นซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล เฉพาะผู้ป่วยโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคโควิด-19 ณ ที่พำนักของผุ้ป่วย เป็นการชั่วคราว กำหนด “สถานพยาบาล ณ ที่พำนักของผู้ป่วย” ถือว่าเป็นผู้ป่วยของสถานพยาบาล ซึ่งรวมถึง Home Isolation ได้แก่ บ้านหรือที่พักอาศัยของผู้ป่วยโรคติดต่ออันตรายตามกฎมายว่าด้วยโรคติดต่อกรณีโรคโควิด-19

2.2 กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดให้มีและรายงาน หลักฐานเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลและผู้ป่วย และเอกสารอื่นที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ.2554 กำหนดนิยาม “ผู้ป่วยใน” หมายความว่า ผู้ป่วยซึ่งมารับการรักษาพยาบาลโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ให้การรักษาพยาบาลสั่งให้รับไว้ เพื่อให้อยู่พักรักษาในสถานพยาบาล และได้รับการลงทะเบียนเป็นผู้ป่วย

2.3 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีคำสั่งนายทะเบียนที่ 43/2564 สั่ง ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 เรื่อง การจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดโควิด-19 และได้เข้ารับการดูแลรักษาแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation สำหรับบริษัทประกันชีวิตข้อ 4 ให้บริษัทจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีการดูแลรักษาแบบ Home Isolation หรือการดูแลรักษาแบบ Community Isolation แต่อย่างไรก็ดี คำสั่งดังกล่าวจะมีผลกับสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้แก่ผู้เอาประกันภัยที่ทำขึ้นก่อนหรือในวันที่ 30 กันยายน 2564 เท่านั้น

2.4 ตามกรมธรรม์ประกันชีวิตทั่วไป “ผู้ป่วยใน” หมายถึงผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือ สถานพยาบาลตั้งแต่ 6 ชั่วโมงขึ้นไป

covid โควิด
FILE PHOTO: REUTERS/Kacper Pempel

ยันผู้ป่วยโควิดรักษาตัวที่บ้านเป็น “ผู้ป่วยใน”

ช่วงท้ายของหนังสือระบุว่า จากกฎกระทรวง ประกาศกระทรวง คำสั่ง คปภ. และ คำจำกัดความในกรมธรรม์ดังกล่าว Home Isolation จึงเป็นการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่อยู่ในช่วงระยะที่แพร่เชื้อมีความจำเป็นที่จะต้องให้ผู้ป่วยแยกจากคนอื่น ใน “สถานพยาบาล ณ ที่พำนักของผู้ป่วย” ซึ่งถือว่าเป็นผู้ป่วยของสถานพยาบาล โดยเป็น “ผู้ป่วยใน” ที่แพทย์ผู้ให้การรักษาพยาบาลสั่งให้รับไว้เพื่อให้อยู่พักรักษาในสถานพยาบาล

ในที่นี้คือ สถานพยาบาล ณ ที่พำนักของผู้ป่วย และมีการลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เป็นไปตามความหมายของ “ผู้ป่วยใน” ตามกรมธรรม์ประกันชีวิตทั่วไป

ทั้งนี้ คปภ. มีคำสั่งให้บริษัทจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งมีการดูแลรักษาแบบ Home Isolation และเห็นสมควรแจ้งให้ คปภ. ทราบถึงสถานการณ์ที่สมาคมประกันชีวิตไทยแถลงการณ์กับสมาชิกในการพิจารณาเงื่อนไขการจ่ายค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยกับผู้เอาประกันภัยที่ทำไว้ก่อนแล้ว และเงื่อนไขที่บริษัทประกันภัยจะกำหนดในอนาคต รวมถึงโรงพยาบาลเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับบริษัทประกันภัย

เพื่อกำกับติดตามการดำเนินงานของบริษัทประกัน มิให้เกิดผลกระทบกับผู้ป่วย และสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย

เตรียมส่งหนังสือแจ้งคปภ. อ้างเหตุเลี่ยงจ่ายสินไหมไม่ได้

ทางด้าน นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวถึงกรณีบริษัทประกันสุขภาพ ไม่ยอมจ่ายค่าสินไหมให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เข้าระบบการดูแลรักษาที่บ้าน Home Isolation ว่า สบส.จะทำหนังสือส่งถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อยืนยันว่า ผู้ป่วยโควิดที่ดูแลตัวเองที่บ้านจัดอยู่ในระบบการดูแลผู้ป่วยในของโรงพยาบาล โดยจะอ้างเป็นเหตุไม่จ่ายค่าสินไหมไม่ได้

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์
นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์

“บริษัทประกันบางที่ตีความการเข้ารักษาในระบบ HI มาเป็นข้ออ้างไม่จ่ายให้คนพักรักษาตัวที่บ้านหรือฮอสพิเทล ซึ่งกรมการแพทย์ สบส. และกรมควบคุมโรค มีการประชุมและดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว กำลังทำหนังสือยืนยันไปทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อยืนยันว่า

ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารักษาตามผู้ป่วยในที่เราออกแบบไว้ ทั้ง HI CI หรือฮอสพิเทล ถือเป็นสถานพยาบาลชั่วคราวตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล จึงมีสิทธิในกรมธรรม์ได้รับการชดเชยหรือการเยียวยาตามกรมธรรม์ที่ซื้อไว้ จะอ้างว่าไม่แอดมิตใน รพ.ไม่ได้” นพ.ธเรศกล่าว

โดยระหว่างรอการหารือกับคปภ. นพ.ธเรศ กล่าวว่า หากเจ็บไข้ได้ป่วยสถานพยาบาลจะทำการรับรองท่านว่าเจ็บไข้ได้ป่วยอะไร และจะเป็นผู้เบิกกรณีค่ารักษาพยาบาล ส่วนค่าชดเชยจะเป็นระหว่างกรมธรรม์ และผู้เอาประกัน ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้ประชุมกัน และลงมติว่า จะทำหนังสือแจ้ง คปภ.ภายในสัปดาห์นี้ว่า การอยู่ HI CI หรือ Hospitel ถือว่าเป็นการรักษาที่อยู่ในสถานพยาบาล

เนื่องจากระบบได้กำหนดให้เป็นสถานพยาบาลชั่วคราว มีระบบเหมือนสถานพยาบาลหมด มีเครื่องมือวัดออกซิเจน มีหมอโทรติดตามอาการ มีอาหารส่ง ออกแบบมาให้คนไข้นอนรักษาเหมือนสถานพยาบาล