สธ.เดินหน้าเวทีนโยบายสุขภาพปอด เร่งรับมือมะเร็งปอด-โรคปอดเรื้อรัง ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงการรักษา
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เดินหน้าขับเคลื่อนทิศทางนโยบายสุขภาพปอดของประเทศไทย ผ่านเวทีเสวนาเชิงนโยบาย “Lung Health Policy Forum: เรื่องช่วยหายใจ นโยบายในฝันที่จะทำให้สุขภาพปอดคนไทยแข็งแรงขึ้น” มุ่งเป้าลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งปอดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พร้อมสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงนวัตกรรมการคัดกรองและการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
รายงานข่าวจาก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า สถานการณ์โรคมะเร็งทั่วโลกมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า จำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่มีแนวโน้มเพิ่มจาก 20 ล้านรายเป็นเกือบ 35 ล้านรายต่อปีภายในปี 2593 ขณะที่ภูมิภาคเอเชียมีสัดส่วนผู้ป่วยมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก และมะเร็งปอดยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก รวมถึงประเทศไทย ทั้งนี้ WHO ยังได้วางกรอบยุทธศาสตร์สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ Better Capabilities, Better Protections และ Better Value เพื่อเสริมศักยภาพระบบสุขภาพ คุ้มครองผู้ป่วย และสร้างคุณค่าจากนวัตกรรมและงานวิจัย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างเท่าเทียม
ในประเทศไทย นอกจากมะเร็งปอดแล้ว โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ยังเป็นอีกหนึ่งปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อประชาชน โดยคร่าชีวิตคนไทย กว่าปีละ 20,000 คน สะท้อนถึงภาระโรคทางปอดที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และตอกย้ำความจำเป็นในการเร่งยกระดับการป้องกัน การคัดกรอง การวินิจฉัย และการเข้าถึงการรักษาอย่างทันท่วงทีและทั่วถึง

เดินหน้า พ.ร.บ.มะเร็ง สร้างระบบดูแลโรคมะเร็งที่ครอบคลุม
นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ ประธานในการเสวนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการยกระดับการดูแลสุขภาพปอดและการรักษาโรคมะเร็งอย่างครบวงจร ปัจจุบันสถาบันมะเร็งแห่งชาติกำลังอยู่ระหว่างศึกษาร่าง พระราชบัญญัติโรคมะเร็งแห่งชาติ และจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายโรคมะเร็ง
ระดับชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน เพื่อวางแนวทางจัดการปัญหาโรคมะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ
เวทีเสวนาในวันนี้สะท้อนเสียงจากหลากหลายภาคส่วน ตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติงานจนถึงผู้กำหนดนโยบาย และนับเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอข้อมูลต่อผู้กำหนดนโยบาย โดยมีประเด็นเร่งด่วนที่ต้องขับเคลื่อน ได้แก่ การบูรณาการฐานข้อมูลสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ทั้งในส่วนของข้อมูลผู้ป่วยเพื่อการคัดกรองและการเข้าถึงการรักษา และข้อมูลกำลังคนเพื่อวางแผนการผลิตบุคลากรให้สอดคล้องกับพื้นที่จริง ควบคู่ไปกับการจัดการด้านบุคลากรเพื่อสร้างความต่อเนื่องในการวินิจฉัย-รักษา-ส่งต่อระหว่างโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลศูนย์
นอกจากนี้ ยังต้องมีความชัดเจนในด้านการเงิน การเบิกจ่ายงบประมาณ และเกณฑ์การเข้าถึงยาและเทคโนโลยีทางการแพทย์ตามระดับความรุนแรงของโรค โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-based) เป็นฐานในการพัฒนานโยบาย พร้อมขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมโรคทางปอดและภาระโรคอื่น ๆ นอกเหนือจากมะเร็งปอด

“ตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น” จุดเปลี่ยนลดการเสียชีวิตจากมะเร็งปอด
รศ. นพ.กมล แก้วกิติณรงค์ นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เน้นย้ำถึงความรุนแรงของมะเร็งปอดว่า มะเร็งปอดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย คร่าชีวิตกว่า 20,000 คนต่อปี แม้ปัจจุบันจะมีนวัตกรรมการรักษาที่ก้าวหน้าขึ้นและช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย แต่แต่ประเทศไทยยังคงมีอัตรา
การเสียชีวิตสูง โรคมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มแรก
ขณะเดียวกัน ภาพของผู้ป่วยมะเร็งปอดในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้สูบบุหรี่เท่านั้น งานวิจัยพบว่า มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในผู้หญิงและคนอายุน้อยที่ไม่เคยสูบบุหรี่ โดยมีสาเหตุจากการกลายพันธุ์ของยีน EGFR สูงถึง 50-60% และที่น่ากังวลคือ ผู้ป่วยมะเร็งปอดในไทยมากกว่า 70% ถูกวินิจฉัยเมื่อโรคลุกลามไปแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับการคัดกรองและการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรก

ศ. พญ.ธัญนันท์ ใบสมุทร อายุรแพทย์มะเร็งวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งปอด คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มะเร็งปอดเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนควรใส่ใจ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่ ควรเข้ารับการคัดกรองด้วย Low-Dose CT Scan เพื่อเพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการรักษาที่ก้าวหน้าและแม่นยำขึ้นมาก ทั้งการผ่าตัด การรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพ ยามุ่งเป้า และภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยแต่ละรายเข้าถึงแนวทางการรักษาที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำว่า หากพบสัญญาณเตือน เช่น ไอเรื้อรัง น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หรือความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ ควรรีบพบแพทย์ใกล้บ้านเพื่อรับการประเมินอย่างถูกต้อง เพราะยิ่งตรวจพบเร็ว โอกาสในการรักษาให้หายหรือควบคุมโรคได้ก็ยิ่งมากขึ้น
เร่งการตรวจสมรรถภาพปอดอย่างทั่วถึง ลดผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง

รศ. นพ.วัชรา บุญสวัสดิ์ ประธานเครือข่ายคลินิกโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย (EACC) ระบุว่า ความท้าทายสำคัญของโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังคือ ผู้ป่วยจำนวนมากมักรับรู้โรคเมื่อมีอาการรุนแรงแล้ว เนื่องจากยังไม่รู้จักและเข้าไม่ถึงการตรวจสมรรถภาพปอด ส่งผลให้ไม่ได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จนเกิด
ความเสียหายต่อปอดมากขึ้นและทำให้ผลการรักษาไม่เต็มประสิทธิภาพ ทั้งที่เป็นโรคที่สามารถควบคุมและดูแลได้หากตรวจพบเร็ว
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังยังเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของคนไทย โดยมีผู้เสียชีวิต กว่าปีละ 20,000 คนสะท้อนถึงความจำเป็นในการเร่งยกระดับการรับรู้ของประชาชนและการเข้าถึงการตรวจคัดกรองอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเข้าสู่ระยะรุนแรงโดยไม่จำเป็น
การตรวจสมรรถภาพปอดสามารถทำได้ไม่ยาก โดยอาจเริ่มจากการใช้อุปกรณ์อย่าง Peak Flow Meter ซึ่งมีราคาไม่สูงและสามารถใช้ติดตามอาการได้ที่บ้าน โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้สูบบุหรี่ ผู้สัมผัสมลภาวะหรือฝุ่น PM 2.5 หรือผู้ที่มีอาการไอ หายใจไม่อิ่ม หรือหายใจมีเสียงวี๊ด ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง แทนการรอจนเกิดอาการกำเริบรุนแรง
ระดมทุกภาคส่วน สู่ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสุขภาพปอดคนไทย
การเสวนาครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมระดมความคิดเห็นและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสุขภาพปอดของประเทศไทย ทั้งภาครัฐ บุคลากรทางการแพทย์ นักวิชาการ ภาคประชาสังคม เครือข่ายผู้ป่วย และภาคีด้านสุขภาพ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันระบบดูแลสุขภาพปอดที่ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การคัดกรอง การวินิจฉัย การรักษา ตลอดจนการดูแลต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนไทย
ขณะที่ มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง และ ชมรมเพื่อนมะเร็งปอด ได้ร่วมสะท้อนเสียงของผู้ป่วยและครอบครัว พร้อมเรียกร้องให้เกิด สิทธิการรักษาที่เท่าเทียมและ สิทธิในการเข้าถึงการตรวจคัดกรองสุขภาพปอดอย่างทั่วถึงสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม เนื่องจากปัจจุบันลักษณะของผู้ป่วยมะเร็งปอดเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โรคนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้สูบบุหรี่อีกต่อไป แต่สามารถพบได้ในคนอายุน้อย ผู้หญิง ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง และผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ สะท้อนให้เห็นว่ามะเร็งปอดเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนควรตระหนักและไม่ควรมองข้าม
จึงถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนข้อเสนอจากเวทีเสวนาไปสู่แนวทางและแผนปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สังคม ขยายโอกาสการตรวจคัดกรองสำหรับกลุ่มเสี่ยง และผลักดันให้ผู้ป่วยเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาได้อย่างเท่าเทียม ทันท่วงที และเป็นธรรม เพื่อเพิ่มโอกาสตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดการสูญเสีย และยกระดับระบบสุขภาพปอดของคนไทยในระยะยาว