หุ้นไทยแกว่งตัว 1,680-1,695 จุด อิงทางลง หุ้นพลังงาน-ฟันด์โฟลว์ ประคองตลาด
บล.ฟิลลิป ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวในกรอบ 1,680-1,695 จุด อิงทางลงเบา ๆ มีลุ้นยืน 1,680 จุดได้จะมีโอกาสรีบาวนด์ หลังเผชิญความกังวลภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน ประชุมนัดพิเศษของเฟด หวั่นความเป็นไปได้ขึ้นดอกเบี้ยงเร่งด่วนก่อนการประชุม FOMC เดือน มี.ค. 2565 แต่มีแรงหนุนจาก “หุ้นพลังงาน-ฟันด์โฟลว์” ประคองตลาด
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า ดัชนี SET Index เช้านี้คาดแกว่งตัวในกรอบทางลงตามทิศทางตลาดหุ้นฝั่ง
ยุโรปและตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวลงจาก 1.ความกังวลกรณีรัสเซีย-ยูเครน มีความเสี่ยงเกิดเป็นภาวะสงคราม และ 2.การประชุมนัดพิเศษของกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่คาดว่าเป็นการหารือเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งแตะ 7.5% สูงที่สุดในรอบ 40 ปี
แต่ตลาดหุ้นไทยวันนี้อาจมีช่วงลบน้อยกว่า เนื่องจากได้แรงหนุนจาก 1.หุ้นกลุ่มพลังงานเข้าประคองตลาด จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นและปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศ และ 2.ทิศทางเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องเฉลี่ย 3 วันทำการยังสูงกว่า 5,000 ล้านบาทต่อวัน ผลักดันเงินค่าบาทแข็งค่าแตะระดับ 32.45 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
จึงคาดว่าเช้านี้ SET Index จะแกว่งตัวอิงทางลงเบา ๆ ในกรอบระหว่าง 1,680-1,695 จุด มีลุ้นยืน 1,680 จุดได้ จะมีโอกาสรีบาวนด์
ประเด็นน่าติดตามวันนี้คือ 1.ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ การประกาศ GDP ไตรมาส 4/64 ของยูโรโซนเย็นนี้ ขณะที่เช้านี้ญี่ปุ่นประกาศ GDP ไตรมาส 4/64 เช่นกัน ออกมาที่ 5.4% ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 5.8% และ 2.ผลการประชุมนัดพิเศษของ Fed เมื่อคืนนี้ คาดมีการหารือเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐขึ้นสูงสุดในรอบ 40 ปี
ขณะที่เริ่มมีการประเมินความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างเร่งด่วนก่อนการประชุม FOMC เดือน มี.ค. 2565 และ 3.ผลการประชุม ครม.ไทยวันนี้ ลุ้นกระทรวงคลังจะนำแพ็กเกจลดภาษียานยนต์ไฟฟ้าเข้าเพื่อการพิจารณาหรือไม่
ด้านรัสเซีย-ยูเครน ยังรบกวนตลาดเป็นระยะ แม้หลายฝ่ายจะส่งสัญญาณท่าทีประนีประนอมและอยากให้เกิดการเจรจามากกว่าภาวะสงคราม รวมถึงข้อเสนอการที่ยูเครนจะยอมถอยการเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม NATO แต่ล่าสุดรัสเซียยังคงเคลื่อนกำลังพลเข้าประชิดพื้นที่ชายแดน ซึ่งหลายฝ่ายประเมินว่ามีแนวโน้มเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ก.พ. 2565 ภาพรวมปัจจัยนี้ยังประเมินได้ยากและจะเข้ารบกวนตลาดอยู่เป็นระยะ
กลยุทธ์การลงทุน เก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นที่คาดงบไตรมาส 4/64 ออกมาดี แนะนำ MAJOR ส่วนการลงทุนระยะกลางถึงยาว มองกลุ่มธนาคารพาณิชย์ แนะนำ KBANK, SCB, BBL ยังโดดเด่นจากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นและเศรษฐกิจฟื้นตัว ส่วนกลุ่มที่ยังปรับตัวขึ้นไม่มากและได้รับผลกระทบน้อยจากความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน อาทิ กลุ่มบริโภคภายในประเทศ รับมาตรการภาครัฐ แนะนำ KTC, MAKRO, HMPROหลีกเลี่ยงหุ้น P/E สูง โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี