เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทแข็งค่า หลังตลาดผิดหวังอัตราเงินเฟ้อสหรัฐ

15 ธ.ค. 2560 | 18:22น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2560 ค่าเงินบาทเปิดตาดในเช้าวันอังคาร (12/12) ที่ 32.57/59 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/12) ที่ 32.65/67 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมา (8/12) สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาสหรัฐ ได้มีมติเห็นชอบให้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว โดยการลงมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐ มีงบฯในการบริหารประเทศไปจนถึงวันที่ 22 ธันวาคม และจะช่วยให้สมาชิกสภาคองเกรสมีเวลามากขึ้นในการพิจารณางบประมาณของปีถัดไป ขณะที่กระทรวงแรงงานของสหรัฐ ได้เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนพฤศจิกายนของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 228,000 ตำแหน่ง โดยลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 244,000 ตำแหน่ง แต่ยังสูงกว่าระดับคาดการณ์ อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงแสดงความกังวลหลังอัตราค่าเงินเฉลี่ยต่อชั่วโมงของแรงงานสหรัฐ ที่ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าระดับคาดการณ์ โดยเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% จากที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในวันอังคาร (12/12) กระทรวงแรงงานสหรัฐ ได้มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนพฤศจิกายน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% ได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก สำหรับผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีการจัดขึ้นในวันอังคารและวันพุธ (12-13/12) นั้น คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.25%-1.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ พร้อมกับส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปี 2561 และปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปี 2562 ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม ทั้งนี้ยังแสดงความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อในระยะสั้นจะยังคงชะลอตัวอยู่ แต่จะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในระยะกลาง อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงผิดหวังกับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่าอัตราเงินเฟ้อที่ไม่รวมอาหารและพลังงาน (Core CPI) นั้น ยังขยายตัวต่ำกว่าระดับคาดการณ์ โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน ในคืนวันพฤหัสบดี (14/12) ค่าเงินดอลลาร์เริ่มมีแรงซื้อกลับหลังจากตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายนนั้นขยายตัว 0.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยสูงกว่าระดับคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% โดยเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ได้รับแรงหนุนจากแรงซื้่อภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น

ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศนั้น ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประจำประเทศไทย ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยปี 2560 เป็นขยายตัว 3.8% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.5% และจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในระดับเดียวกันที่ 3.8% ในปี 2561 จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวในระดับ 3.6% เนื่องจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มฟื้นตัว ทั้งนี้ ADB ระบุว่า การลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานยังคงมีบาทบาทสำคัญสำหรับเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ขณะเดียวกัน อุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนและการอุปโภคบริโภคในภาคเอกชนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตในภูมิภาค โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.43-32.65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.55/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวสกุลเงินยูโรในสัปดาห์นี้ ค่าเงินเปิดตลาดในวันอังคาร (12/12) ที่ระดับ 1.1777/79 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/12) ที่ระดับ 1.1737/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดีในช่วงต้นสัปดาห์ความล่าช้าในการเจรจาเพื่อออกจากกลุ่มสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) นั้นยังคงกดดันค่าเงินยูโรอยู่ ในระหว่างสัปดาห์สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤศจิกายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนตุลาคม ในวันพฤหัสบดี (14/12) สำหรับผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) นั้นมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.0% เช่นเดิม โดยได้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจในยุโรปในปี 2560 จากระดับ 2.2% เป็น 2.4% และในปี 2561 จากระดับ 1.8% เป็น 2.3% นอกจากนี้ยังมีการปรับมุมมองของเงินเฟ้อให้ดีขึ้น อย่างไรก็ดีการแถลงการณ์ของประธานธนาคารกลางยุโรป นายมาริโอ ดรากี นั้นยังแสดงความกังวลกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในระยะสั้น ซึ่งทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไรค่าเงินยูโรออกมา นอกจากนี้อีซีบียังคงมุมมองเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไว้เช่นเดิม โดยคาดการณ์ว่าจะเริ่มพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังการยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE) ในช่วงปลายปีหน้า สำหรับตัวเลขประมาณการดัชนีราคาผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อทั้งภาคการคผลิตในเดือนธันวาคมนั้นอยู่ที่ระดับ 60.6 สูงกว่าระดับคาดการณ์ ขณะที่ตัวเลขเดียวกันในภาคการบริการนั้นออกมาอยู่ที่ระดับ 56.5 สูงกว่าระดับคาดการณ์เช่นกัน ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.1716-1.1862 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตัวที่ระดับ 1.1782/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนสัปดาห์นี้ ค่าเงินเปิดตลาดในวันอังคาร (12/12) ที่ระดับ 113.47/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/12) ที่ระดับ 113.52/55 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันศุกร์ (8/12) รัฐบาลญี่ปุ่นได้ปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 เป็น 2.5% ซึ่งสูงกว่าการประมาณการเบื้องต้นที่ 1.4% นอกจากนี้สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยในวันอังคาร (12/12) ว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมต่อเรือและสาธารณูปโภค ปรับตัวขึ้น 5% ในเดือนตุลาคมเมื่อเทียบเป็นรายเดือน สู่ระดับ 8.509 แสนล้านเยน (7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยได้ปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้นของอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องมือประเภทอื่น ๆ ในภาคการผลิต ขณะที่ในวันศุกร์ (15/12) ดัชนีภาคการผลิตของสถาบัน Tankan นั้นอยู่ที่ระดับ 25.0 ในเดือนธันวาคม สูงกว่าระดับคาดการณ์ซึ่งแสดงถึงสัญญาณการฟื้นตัวของภาคการผลิต โดยตลอดสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 112.05-113.74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 112.17/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ