เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
BOI – อว. – DPU ดันหลักสูตร “ปรุงสุข” สถาปนิกสุขภาพยุคใหม่
Biz Movement BOI – อว. – DPU ดันหลักสูตร “ปรุงสุข” สถาปนิกสุขภาพยุคใหม่
ฮอร์มุซกลับมาเดินเรือปกติ กดราคาน้ำมันโลกอ่อนตัว จับตา OPEC+ เพิ่มกำลังผลิต
Economic ฮอร์มุซกลับมาเดินเรือปกติ กดราคาน้ำมันโลกอ่อนตัว จับตา OPEC+ เพิ่มกำลังผลิต
เปิด Thaimart มาร์เก็ตเพลสไทย ชูจุดแข็ง “ของแท้คุณภาพ” กำไรใน 5 ปี
Tech เปิด Thaimart มาร์เก็ตเพลสไทย ชูจุดแข็ง “ของแท้คุณภาพ” กำไรใน 5 ปี
เร่งเดินหน้า ‘ผันน้ำยวม’ ก่อน EIA หมดอายุ สั่งชลประทานแจงทุกข้อคัดค้าน
Economic เร่งเดินหน้า ‘ผันน้ำยวม’ ก่อน EIA หมดอายุ สั่งชลประทานแจงทุกข้อคัดค้าน
เลิกปลูกตามใจตลาด “ศุภจี” เปิด The Harmony Model ปั้นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง
Economic เลิกปลูกตามใจตลาด “ศุภจี” เปิด The Harmony Model ปั้นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง
เกมภาษีทรัมป์บีบไทยเลือกข้าง เปิดโจทย์ใหญ่ ART-301 เดิมพันส่งออกสหรัฐ
Economic เกมภาษีทรัมป์บีบไทยเลือกข้าง เปิดโจทย์ใหญ่ ART-301 เดิมพันส่งออกสหรัฐ
กขค.ตั้ง 2 คณะอนุฯ คุมแพลตฟอร์ม-จัดระเบียบ Modern Trade รับมือเกมการค้าใหม่
Economic กขค.ตั้ง 2 คณะอนุฯ คุมแพลตฟอร์ม-จัดระเบียบ Modern Trade รับมือเกมการค้าใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 66,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 66,000 บาท
มท.ตั้งกรรมการสอบวินัย 5 บิ๊ก สถ. ปมทุจริตสอบท้องถิ่น
Politics มท.ตั้งกรรมการสอบวินัย 5 บิ๊ก สถ. ปมทุจริตสอบท้องถิ่น
มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา มอบทุนการศึกษา-เชิดชูองค์กรและบุคคลต้นแบบ
Biz Movement มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา มอบทุนการศึกษา-เชิดชูองค์กรและบุคคลต้นแบบ
ดูทั้งหมด

ทิศทาง CSR ปี’65 สร้างธุรกิจที่เป็นบวกต่อสังคม

15 มี.ค. 2565 | 12:12น.
ความยั่งยืน

ปัจจุบันเรื่อง ESG (Environmental, Social and Governance) กลายเป็นคำที่องค์กรธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนนิยมนำมาเป็นหัวข้อที่ใช้สื่อสารกับสาธารณชน ในบริบทของการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนในระยะยาว แต่สิ่งที่หลายองค์กรแตกต่างกันคือ ขีดความสามารถในการแปลงเจตนา (intention) ไปสู่การกระทำ (action)

ทั้งนี้ ภายใต้ปัจจัยดังกล่าว ภาคธุรกิจกำลังเผชิญสถานการณ์ที่ไม่อาจพึ่งพารูปแบบการดำเนินธุรกิจตามปกติ (business as usual) ได้ดังเดิม หลายกิจการที่ได้รับผลกระทบจำเป็นต้องมองหา และพัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจในวิถีปกติใหม่ (business as new normal) ที่เอื้อต่อการเติบโตทางธุรกิจในแบบยั่งยืน และสามารถเสริมหนุนการพัฒนาทางสังคมควบคู่ไปพร้อมกัน

ด้วยเหตุนี้ สถาบันไทยพัฒน์จึงพัฒนาแนวคิดในการปรับปรุงพัฒนารูปแบบธุรกิจที่เรียกว่า “ธุรกิจที่เป็นบวกต่อสังคม” (social positive business) เพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการสร้างผลกระทบต่อสังคมในเชิงบวกไปพร้อมกับการเติบโตของธุรกิจ ทั้งยังทำการประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคม และการพัฒนาความยั่งยืนของกิจการ ประจำปี 2565

ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2565 : From “Net Zero” to “Social Positive” เพื่อหน่วยงาน และองค์กรธุรกิจจะได้นำไปปรับใช้ต่อการพัฒนาแนวทางการสร้างผลกระทบทางบวกต่อสังคมให้เกิดประสิทธิผล สมตามเจตนารมณ์ของกิจการ

“ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ” ประธานสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า สถาบันไทยพัฒน์ทำการสำรวจสถานภาพการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย จำนวน 739 กิจการ รวมทั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IF) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (PF) ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ และรัฐวิสาหกิจ อีกจำนวน 87 แห่ง รวมทั้งสิ้น 826 กิจการ

พบว่าประเด็นที่มีการเปิดเผยสูงสุด คือ ความหลากหลายในโครงสร้างคณะกรรมการบริษัท 80.08%, นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน 48.15% และการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม 19.53% นอกจากนั้นยังพบอีกว่า 90.6% ไม่มีการรายงานเรื่องสภาพภูมิอากาศ

“ดังนั้นถ้าตามผลการประเมินสถานภาพการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน หรือ ESG disclosure จาก 826 กิจการ พบว่ามีคะแนนรวมโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับ 2.2 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเราได้เดินมาแล้ว 2.2 ก้าว และหากต้องการบรรลุเป้าหมายตามกรอบเวลา SDGs ในปี ค.ศ. 2030 เราจะต้องก้าวย่างไปข้างหน้าอีกปีละ 1 ก้าวอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้น ตอนนี้ ด้านธรรมาภิบาลมีความก้าวหน้ามากสุดอยู่ที่ 3.88 ก้าว รองลงมาเป็น ด้านสังคม 1.78 ก้าว และด้านสิ่งแวดล้อม 0.94 ก้าว ตามลำดับ”

สำหรับ 6 ทิศทาง CSR ปี 2565 มีแนวโน้มมุ่งสู่ 6 ประเด็น ได้แก่

หนึ่ง ระบบอาหาร และการเกษตรแบบเจริญทดแทน : เน้นทำการเกษตรกรรมที่คืนสภาพของหน้าดิน เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ปรับปรุงวัฏจักรของน้ำ สนับสนุนการกักเก็บคาร์บอนด้วยวิธีการทางชีวภาพ ลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป ขนส่ง จัดจำหน่าย บริโภค ไปจนถึงการกำจัดของเสีย และการสร้างนวัตกรรมผลิตอาหารที่เป็นผลบวกต่อธรรมชาติ

สอง เทคโนโลยีชีวภาพ : ธุรกิจที่จะไปเสริมหนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ (BCG economy) ที่ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเสริมสร้างจุดแข็งของประเทศไทย อาทิ พันธุวิศวกรรม (การดัดแปลงยีน) การผลิตสารเวชภัณฑ์ การผลิตชุดตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ การเกษตร อาหาร และสิ่งแวดล้อม

การผลิตที่ใช้เซลล์จุลินทรีย์ เซลล์พืช และเซลล์สัตว์ในการผลิตสารชีวโมเลกุล สารออกฤทธิ์ชีวภาพ การผลิตวัตถุดิบจําเป็นที่ใช้ในการทดลอง หรือทดสอบด้านชีววิทยาระดับโมเลกุล รวมทั้งบริการตรวจวิเคราะห์หรือสังเคราะห์สารชีวภาพ

สาม ทรัพยากรหมุนเวียน และพลังงานทางเลือก : การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน เช่น การใช้เชื้อเพลิงสะอาด การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า และการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน สำหรับรองรับการยกระดับการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ

ตามที่ประเทศไทยประกาศในเวทีประชุม World Leaders Summit ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (UNFCCC COP26) ที่จะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายใน ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายใน ค.ศ. 2065

สี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และชิ้นส่วนประกอบ : การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่ง และร่วมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก ตามนโยบาย 30/30 คือการตั้งเป้าผลิตรถ ZEV (zero emission vehicle) หรือรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 2030

ห้า สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อสังคม : ธุรกิจการเงินแบบหลากหลาย ที่ไม่ได้มีเพียงธนาคาร เงินทุนและหลักทรัพย์ หรือธุรกิจประกัน โดยธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างศึกษาการออกใช้สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางในระดับรายย่อย (retail CBDC) เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนในการใช้จ่าย และชำระเงินที่ปลอดภัย เพื่อลดต้นทุนต่อหน่วยของการใช้เงินสดในระบบ เอื้อประโยชน์ต่อสังคม และเศรษฐกิจโดยรวม

อีกทั้งตอนนี้เริ่มมีผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งที่เป็นศูนย์ซื้อขาย (exchange), นายหน้า (broker), ผู้ค้า (dealer), ที่ปรึกษา (advisor) และผู้จัดการเงินทุน (fund manager) ดำเนินการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพิ่มมาเป็นประเภทธุรกิจใหม่ภายใต้การกำกับดูแลในปัจจุบัน

หก เมตาแวร์ (Metaware) เพื่อกลุ่มเปราะบาง : นำเทคโนโลยีในโลกเมตาเวิร์สมาพัฒนาอุปกรณ์ หรือเมตาแวร์สำหรับเสริมสร้างคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง สามารถช่วยจำลองให้บุคคลไปอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ได้ โดยอาศัยการสวมใส่อุปกรณ์ที่สร้างการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสในรูปแบบของภาพ และเสียง จนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่อยู่ในเมตาเวิร์ส

“วรณัฐ เพียรธรรม” ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวเสริมว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัจจัยความท้าทายใหม่ ๆ ปีนี้ ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ความผันผวนทางเสถียรภาพทางการเมืองในต่างประเทศ รวมทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ

ขณะที่สภาวะเศรษฐกิจของไทยนับตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 มีการเพิ่มขึ้นของหนี้สินภาคครัวเรือน โดยในรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 3 ปี 2564 ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า รายได้ประชาชนลดลงตามการหดตัวของเศรษฐกิจ และการจ้างงาน ส่งผลให้ครัวเรือนต้องนำเงินออมมาใช้

จากข้อมูลการสำรวจเศรษฐกิจ และสังคมของครัวเรือน ครึ่งปี 2564 มีตัวเลขหนี้ครัวเรือนสูงกว่า 14.27 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 89.3 ต่อจีดีพี แม้รัฐบาลหรือสถาบันการเงินจะมีการช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ก็ตาม ครัวเรือนจะต้องใช้เวลา 10 ปี กว่าจะชำระหนี้หมด

ดังนั้น องค์กรจำเป็นต้องทบทวนแบบจำลองการดำเนินธุรกิจในรูปแบบใหม่ ที่สามารถนำประเด็นทางสังคมมาพัฒนาเป็นโจทย์ทางธุรกิจ สร้างให้เกิดเป็นโอกาสตลาด และการเติบโตแก่ธุรกิจ พร้อมกับสร้างผลกระทบทางบวกต่อสังคมร่วมด้วย

“ปี 2565 ภาคเอกชนที่ต้องการสื่อสารถึงการสร้างผลกระทบทางบวกต่อสังคมที่กิจการมีส่วนดำเนินการ และสนับสนุนไปยังกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ สามารถนำเกณฑ์ชี้วัดที่เป็นสากล อาทิ GRI 201 (Direct Economic Impacts) และ GRI 203 (Indirect Economic Impacts) มาใช้ในการวัดระดับผลกระทบ และเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับทราบผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปีของกิจการ”

“ฌานสิทธิ์ ยอดพฤติการณ์” กรรมการสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า เพื่อช่วยภาคเอกชนในการปรับตัวสู่รูปแบบการดำเนินธุรกิจในวิถีปกติใหม่ สถาบันไทยพัฒน์พัฒนาเครื่องมือติดตาวัดผล และสื่อสารถึงผลกระทบจากการดำเนินงาน ทั้งในส่วนที่เป็นการให้ความช่วยเหลือสังคม (contribution)

การกระจายมูลค่าทางเศรษฐกิจ (distribution) และการขยายเป็นโครงการ หรือส่วนงานประจำ (extension) ตามรูปแบบการดำเนินงานที่เป็นบวกต่อสังคมอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับมาตรฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

ปัจจัย ESG ที่องค์กรควรดำเนินการในยุคนี้ คือการช่วยเติมเต็ม หรือปิดช่องว่างการดำเนินงานด้าน ESG เพื่อตอบสนองต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน นับจากปี ค.ศ. 2022 นอกจากนั้น ผู้บริหารต้องตั้งคำถามเหล่านี้เพื่อตรวจสอบองค์กรตนเอง ก่อนจะปรับปรุงพัฒนารูปแบบธุรกิจไปเป็นธุรกิจที่เป็นบวกต่อสังคม ดังนี้

กิจการมีงบฯลงทุนประจำปีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน การปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศหรือไม่ ?

กิจการมีข้อพึงปฏิบัติตามนโยบายการไม่เลือกปฏิบัติ หรือนโยบายการป้องกันการล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศหรือไม่ ?

กิจการมีการกำหนดค่าตอบแทนจูงใจโดยนำผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนมาพิจารณาให้แก่ผู้บริหาร หรือไม่ ?

นับว่าคำถามเหล่านี้ล้วนต่างต้องการคำตอบทั้งสิ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ESG