เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

“เอลิส” ขยายพอร์ตลักเซอรี่ ร่วมทุน “จิมมี่ซู”-แตกไลน์จิวเวลรี่ปั๊มยอด

24 มี.ค. 2565 | 14:50น.

“ดนัย สรไกรกิติกูล” เจ้าพ่อแบรนด์หรูเมืองไทย กางแผน ALIST จัดทัพลักเซอรี่แฟชั่น-ไลฟ์สไตล์ สู้โควิด หลังยอดขายลดลง 70% ตัดทิ้งแบรนด์ดัง “วาเลนติโน่” พร้อมผนึก JIMMY CHOO ตั้งบริษัทร่วมทุนบุกตลาดเมืองไทย ก่อนเปิดแผน own brand แตกไลน์รีสอร์ตแวร์น้องใหม่ Disaya Vacationist เจาะกลุ่มคนรักการท่องเที่ยว ประกาศส่ง DISAYA JEWELRY รุกตลาดเครื่องเพชร เสริมพอร์ต ลั่นปีหน้ากางแผนเตรียมนำเข้าแบรนด์หรูเพิ่มอีก 3 แบรนด์ หวังผลักดันยอดขายให้ทะลุพันล้านเทียบก่อนโควิด

การระบาดของโควิด-19 และเทรนด์ของตลาดแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตลอดช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดลักเซอรี่แบรนด์มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะดิสทริบิวเตอร์

หรือผู้นำเข้าในหลาย ๆ ประเทศที่ต้องเผชิญทั้งปัญหาในประเทศ การแข่งขันที่สูงขึ้น ปัจจัยลบมากมาย รวมถึงบริษัทแม่ในต่างประเทศที่หันมาทำตลาดเองมากขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่ม ALIST ดิสทริบิวเตอร์ลักเซอรี่รายใหญ่เมืองไทยที่ต้องมีการปรับทัพรับมือ

ปรับตัวสู้ตลาดเปลี่ยนทิศ

นายดนัย สรไกรกิติกูล ผู้บริหารกลุ่ม ALIST ผู้ผลิตและนำเข้าสินค้าลักเซอรี่แฟชั่นและไลฟ์สไตล์รายใหญ่ อาทิ แบรนด์แฟชั่นและรองเท้าหรู JIMMY CHOO, เสื้อผ้าผู้หญิงแบรนด์หรู DISAYA, เสื้อผ้าสไตล์รีสอร์ตแวร์ Disaya Vacationist, แบรนด์เสื้อผ้ากึ่งยูนิเซ็กซ์ Matter Makers,

กล้องถ่ายรูประดับลักเซอรี่ Leica และแบรนด์ลักเซอรี่เครื่องเคลือบพอร์ซเลน Ginori 1735 เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นส่งผลยอดขายบริษัทลดลงกว่า 70% และต้องมีการปรับองค์กร-ลีนองค์กร ตัดธุรกิจที่ไม่ทำเงินตามเป้าออกไป

พร้อมทั้งปรับลดกระบวนการทำงานที่ไม่จำเป็น เพื่อทำให้การบริหารงานมีความคล่องตัวและเร็วมากขึ้น ทำให้สถานการณ์ในปี 2564 ผลประกอบการเริ่มดีขึ้น สำหรับแผนงานในปีนี้ บริษัทจะยังคงเดินหน้าโฟกัสทุกแบรนด์ที่มีอยู่ในพอร์ต

ทั้งที่เป็นแบรนด์ไทยที่พัฒนาขึ้นมาเอง และแบรนด์หรูนำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมทั้งวางเป้าหมายรายได้ภายในปี 2566 กลับมามีรายได้เทียบเท่าก่อนการระบาดของโควิด-19 หรือมีรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท

Advertisement

นายดนัยยังระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาธุรกิจแฟชั่นลักเซอรี่เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก และหากต้องการจะทำลักเซอรี่แบรนด์ให้เติบโตได้ดี จำเป็นต้องมีการใช้งบประมาณที่สูงขึ้น เพราะตลาดเมืองไทย อดีตเป็นตลาดที่มีแบรนด์ค่อนข้างมากและใช้ดิสทริบิวเตอร์เป็นหลัก

แต่ปัจจุบันภาพรวมธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากบริษัทแม่ของหลาย ๆ แบรนด์จากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดเอง จึงมีข้อได้เปรียบทั้งในแง่ของมีสินค้าที่มากกว่า ด้วยงบประมาณที่น้อยกว่า เพราะมีเครือข่ายในหลายประเทศ ทำให้ดิสทริบิวเตอร์หลายรายต้องมีการปรับตัวค่อนข้างมาก

“ส่วนปัญหาเรื่องต้นทุนสินค้าในขณะนี้ แม้หลายแบรนด์จะปรับขึ้นราคาตามต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ต้องยอมรับว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายของตลาดลักเซอรี่ไม่ได้มีความกังวลกับการปรับขึ้นราคามากนัก ส่วนใหญ่รับได้ และยังเลือกซื้อสินค้าตามปกติ

เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง ชินกับการแต่งตัวสวยงาม และมีพฤติกรรมที่ชื่นชอบการแต่งตัว มีรสนิยมรักสวยงาม ชื่นชอบการแต่งบ้าน ออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน สิ่งเหล่านี้ทำให้สินค้าไลฟ์สไตล์บูมมากขึ้น”

ผนึก “จิมมี่ ชู” บุกเมืองไทย

ผู้บริหารกลุ่ม ALIST กล่าวต่อไปว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทไม่ต่อสัญญากับแบรนด์วาเลนติโน่ (Valentino) ที่มีสินค้ายอดนิยมอย่างรองเท้า และกระเป๋า หลังบริษัทแม่มีนโยบายในการเข้ามาทำตลาดในไทยเอง บริษัทก็ขายสิทธิ์กลับคืนไปให้บริษัทแม่

และปีที่ผ่านมามีการปรับรูปแบบการบริหารงานของจิมมี่ ชู (Jimmy Choo) ในประเทศไทย โดยมีสินค้าหลัก ๆ คือ รองเท้า และกระเป๋า จากเดิมที่บริษัทเป็นดิสทริบิวเตอร์ในประเทศไทย

เป็นการตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง Jimmy Choo และ ALIST เปิดบริษัทภายใต้ชื่อ J.Choo (Thailand) จากนี้บริษัทจะเดินหน้าทำตลาดแบรนด์จิมมี่ ชู ในไทยอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน Jimmy Choo มีช็อป Jimmy Choo Boutique Store 3 สาขา ได้แก่ สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี, ดิ เอ็มควอเทียร์ และสยามพารากอน
“เราไม่ได้มองว่าตัวเราจะต้องติดภาพแบบไหน หลายคนอาจจะติดภาพความเป็นคนทำแบรนด์วาเลนติโน่ในไทย แต่ตัวเราเองไม่ได้ยึดติดขนาดนั้น ในส่วนของการทำงานนับจากนี้มองแค่ว่าแบรนด์ไหนมีโอกาส มีศักยภาพในการเติบโตเราก็ทำ

ทั้งการพัฒนาขึ้นมาเอง หรือการนำเข้า และแบรนด์ไหนไม่โตเราก็หยุดทำ แต่จะหันมาขยายไลน์แบรนด์ของบริษัทที่พัฒนาขึ้นมาเอง พร้อมทั้งขยายตลาดส่งออกมากขึ้น พร้อมเพิ่มพอร์ตจิวเวลรี่ขึ้นมา เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่บริษัท”

เสริมทัพแบรนด์หรูจากอิตาลี

ผู้บริหารกลุ่ม ALIST กล่าวต่อไปว่า สำหรับแบรนด์ที่ไม่ได้รับผลกระทบมากนักในช่วงที่ผ่านมา คือกลุ่มไลฟ์สไตล์แบรนด์ โดยเฉพาะกลุ่มของแต่งบ้านที่มีการเติบโตสูง จากกระแส work from home บริษัทจึงได้นำเข้าแบรนด์ใหม่ Ginori 1735 (จิโนรี 1735) แบรนด์ลักเซอรี่เครื่องเคลือบพอร์ซเลนเก่าแก่กว่า 287 ปี

จากประเทศอิตาลี พร้อมทั้งจับมือกับ “MOTIF” (โมทีฟ) โชว์รูมนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ระดับลักเซอรี่จากทั่วโลก เพื่อวางจำหน่าย Ginori 1735 ณ โชว์รูมโมทีฟ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และช่องทางออนไลน์ เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายทั้งลูกค้าผู้ใช้ทั่วไป 80% และลูกค้า B2B ทั้งร้านอาหารและโรงแรม 20%

“คอลเล็กชั่นแรกที่ทำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย คือ Oriente Italiano (ออเรนเต้ อิตาเลียโน่) ซึ่งเป็นคอลเล็กชั่นคลาสสิกตลอดกาลของแบรนด์ ที่นำเสน่ห์วัฒนธรรมตะวันออกมาผสานกับความสง่างามและอัตลักษณ์เครื่องลายครามจากอิตาลี

โดดเด่นด้วยโทนสีพาสเทล และจะมีการเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่ทุก ๆ 3 เดือน โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายปี 2565 ไว้ที่ 30 ล้านบาท”

นอกจากนี้ในปีหน้ายังมีแผนนำเข้าเพิ่มอีกราว 3 แบรนด์หรูจากต่างประเทศ หนึ่งในนั้นเป็นการนำเข้ากระเป๋าเดินทางลักเซอรี่จากอิตาลี ซึ่งทั้ง 3 แบรนด์ที่บริษัทเจรจายังไม่ได้นำเข้าทั้งหมด 3 แบรนด์ แต่ขึ้นอยู่กับโอกาส

ซึ่งหลังจากนี้มองว่าหากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวก็น่าจะกลับมา ซึ่งจะทำให้ดีมานด์สินค้าเครื่องตกแต่งของตลาดลักเซอรี่กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมหรูร้านอาหารหรู ที่ต้องการจะนำไปใช้ในการตกแต่งสถานที่ หรือรีโนเวตใหม่

เพิ่มโฟกัส Own Brand

พร้อมกันนี้ ผู้บริหาร ALIST ยังกล่าวถึงธุรกิจ own brand ว่า สำหรับแบรนด์ DISAYA ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ใช้ออกงาน ค็อกเทลเดรส (cocktail dress) หรือชุดสวมใส่ออกงานแบบสั้นเพื่อความคล่องแคล่ว ลองเดรส (long dress) หรือเดรสยาวสำหรับออกงานระดับลักเซอรี่

ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดที่ไม่สามารถจัดงานแต่งงานหรือเฉลิมฉลองได้ ทำให้ต้องลดการผลิตลง ขณะเดียวกันก็แตกไลน์ (spin off) แบรนด์ใหม่ออกมาในรูปแบบรีสอร์ตแวร์ (เสื้อผ้าที่ออกแบบเพื่อการสวมใส่ริมทะเล) ชื่อ Disaya Vacationist วางจำหน่ายในร้าน DISAYA เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

และเป็นแบรนด์เดียวที่มีแฟชั่นโชว์ออกมาหลายครั้ง และจะมีการจับมือกับโรงแรมชื่อดังหลายแห่งเพื่อทำการตลาด ขณะที่แบรนด์ Matter Makers แบรนด์เสื้อผ้ากึ่งยูนิเซ็กซ์ ก็จะโฟกัสการทำคอลเล็กชั่นสำหรับผู้ชายมากขึ้น

ขณะเดียวกันหากสถานการณ์โควิดคลี่คลายก็มีแผนเตรียมจะนำแบรนด์ DISAYA กลับมาทำตลาดอีกครั้ง เบื้องต้นจะมีการเปิดตัว 4 คอลเล็กชั่นต่อปี นอกจากนี้ยังเตรียมแตกไลน์แบรนด์เครื่องเพชรใหม่ DISAYA JEWELRY ในช่วง 2 เดือนนับจากนี้

“โดยส่วนตัวมองว่าสถานการณ์ปีนี้ภาพรวมตลาดบวกขึ้นอย่างแน่นอนเพราะทุกคนต้องการกลับไปใช้ชีวิตให้ใกล้เคียงสถานการณ์ปกติมากที่สุด ทำให้เราเตรียมแผนการรุกตลาดอย่างเต็มที่ ทั้งในส่วนของสินค้าที่เป็นดิสทริบิวเตอร์ และสินค้าที่เป็น own brand”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แบรนด์แฟชั่น