เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หยุดสังเวยคนกองถ่าย! สมาคมผู้กำกับฯ ดันกฎ ‘พัก 10 ชม.’ชี้งานสร้างสรรค์ต้องไม่แลกด้วยชีวิต
News หยุดสังเวยคนกองถ่าย! สมาคมผู้กำกับฯ ดันกฎ ‘พัก 10 ชม.’ชี้งานสร้างสรรค์ต้องไม่แลกด้วยชีวิต
เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
Economic เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
4 โค้ช ‘ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย’ ร่วม The Voice 2026 พร้อมชิงลูกทีม
Biz Movement 4 โค้ช ‘ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย’ ร่วม The Voice 2026 พร้อมชิงลูกทีม
“เอากฎหมายข้อไหนมาใช้?” สส.พรรคส้ม กาง พ.ร.บ. โต้ สปส. เล็งตัดสิทธิบอร์ดการเมือง
Politics “เอากฎหมายข้อไหนมาใช้?” สส.พรรคส้ม กาง พ.ร.บ. โต้ สปส. เล็งตัดสิทธิบอร์ดการเมือง
เดอะ คริสตัล จัดกิจกรรมฮาโลวีน 3 สไตล์ เด็ก-วิ่ง-ไวน์
Biz Movement เดอะ คริสตัล จัดกิจกรรมฮาโลวีน 3 สไตล์ เด็ก-วิ่ง-ไวน์
ธนาคารโลกห่วงงานไม่ทันคนรุ่นใหม่ 1.2 พันล้านคน เร่งดาต้าค้ำสินเชื่อ MSME สร้างงาน
Finance ธนาคารโลกห่วงงานไม่ทันคนรุ่นใหม่ 1.2 พันล้านคน เร่งดาต้าค้ำสินเชื่อ MSME สร้างงาน
สายมูห้ามพลาดสักการะ 3 องค์เทพเสริมสิริมงคล เทศกาลเจ“J-Licious” ไอคอนสยาม
Biz Movement สายมูห้ามพลาดสักการะ 3 องค์เทพเสริมสิริมงคล เทศกาลเจ“J-Licious” ไอคอนสยาม
กทม. จับมือตำรวจ-ขนส่ง ลุยยก ‘รถจมน้ำ-รถหนีน้ำ’  ทะลุ 1,000 คัน คืนผิวจราจรหลังน้ำลด
News กทม. จับมือตำรวจ-ขนส่ง ลุยยก ‘รถจมน้ำ-รถหนีน้ำ’ ทะลุ 1,000 คัน คืนผิวจราจรหลังน้ำลด
ACFM 2026 ปิดดีลคอนเทนต์ไทย 767 ล้าน จับคู่ธุรกิจ 396 นัด สูงกว่าเป้า
Economic ACFM 2026 ปิดดีลคอนเทนต์ไทย 767 ล้าน จับคู่ธุรกิจ 396 นัด สูงกว่าเป้า
IMF ชี้เสี่ยง AI ปรับฐาน กระทบเงินทุนโลก ย้ำไทยเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน
Finance IMF ชี้เสี่ยง AI ปรับฐาน กระทบเงินทุนโลก ย้ำไทยเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน
ดูทั้งหมด

โลกเผชิญความเสี่ยง วิกฤตซัพพลายน้ำมัน

23 มี.ค. 2565 | 09:25น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้ขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิช

การยกกำลังทหารบุกเพื่อยึดครองยูเครนของรัสเซีย ส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลกอย่างหนัก ราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนไหว ผันผวนสูง ในทิศทางขาขึ้น เหมือนอย่างเช่นที่ปรากฏเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (20 มีนาคม) ที่จู่ ๆ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ก็พุ่งขึ้นรวดเดียวกว่า 9%

เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการพุ่งขึ้นสูงอีกครั้งก็คือ ถ้อยแถลงของ องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ที่ออกมาเตือนก่อนหน้านั้น 1 วันว่า โลกอาจต้องเผชิญหน้ากับ “วิกฤตซัพพลายน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี”

สิ่งที่ไออีเอชี้ว่าเป็นสาเหตุสำคัญก็คือ นับตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เป็นต้นไปไออีเอเชื่อว่ากำลังการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซียจะลดลงมหาศาลถึง 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดสัดส่วนสูงถึง 3% ของปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลก

วันถัดมาราคาน้ำมันดิบเบรนต์ที่เป็นราคาอ้างอิงของตลาดโลก พุ่งขึ้นถึงระดับ 107.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แม้ว่าจะยังห่างไกลจากระดับราคาสูงสุดก่อนหน้านี้ที่ 139 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอยู่ไม่น้อยก็ตาม แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูงกว่าก่อนหน้าที่จะเกิดการรุกรานยูเครนอยู่ถึง 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเลยทีเดียว

สิ่งที่ช่วยชะลอไม่ให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงไปกว่านั้น เป็นเพราะตลาดยังคาดหวังในทางที่ดีว่า การเจรจาเพื่อยุติสงครามยูเครนยังอาจเป็นไปได้ พร้อมกันนั้นก็เชื่อว่าเป็นไปได้เช่นกันที่ชาติตะวันตกจะทำความตกลงเพื่อปลดล็อกน้ำมันดิบจากอิหร่านและเวเนซุเอลาให้สามารถกลับมาสู่ตลาดได้อีกครั้ง

รวมทั้งนักวิเคราะห์บางส่วนยังไม่แน่ใจว่า ภาวะสูญเสียผลผลิตน้ำมันของรัสเซียที่ไออีเอประเมินเอาไว้จะสูงถึงขนาดนั้นจริงหรือไม่

“ฟลอเรียน ทาเลอร์” ซีอีโอของออยล์เอ็กซ์ ซึ่งติดตามปริมาณการไหลเวียนของปิโตรเลียมทั่วโลก ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า ปริมาณความต้องการน้ำมันสำเร็จรูปทั่วโลกเริ่มลดระดับลง ในขณะที่การส่งออกน้ำมันดิบยังคงอยู่ในระดับสูงเช่นเดิม

นอกจากนั้น ชาติอียูทั้งหลายยังคงจัดซื้อน้ำมันจากรัสเซียอยู่ (จนกว่าจะถึงกำหนดแซงก์ชั่นในตอนปลายปี) จีนก็เช่นเดียวกัน นอกจากนั้น “อินเดีย” ถึงกับเพิ่มการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย 150,000 บาร์เรลต่อวัน เป็นกว่า 500,000 บาร์เรลต่อวัน

ทั้งหมดนั้นทำให้ในความเป็นจริงแล้วการผลิตน้ำมันในเดือนมีนาคมของรัสเซียส่อว่าจะเพิ่มสูงขึ้นด้วยซ้ำไป

บทวิเคราะห์ของ “มอร์แกนสแตนเลย์” ค่อนข้างจะเห็นพ้องโดยชี้ว่า ในเวลานี้รัสเซียส่งออกน้ำมันดิบในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดอยู่มาก และในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาน้ำมันราคาถูกมักมีตลาดรองรับอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม ไออีเอตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่า บรรดาชาติตะวันตกทั้งหลายเพิ่งปล่อยน้ำมันดิบออกจากคลังสำรองเชิงพาณิชย์ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก เพื่อพยุงราคาและตอบสนองต่อความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อส่อเค้าว่าวิกฤตโควิด-19 กำลังจะผ่านพ้นไป

หากสงครามยังไม่ยุติและการเจรจากับอิหร่านและเวเนซุเอลาไม่ได้ผล ปัญหาซัพพลายน้ำมันก็จะเกิดขึ้นตามมา เพราะภาวะซัพพลายในตลาดน้ำมันดิบโลกอยู่ในสภาพตึงตัวเต็มที่อยู่ก่อนเกิดสงครามยูเครนด้วยซ้ำไป

หนทางเดียวที่จะป้องกันการเกิดวิกฤตซัพพลายครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้งก็คือ ต้องหาประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่มีกำลังการผลิตสำรองอยู่กับตัวให้เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นทดแทนน้ำมันดิบที่ขาดหายไปของรัสเซีย

ในสภาวการณ์เช่นนี้หลายคนมองไปที่ “ซาอุดีอาระเบีย” กับ “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” 2 ชาติผู้ผลิตน้ำมันสำคัญในกลุ่มโอเปก ในฐานะที่เป็นเพียงไม่กี่ชาติที่มีกำลังการผลิตสำรองหลงเหลืออยู่ และสามารถผลิตน้ำมันออกมาป้องกันภาวะขาดแคลนได้

ซาอุดีอาระเบียถูกมองว่าเป็นชาติที่มีกำลังการผลิตสำรองหลงเหลืออยู่มากที่สุดในโอเปก ระหว่าง 1.2-2.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนยูเออีก็มีอยู่ระดับ 0.6-1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ว่ากันว่า ซาอุฯเป็นชาติที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตน้ำมันออกมาชดเชยกับผลผลิตที่ขาดหายไปของอิหร่านและเวเนซุเอลาที่ผ่านมา ในขณะที่ชาติโอเปกที่เหลืออื่น ๆ กำลังการผลิตสำรองไม่เหลือหลอ หลายประเทศถึงกับติดลบด้วยซ้ำไป จากการที่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาไม่มีการลงทุนและสำรวจพบแหล่งน้ำมันใหม่ ๆ เลย

ปัญหาสำคัญในเวลานี้ก็คือว่า ซาอุดีอาระเบียและยูเออีมีกำลังการผลิตสำรองที่ว่านั้นอยู่จริงหรือไม่ ? สามารถผลิตเพิ่มได้ทันทีตามความต้องการหรือไม่ ?

ถ้าคำตอบคือ ไม่ใช่ วิกฤตซัพพลายน้ำมันของโลกจะเกิดขึ้นตามมาแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำมัน รัสเซีย-ยูเครน