มาดริดทรุด-
คอลัมน์ คุยกับ เอกราช
โดย เอกราช เก่งทุกทาง
เรอัล มาดริด คือทีมที่ดีที่สุดในโลกตอนคว้าแชมป์ แชมเปี้ยน”ส ลีก ช่วงกลางปี แต่ผ่านมาแค่ไม่กี่เดือน ทีมชุดขาวดูจะเปลี่ยนไปมาก จนไม่น่าจะใช่ “นัมเบอร์วัน” อีกแล้ว
เรอัลฤดูกาลนี้มีปัญหาตัวเจ็บมากมาย ไล่มาตั้งแต่ขาประจำอย่าง แกเร็ธ เบล, ราฟาเอล วาราน, มาร์เซโล่, เซคิโอ รามอส ทยอยกันเจ็บเป็นช่วง ๆ ทำให้กุนซือ ซีเนอดีน ซีดาน ต้องปรับเปลี่ยนทีม ดันพวกดาวรุ่งขึ้นมาเสริม เพื่อช่วยประคับประคองให้เดินหน้าต่อไป
สถานการณ์ของเรอัล มาดริด พลิกตาลปัตร จากเมื่อก่อนที่รุ่นเดอะ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า, ลูก้า โมดริช เป็นตัวหลักประคองดาวรุ่ง ปีนี้กลายเป็นใช้เด็กช่วยอุ้มรุ่นใหญ่ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปนัดต่อนัด
ดาวรุ่งทีมชุดขาว มีเก่ง ๆ หลายคน อิสโก้, มาร์โค อเซนซิโอ, ลูคัส บาซเกซ แจ้งเกิดได้ทุกตัว แต่ความเหนือชั้น คงเส้นคงวา มันก็ได้แค่ระดับหนึ่ง ไม่ใช่ เรอัล มาดริด ยอดทีมในอุดมคติ อย่างที่เคยเป็น
เรอัลโดนบาร์เซโลน่า ทิ้งห่าง 8 แต้ม ในลาลีก้า สเปน อันดับอยู่แค่ที่ 4 เป็นรองกระทั่ง บาเลนเซีย กับแอตเลติโก มาดริด
ถึงโรนัลโด้จะยิงประตูได้เรื่อย ๆ ความหวังที่จะไล่แซงบาร์ซ่า ก็ยังค่อนข้างมืดมน
เส้นทางข้างหน้าของทีมชุดขาว มีเดิมพันสูง ความเสี่ยงก็สูง ต้องเจอเกมยากหลายเกมที่พลาดไม่ได้เป็นอันขาด
หนึ่งคือการเปิดศึก เอล กลาสซิโก้ กับบาร์เซโลน่า 23 ธ.ค.นี้ เรอัล มาดริด ต้องชนะสถานเดียว เพื่อปลุกความหวังในการป้องกันแชมป์กลับมา
สอง, เผชิญหน้ากับปารีส แซง แชร์แมง ในรอบ 16 ทีม แชมเปี้ยน’ส ลีก ต้นปีหน้า นัดนี้ความเป็นแชมป์ยุโรปของเรอัลจะถูกท้าทายอย่างแรง และถ้าพลาดแพ้ตกรอบขึ้นมามีสิทธิ์เป็นเรื่องใหญ่ ถึงขั้นกุนซือซีดานอาจจะอยู่ต่อไม่ได้
ผมเองไม่คิดว่า ทีมชุดขาวจะเป็นแชมป์ยุโรปในปีนี้ แต่ถ้าแพ้เปเอสเชจริง ๆ ศักดิ์ศรีก็หมดกัน นอกจากเสียหน้า ยังอาจจะเสียตำแหน่งเบอร์ 1 ของโลก ให้เจ้าบุญทุ่มจากฝรั่งเศสไปด้วย
จุดนี้ นรกกว่าแพ้บาร์เซโลน่า อีกนะครับ