เลือดยังไหลไม่หยุด สงคราม รัสเซีย-ยูเครน คร่าชีวอตพลเรือนอีกครั้ง ล่าสุดอยู่ในพื้นที่โดเนตสก์ แดนพิพาททางฝั่งตะวันออก จรวดลงกลางสถานีรถไฟ ทำคนตายเกลื่อน
วันที่ 8 เมษายน 2565 สำนักข่าว เอเอฟพี รายงานว่า รัฐบาลรัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าโจมตีพลเรือนที่สถานีรถไฟเมืองครามาตอร์สก์ แคว้นโดเนตสก์ ภาคตะวันออกของยูเครน คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 50 ราย บาดเจ็บเกินร้อยคน โดยอาวุธที่โจมตีครั้งนี้เป็นขีปนาวุธที่เขียนภาษารัสเซียว่า “สำหรับเด็กๆ”
กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่า กองทัพรัสเซียไม่ได้ใช้จรวด ตอชกา-อู ที่พบในที่เกิดเหตุ มาตั้งแต่ปี 2562 แล้ว เพราะมีขีปนาวุธรุ่นใหม่ อิสคานเดอร์ ที่ทันสมัยกว่า กลุ่มที่ใช้ขีปนาวุธรุ่นเก่าดังกล่าวมีแต่กองกำลังทหารยูเครน

“เป้าหมายที่รัฐบาลยูเครนโจมตีสถานีรถไฟครั้งนี้เพื่อขัดขวางพลเรือนออกจากเมืองครั้งใหญ่ ด้วยหวังจะใช้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์ป้องกันให้กองกำลังยูเครน” แถลงการณ์กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุ และยืนยันว่า ขีปนาวุธรุ่นที่พบเป็นของกองกำลังยูเครนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม มานิชา กันกูลี ผู้ว่าการรัฐโดเนสตก์ ฝ่ายยูเครน กล่าวหาว่ากองทัพรัสเซียเป็นฝ่ายใช้อาสุธชนิดนี้เพื่อโจมตีเมืองครามาตอร์สก์มาก่อน และเพิ่งใช้เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ถล่มโรงพยาบาลเมืองวูเลดาร์ สังหารพลเรือน 4 ราย และทำให้บาดเจ็บ 10 คน

วันเดียวกัน นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย เปิดเผยกับสถานี สกาย นิวส์ ของอังกฤษ ยอมรับว่า รัสเซียเสียกำลังพลไปมากหลายสิบชีวิต และหวังว่ารัสเซียจะบรรลุกเป้าหมายภายในไม่กี่วันนี้
ตัวเลขที่กระทรวงกลาโหมเปิดเผย คือถึงวันที่ 25 มี.ค. ทหารรัสเซียเสียชีวิตไปแล้ว 1,351 ราย แต่ฝ่ายยูเครนอ้างว่าเสียชีวิตไปแล้ว เกือบ 19,000 ราย

หลังจากสงครามผ่านมาแล้ว 44 วัน นายเปสคอฟ กล่าวยืนยันว่ารัสเซียไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารผู้คนในเมืองบูชา ใกล้กรุงเคียฟ ที่มีภาพสะเทือนขวัญไปทั่วโลก
“ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยของปลอมและเรื่องโกหก” นายเปสคอฟกล่าวเพื่อยืนยันว่า ศพพลเรือนที่ถูกปลิดชีวิตนั้นเป็นการจัดฉาก