ธุรกิจใหญ่แห่ขายหุ้นกู้ เดือนพฤษภาคมจ่ายดอกเบี้ยสูง
หุ้นกู้-ธนบัตร
เปิดรายชื่อธุรกิจใหญ่แห่ขายหุ้นกู้เดือนพฤษภาคม 2565 “ช่อง 3” จ่ายดอกเบี้ยสูงสุด 5.10% ต่อปี ทรูมูฟเอช จ่ายดอกเบี้ยสูงสุด 3.75% LPN จ่ายดอกเบี้ยสูงสุด 4.20% ชโย กรุ๊ป มาแรงจ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 6% ด้าน UOBT ขายหุ้นกู้ด้อยสิทธินับเป็นเงินกองทุนรอเคาะดอกเบี้ย
วันที่ 25 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของภาคธุรกิจ ที่เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ในเดือนพฤษภาคม 2565 เพื่อระดมเงินทุนไว้รองรับการขยายกิจการและชำระคืนหนี้บางส่วนของหุ้นกู้ เริ่มกันที่
ช่อง 3 ออกขายหุ้นกู้ดอกเบี้ยสูงสุด 5.10%
1.บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC ยื่นร่างแบบแสดงรายการต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยคาดว่าออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และผู้ออกมีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดไถ่ถอน จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน 2 รุ่น อายุ 3 ปี จ่ายดอกเบี้ย 4.20% ต่อปี
ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2568 และรุ่นอายุ 5 ปี จ่ายดอกเบี้ย 5.10% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2570 เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 6, 9 และ 10 พ.ค. 65
โดยมีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
จัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2565 องค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BBB แนวโน้มอันดับเครดิต “Positive” หุ้นกู้จัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BBB แนวโน้มอันดับเครดิต “Positive”
โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ เพื่อชำระคืนหนี้บางส่วนของหุ้นกู้ของบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2560 (BEC225A) ที่จะครบกำหนดวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 จำนวน 3,000 ล้านบาท จำนวนเงินที่ใช้โดยประมาณ 2,000 ล้านบาท
ทรูมูฟ เอช จ่ายดอกเบี้ยสูงสุด 3.75%
2.บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ TUC ยื่นร่างแบบแสดงรายการต่อสำนักงาน ก.ล.ต. โดยคาดว่าออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ เปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 13 และ 17-18 พฤษภาคม 2565
โดยมีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
ทั้งนี้ สำหรับหุ้นกู้ดังกล่าวแบ่งออกเป็นดังนี้
- ชุดที่ 1 อายุ 2 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2567 อัตราดอกเบี้ย 2.85-3.00% ต่อปี
- ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2568 อัตราดอกเบี้ย 3.25-3.40% ต่อปี
- ชุดที่ 3 อายุ 4 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2569 อัตราดอกเบี้ย 3.60-3.75% ต่อปี
จัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2565 องค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BBB+ แนวโน้ม “Stable” หุ้นกู้จัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BBB+ แนวโน้ม “Stable” โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ เพื่อชำระหนี้เดิมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
LPN จ่ายดอกเบี้ยสูงสุด 4.20%
3. บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN ยื่นร่างแบบแสดงรายการต่อสำนักงาน ก.ล.ต.โดยคาดว่าออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน อายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 4.05-4.20% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบัน
เปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 10-12 พฤษภาคม 2565 โดยมีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
จัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2565 องค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BBB แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หุ้นกู้จัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BBB แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable”
โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ เพื่อชำระคืนหนี้หุ้นกู้ LPN224A และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
CPFTH เปิดขาย 4 ชุด
5. บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (CPFTH) ยื่นร่างแบบแสดงรายการต่อสำนักงาน ก.ล.ต.โดยคาดว่าออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน รอประกาศอัตราดอกเบี้ย เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่
เปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 28-29 เมษายน และ 3 พฤษภาคม 2565 โดยม ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
ทั้งนี้หุ้นกู้ดังกล่าวแบ่งออกเป็นดังนี้
- ชุดที่ 1 อายุ 7 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2572
- ชุดที่ 2 อายุ 10 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2575
- ชุดที่ 3 อายุ 12 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2577
- ชุดที่ 4 อายุ 15 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2580
จัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 องค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ A+ แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หุ้นกู้จัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ A+ แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable”
โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้เพื่อ
- ใช้ในการขยายธุรกิจ และ/หรือการลงทุนในหุ้นหรือทรัพย์สิน
- ใช้ในการชำระคืนหนี้
- ใช้ในการให้กู้ยืมเงินแก่บริษัทในกลุ่มซีพีเอฟ หรือเข้าซื้อหุ้นของบริษัทในกลุ่มซีพีเอฟ
- ใช้ในกรณีอื่น ๆ เช่น เงินทุนที่ใช้หมุนเวียนในกิจการ
ชโยฯมาแรงจ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 6%
6. บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO ยื่นร่างแบบแสดงรายการต่อสำนักงาน ก.ล.ต.โดยคาดว่าออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดไถ่ถอน อายุ 3 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 6.00% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่
เปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 17-19 พฤษภาคม 2565 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
จัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2565 องค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BB+ แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” (Stable) หุ้นกู้ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้เพื่อ
- ชำระคืนหุ้นกู้ CHAYO228A จำนวนเงินที่ใช้โดยประมาณ 300 ล้านบาท
- เพิ่มทุนในบริษัทย่อยผ่านบริษัทบริหารสินทรัพย์ ชโย เจวี จำกัด เพื่อซื้อหนี้เสียมาบริหาร จำนวนเงินที่ใช้โดยประมาณ 880 ล้านบาท
- เพื่อซื้อหนี้ และ/หรือลงทุนในธุรกิจของกลุ่มชโย และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน จำนวนเงินที่ใช้โดยประมาณ 620 ล้านบาท
สกาย ไอซีที จ่ายดอกเบี้ย 5%
7. บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) (SKY) ยื่นร่างแบบแสดงรายการต่อสำนักงาน ก.ล.ต.โดยคาดว่าออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดไถ่ถอน อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ย 5.00% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่
เปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 13, 17 และ 18 พฤษภาคม 2565 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ทั้งนี้ องค์กรไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และหุ้นกู้ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้เพื่อ 1.ลงทุนเกี่ยวกับโครงการ Common Use Passenger Processing System สำหรับ 5 สนามบิน และลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้องกับ Digital Platform จำนวน 400 ล้านบาท และ 2.ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน 100 ล้านบาท
UOBT ขายหุ้นกู้ด้อยสิทธินับเป็นเงินกองทุน
8. ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) หรือ UOBT ยื่นร่างแบบแสดงรายการต่อสำนักงาน ก.ล.ต.โดยคาดว่าออกและเสนอขายตราสารด้อยสิทธิ เพื่อนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 ไม่มีประกัน ไม่มีผู้แทนผู้ถือตราสารเงินกองทุน และสามารถรองรับผลขาดทุนของผู้ออกตราสารเงินกองทุนได้ เมื่อผู้ออกตราสารเงินกองทุนมีผลการดำเนินงานที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้
โดยสามารถตัดหนี้ (ทั้งจำนวนหรือบางส่วน) ตามตราสารเงินกองทุนเป็นหนี้สูญได้ เมื่อทางการตัดสินใจจะเข้าช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ออกตราสารเงินกองทุน และผู้ออกตราสารเงินกองทุนมีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด
ตราสารเงินกองทุน อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยรอประกาศดอกเบี้ย จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ เปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม-6 มิถุนายน 2565 โดยมี ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายตราสารเงินกองทุน
จัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2565 องค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ AAA (tha) แนวโน้มเครดิต “Stable” หุ้นกู้จัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ (รอประกาศ)
โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ เพื่อนับเป็นเงินกองทุนของผู้ออกตราสารเงินกองทุน และใช้ในการประกอบธุรกิจหลักของผู้ออกตราสารเงินกองทุน ตลอดจนถึงการใช้เป็นเงินทุนในการดำเนินกิจการ