ธ.ก.ส. กำไรปีบัญชี’64 ลดเหลือ 7.5 พันล้านบาท ลุยแก้หนี้เกษตรกร
ธ.ก.ส. เผยผลงานปีบัญชี 2564 กำไรลดลง เหลือ 7.5 พันล้านบาท เน้นเพิ่มสภาพคล่องลูกค้า ฝ่าวิกฤตโควิด 3 โครงการ ปล่อนสิยเชื่อใหม่กว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ลุยแก้หนี้เกษตรกร บริหารหนี้เสียให้อยู่ระดับ 4.5%
วันที่ 26 เมษายน 2565 นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยผลการดำเนินงานปีบัญชี 2564 (1 เมษายน 2564 ถึง 31 มีนาคม 2565) ว่า ธ.ก.ส. ได้สนับสนุนสินเชื่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคชนบทในระหว่างปี จำนวน 667,971 ล้านบาท ทำให้มียอดสินเชื่อสะสมคงเหลือ จำนวน 1,606,289 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากต้นปีบัญชีจำนวน 35,485 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.26
ขณะที่ยอดเงินฝากสะสม 1,901,801 บาท เพิ่มจากต้นปีบัญชีจำนวน 120,329 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.75 มีสินทรัพย์จำนวน 2,236,358 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.73 หนี้สินรวม 2,086,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 และส่วนของเจ้าของ 149,726 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.17 โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 98,610 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 91,031 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ จำนวน 7,579 ล้านบาท ต่ำกว่าปีบัญชี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ระดับ 7,970 ล้านบาท
ด้านอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (ROA) อยู่ที่ร้อยละ 0.35 อัตราตอบแทนต่อส่วน ผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ร้อยละ 5.22 ขณะที่ NPLs อยู่ที่ร้อยละ 6.63 โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) ร้อยละ 12.43 สูงกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด
นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้ดำเนินโครงการเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและเสริมสภาพคล่องลูกค้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ผ่าน 3 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการชำระดีมีคืน ดำเนินการคืนดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าจำนวน 1,337,373 ราย จำนวนเงินกว่า 1,024 ล้านบาท
2) โครงการนาทีทองลดดอกเบี้ยสู้โควิด ดำเนินการลดดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าที่มีภาระหนัก จำนวน 184,920 ราย จำนวนเงิน 1,259 ล้านบาท และ 3) โครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แบบยั่งยืน ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วกว่า 3,702 สัญญา จำนวนเงิน 1,697 ล้านบาท
“ในปีที่ผ่านมาถือเป็นอีกปีหนึ่งที่เกษตรกรมีความยากลำบาก อันเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ภัยธรรมชาติ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ซึ่ง ธ.ก.ส. พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างและเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ไขปัญหาเพื่อให้เรา ก้าวเดินและเติบโตไปพร้อม ๆ กันอย่างมั่นคง ยั่งยืน”
ส่วนในปีบัญชี 2565 ธ.ก.ส. จะเน้นฟื้นฟูลูกค้า และแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน โดยตั้งเป้าลดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ที่ระดับ 4.5% จากสิ้นปีบัญชี 2564 ที่อยู่ที่ระดับ 6.63% โดยจะเข้าไปตรวจสุขภาพทางการเงินของลูกค้าภายในไตรมาสแรกของปีบัญชีนี้ และจัดชั้นลูกค้าตามกลุ่มเขียว เหลือง และแดง ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขหนี้ให้เป็นศูนย์
พร้อมกันนี้ จะเข้าไปดูแล เรื่องการลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือน ด้วยการเข้าไปตรวจสอบรายจ่ายของลูกหนี้ และคัดแยกภาระการเป็นหนี้ครัวเรือน จากนั้นจะช่วยหน้าอาชีพเสริม ให้ลูกหนี้กลับมามีรายได้เลี้ยงชีพ และมีความสามารถกลับมาชำระหนี้ได้
ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ได้ตั้งเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อในปีบัญชี 2565 ไว้เบื้องต้น 3 หมื่นล้านบาท โดยจะมีการทบทวนเป้าหมายสินเชื่ออีกครั้งเพื่อให้มีการเติบโตของสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น 3-4% หรือเพิ่มเป็น 5 หมื่นล้านบาท จากปีบัญชี 2564 ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อได้ 3.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากต้องการสร้างโอกาสให้กับเกษตรกร ได้เข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น และเพื่อให้เป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อมีความสอดคล้องกับสถาบันการเงินของรัฐอื่นๆ