เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

คิสออฟบิวตี้ ขึ้นแชปเตอร์ใหม่ สู่ ออมนิแชนเนล-บุกต่างประเทศ

06 พ.ค. 2565 | 10:01น.
เครื่องสำอาง
สัมภาษณ์

เป็นตลาดที่น่าจับตาไม่น้อยสำหรับตลาดเครื่องสำอางหลักแสนล้านบาท หลังตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับการดิสรัปชั่นหลายรูปแบบ ทั้งการเข้ามาของเทคโนโลยี โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างหนัก ขณะที่ต้นทุนต่าง ๆ อยู่ในช่วงขาขึ้น ทั้งวัตถุดิบ ราคาน้ำมัน รวมทั้งภาวะเงินเฟ้อที่ทำให้อำนาจการจับจ่ายลดลง

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “กิตติพนธ์ นามพิชญ์ธนสิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิสออฟบิวตี้ จำกัด ผู้จำหน่ายและส่งออกผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม สกินแคร์ ถึงการปรับตัวตลอดช่วงโควิดที่ผ่านมา และการทรานส์ฟอร์มองค์กรนับจากนี้

วิกฤตโควิด…วิกฤตเมกอัพ

“กิตติพนธ์” เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการฉายภาพอุตสาหกรรมความงามตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมาว่า ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากพอสมควรอุตสาหกรรมชะลอตัวจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ออกจากบ้านน้อยลง

มาถึงปีนี้ตลาดก็ยังเหนื่อยอยู่โดยเฉพาะกลุ่มเมกอัพ แต่ก็ยังหวังลึก ๆ ว่าในช่วงครึ่งปีหลังไปจนถึงไตรมาส 3 หากสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง เมกอัพจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง

แต่สิ่งหนึ่งที่ยังกังวลก็คือ ปัญหาเงินเฟ้อ สินค้าขึ้นราคา ขณะที่กำลังซื้อชะลอตัว หากปัจจัยเหล่านี้ยังไม่ดีขึ้น ตลาดเครื่องสำอางเหนื่อยแน่นอน นั่นเพราะผู้บริโภคจะเลือกซื้อสินค้าจำเป็นก่อน

นอกจากนี้ ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องสำอางยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหาต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งวัตถุดิบนำเข้า ค่าขนส่งต่าง ๆ หลังจากช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่ราคาน้ำมันขึ้น แพ็กเกจจิ้ง ราคาพลาสติกรวม ๆ แล้วเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า

แต่ว่ายังอยู่ในจุดที่บริหารจัดการได้เพราะมองว่าเป็นสถานการณ์ชั่วคราวที่ต้องจับตากันอย่างใกล้ชิดและยังไม่มีการปรับราคาแต่อย่างใด

แม้ช่วงปี 2563 ที่โควิดเริ่มระบาดคิสออฟบิวตี้จะเติบโตได้ถึง 20% แต่ปี 2564 ถัดมายอดขายติดลบ 8% ซึ่งเป็นผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ทำให้ต้องมีการปรับตัวอย่างมากเพื่อรองรับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป

เริ่มจากการปรับพอร์ตโฟลิโอด้วยการยกเลิกการทำตลาดสินค้ากลุ่มเมกอัพที่ตลาดไม่เติบโต และหันไปโฟกัสกลุ่มบอดี้แคร์-สกินแคร์ อาทิ แบรนด์ Malissa Kiss (มาลิสสา คิส) และ Daeng Gi Meo Ri (แทงกีโมรี) ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมพรีเมี่ยมจากเกาหลีที่มีการเติบโตสูงแทน

ปัจจุบันสินค้าหลัก ๆ ประกอบด้วย 1.กลุ่มเพอร์ฟูมบอดี้แคร์แบรนด์ Malissa Kiss (มาลิสสา คิส) ที่เป็นผู้นำตลาดในช่องทางโมเดิร์นเทรด มีสัดส่วนประมาณ 60% 2.แฮร์แคร์ แชมพูเกาหลี Daeng Gi Meo Ri (แทงกีโมรี) ในกลุ่มพรีเมี่ยมเติบโตดี สัดส่วน 25%

และ 3.สกินแคร์ เฟเชียลแคร์ อาทิ แบรนด์ MoonA House (มุนอา เฮาส์), SKINOXY (สกินออกซี่), Claryna (คลารีน่า) และอื่น ๆ เช่น เพอร์ซันนอลไฮยีน สัดส่วน 10% และกลุ่มธุรกิจใหม่ new S-curve ในกลุ่มสินค้าอุปโภค (FMCG) ที่เป็นสินค้าใหม่เรือธงในการสร้างการเติบโตของบริษัทในอนาคต มีสัดส่วน 5%

เพิ่มโฟกัส Omnichannel

ซีอีโอคิสออฟบิวตี้ระบุด้วยว่า สำหรับแผนงานหลักจากนี้ไปบริษัทจะดำเนินงานตามวิชั่น 2025 ที่จะให้ความสำคัญกับ omnichannel ด้วยการทรานส์ฟอร์มองค์กรที่เน้นออนไลน์ที่จะเป็นคีย์หลักในการสร้างการเติบโตและรองรับพฤติกรรมคนยุคใหม่ ขณะเดียวกัน ก็จะผสมผสานและเติมเต็มออฟไลน์ให้มากขึ้น

โดยในระยะใกล้ ๆ นี้ในช่วงครึ่งปีหลังที่จะถึงนี้บริษัทมีแผนกลับมาทำการตลาดเต็มรูปแบบ ที่หันมาเน้นออนไลน์มากขึ้น ทั้งการปรับองค์กรภายใน การเข้าไปเป็นพาร์ตเนอร์กับแพลตฟอร์มต่าง ๆ

ทั้งช้อปปี้ ลาซาด้า เจดี เซ็นทรัล และแพลตฟอร์มบิวตี้สโตร์ต่าง ๆ เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์ในปัจจุบันที่คนเริ่มซื้อออนไลน์มากขึ้นเป็นหลัก พร้อม ๆ กับการทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ 30-50 รายการต่อปี

ต้องยอมรับว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก ดังนั้น อย่างหนึ่งที่บริษัทต้องทำก็คือ กลยุทธ์ทางการตลาดแบบออมนิแชนเนลที่จะเป็นหัวใจสำคัญ

แต่ออฟไลน์เราก็ไม่ทิ้งจะยังผลักดันและสร้างการเติบโตต่อไป เพียงแต่ส่วนผสมจะเปลี่ยนไปตามบริบทของผู้บริโภค ก่อนโควิดยอดขายของเราเป็นออฟไลน์99% ออนไลน์เพียง 1% แต่ ณ วันนี้สัดส่วนออนไลน์เราเพิ่มมาถึง 20% ในช่วงเวลาเพียง 2 ปี ขณะที่อีก 80% ยังเป็นออฟไลน์ โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2025 ยอดขายออนไลน์จะเพิ่มเป็น 50%

“จากการอัดอั้นการจับจ่ายของประชาชนตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และปัจจัยภายนอกอย่างโอมิครอนที่เริ่มคลี่คลาย ผู้คนออกมาใช้ชีวิตปกติมากขึ้น ทำให้มองว่าสถานการณ์ในตลาดจะเติบโตดีกว่าปีที่ผ่านมา ปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 35-40% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก”

ก้าวสู่รีจินอลแบรนด์

พร้อมกันนี้คีย์แมนคิสออฟบิวตี้ยังกล่าวถึงการขยายตลาดออกไปในต่างประเทศที่มีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่กลุ่มประเทศอาเซียนว่า ได้มีการพูดคุยกับพาร์ตเนอร์ในแต่ละประเทศเพื่อคัดผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ

รวมทั้งเปลี่ยนวิธีการสื่อสารการตลาดที่แตกต่างกันในแต่ละตลาดเป้าหมาย มิชชั่นของเราคือการก้าวไปเป็นอาเซียนแบรนด์ผ่านสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นที่น่าเชื่อถือ มีแบรนด์ Malissa Kiss (มาลิสสา คิส) เป็นเรือธงที่ผ่านมา

ได้เริ่มเข้าไปทำตลาดในเวียดนาม ลาว จีน ฟิลิปปินส์ และยูเครน มีสัดส่วนเพียง 5% แต่ในระยะยาวถึงปี 2025 ต้องครอบคลุมครบทุกประเทศหลักในอาเซียน ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศเป็น 30% หรือคิดเป็นฐานลูกค้า 15 ล้านรายทั่วภูมิภาคอาเซียน และต้องมีการเติบโตเฉลี่ย 30-40% ต่อปี และทะลุกว่า 1,000 ล้านบาทในอีก 5 ปี

“ความท้าทายในการก้าวสู่ตลาดอาเซียน คือ การแข่งกับแบรนด์จากเกาหลี จีน ญี่ปุ่น โดยเฉพาะเกาหลีที่มีความแข็งแกร่งมาก โดยเป้าหมายแรกในปี 2025 คือ รายได้จากออนไลน์จะมีสัดส่วน 50%

หรือการมีฐานลูกค้า 50 ล้านรายทั่วอาเซียน (หรือคิดเป็นการขาย 50 ล้านชิ้น) ท้ายที่สุดเป้าหมายของคิสออฟบิวตี้คือการก้าวสู่บริษัท FMCG ของไทยที่มีสินค้าหลากหลายกลุ่ม แม้วันนี้จะยังเป็นเพียงบิวตี้คอมปะนี”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สัมภาษณ์ เครื่องสำอาง