เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.
Economic สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.
The Ritz-Carlton ชวนล่องเรือคลาสสิกชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา เปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ
Biz Movement The Ritz-Carlton ชวนล่องเรือคลาสสิกชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา เปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ
SX2026 เสนอทางรอดชาวนาไทย ‘ลดต้นทุน-ตัดวงจรหนี้-สร้างตลาดใหม่’
SD SX2026 เสนอทางรอดชาวนาไทย ‘ลดต้นทุน-ตัดวงจรหนี้-สร้างตลาดใหม่’
‘แสนสิริ’ ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกเครื่องรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Real Estate ‘แสนสิริ’ ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกเครื่องรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ส.อ.ท.ร่วมรัฐบาลบุกญี่ปุ่น ถก อุตฯไทยเชื่อมห่วงโซ่โลก
Economic ส.อ.ท.ร่วมรัฐบาลบุกญี่ปุ่น ถก อุตฯไทยเชื่อมห่วงโซ่โลก
พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชาธิวาสวิหาร
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชาธิวาสวิหาร
รฟท.แจงดีลรถไฟมือ 2 จากญี่ปุ่น – ยันเดินหน้าส่งเสริมนโยบาย Local Content
News รฟท.แจงดีลรถไฟมือ 2 จากญี่ปุ่น – ยันเดินหน้าส่งเสริมนโยบาย Local Content
‘ปกครอง’ คุมเข้ม ‘มูลนิธิทั่วไทย’ สั่งรายงานผล-บัญชีการเงินทุกปี ยื่นออนไลน์ได้
News ‘ปกครอง’ คุมเข้ม ‘มูลนิธิทั่วไทย’ สั่งรายงานผล-บัญชีการเงินทุกปี ยื่นออนไลน์ได้
ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
Finance ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
‘สุชาติ’ กำชับเฝ้าระวัง ‘วาฬบรูด้า’ อ่าวไทย หลังพบซากเกยตื้น ขอลดความเร็วเรือ
News ‘สุชาติ’ กำชับเฝ้าระวัง ‘วาฬบรูด้า’ อ่าวไทย หลังพบซากเกยตื้น ขอลดความเร็วเรือ
ดูทั้งหมด

Booking.com หนุน “นักท่องเที่ยว” สู่เมืองรอง-

25 ธ.ค. 2560 | 07:00น.

ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. ได้จัดเวทีเสวนา หัวข้อ “ท่องเที่ยวไทยจะยืนหยัดอย่างไรในยุค 4.0” โดยคาดหวังให้งานนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาคำตอบเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของธุรกิจท่องเที่ยวโดยคนไทย

โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่น รวมทั้งการค้นหาตำแหน่งที่เหมาะสมของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ให้สามารถเดินควบคู่ไปกับยุค 4.0 ได้

“ปาริฉัตร แฮห์เนน” ผู้จัดการประจำภูมิภาคประเทศไทยและอินโดจีน Booking.com ซึ่งเป็น Online Travel Agent (OTA) อันดับ 1 ของโลก บอกว่า หลังจากได้ร่วมงานกับแพลตฟอร์ม Booking.com มาเป็น 10 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทเข้ามาทำการตลาดในฝั่งเอเชีย ในตอนนั้นยังเป็นแค่บริษัทเล็ก ๆ แต่วันนี้ได้ขยายธุรกิจ เพิ่มพันธมิตรโรงแรมเข้ามาเสนอขายห้องพักจำนวนมาก

โดยไม่ได้ทำงานเฉพาะโรงแรมจากเชนหรือแบรนด์ดัง ๆ เท่านั้น แต่ได้เข้าถึงโรงแรมราคาประหยัด รวมถึงโรงแรมในท้องถิ่นซึ่งในทุก ๆ ปี Booking.com ได้เป็นสื่อกลางพานักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาท่องเที่ยวและพักผ่อนที่ประเทศไทย กระจายไปในหลาย ๆ เมือง ทั้งภูเก็ต หัวหิน สมุย เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ

นอกจากนักท่องเที่ยวยุโรปและจีนซึ่งเป็นลูกค้าหลักที่จองผ่านแพลตฟอร์มเราแล้ว พบว่าตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด 3 อันดับแรกคือ บราซิล อาร์เจนตินา จากภูมิภาคอเมริกาใต้ และเวียดนาม หนึ่งในประเทศกลุ่ม CLMV

“ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาคนไทยก็เดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น เริ่มจองทุก ๆ อย่างบนช่องทางออนไลน์ และมีความพร้อมในการใช้เงินเพื่อการท่องเที่ยว เพราะมองว่าการท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่มอบความสุขให้ตัวเอง”

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ “ภาคอีสาน” ที่อาจมองว่ามีคนไปเที่ยวน้อย และเศรษฐกิจไม่ได้มีการเติบโตในอัตราที่สูงนักเมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย แต่ทาง Booking.com ก็ได้ลงพื้นที่เพื่ออธิบายและให้ข้อมูลแก่ผู้ประกอบการโรงแรมในภาคอีสาน ให้นำห้องพักมาเสนอขายบนแพลตฟอร์มของ Booking.com เพื่อเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีโรงแรมพันธมิตรมากกว่า 1,500 แห่งแล้ว

นี่คือความพยายามของ Booking.com ที่ต้องการกระจายการเดินทางไปหลาย ๆ เมืองมากกว่ากระจุกอยู่เฉพาะเมืองท่องเที่ยวหลักเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันยังมีพันธมิตรที่พักหลากหลายรูปแบบ ทั้งเบดแอนด์เบร็กฟาสต์ (b&b), เกสต์เฮาส์, ฟาร์มสเตย์, โฮมสเตย์ และโฮสเทล เฉพาะในไทยมีมากกว่า 1,500 แห่งแล้ว

“ปาริฉัตร” ยังบอกถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทยด้วยว่า ชอบมีการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในโซเชียลมีเดีย ทั้งการเช็กอิน การแชร์ประสบการณ์ คนไทยนิยมอ่านและดูรีวิวท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งมีบทบาทในการตัดสินใจซื้อห้องพักโรงแรมและเลือกร้านอาหารอย่างมาก ทำให้สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ว่า อยากไปเที่ยวที่ไหนและอย่างไร ต่างจากสมัยก่อนที่จะต้องดูรายการทีวีนำเที่ยว หรือศึกษาข้อมูลจากแค็ตตาล็อกก่อน

“ปาริฉัตร” บอกอีกว่า จากเทรนด์ความต้องการเที่ยวของคนไทยในปัจจุบัน พบว่า กว่า 62% ออกไปท่องเที่ยวด้วยตัวคนเดียว (solo traveler) ขณะที่ 49% ตัดสินใจไปท่องเที่ยว เพราะโซเชียลมีเดีย หลังได้เห็นและอ่านข้อมูลมากมายในช่องทางนี้ 23% นิยมออกไปเที่ยวตามวัดและศาสนสถาน 21% ออกไปท่องเที่ยวเชิงจิตอาสา และ 39% ออกไปเที่ยวแนวผจญภัยและท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศ ซึ่งถือเป็นเทรนด์ใหม่มากขึ้น

และจากการสำรวจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวจากกลุ่มตัวอย่าง 19,000 คนจาก 26 ประเทศทั่วโลก ของ Booking.com พบว่า 8 เทรนด์หลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกในปี 2561 คือ 1.เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก นักท่องเที่ยวจะเชื่อใจและพึ่งพาเทคโนโลยีในการเลือกสถานที่พักผ่อน ให้เทคโนโลยีจัดลำดับหรือวางแผนทริปมาให้เลย 2.นักท่องเที่ยวจะมี “bucket list” รายการทริปที่อยากไปว่าเป็นที่ไหนบ้าง และตั้งเป้าว่าจะออกเดินทางไปให้ได้อย่างน้อย 1 จุดหมายตามที่ตั้งใจไว้

3.การได้กลับไปเยือนในสถานที่แห่งความทรงจำในวัยเด็ก 4.การนำกระแสพ็อปคัลเจอร์เป็นแรงบันดาลใจในการออกเดินทาง 5.การท่องเที่ยวเพื่อดูแลสุขภาพ ถือเป็นอีกเทรนด์ที่น่าจับตาอย่างมาก 6.เรื่องของเศรษฐกิจและกำลังซื้อเป็นอีกปัจจัยที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสำคัญ และจัดสรรค่าใช้จ่ายให้คุ้มค่ามากที่สุด พร้อมคำนึงถึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นอย่างดี 7.การได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนอย่างสนุกสุดเหวี่ยง และ 8.การได้ท่องเที่ยวและใช้ชีวิตอย่างคนท้องถิ่น

“ตอนนี้ภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจชัดเจนมากว่า เทคโนโลยีทรงอิทธิพลจนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สามารถทำธุรกิจผ่านมือถือสมาร์ทโฟนได้แล้ว” โดย Booking.com ได้แบ่งปันความเชี่ยวชาญให้ธุรกิจที่พักเข้าถึงข้อมูลได้ ใช้ประโยชน์ด้านข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างสูงสุดเพื่อดึงดูดคนมาเที่ยว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะสามารถให้ดิจิทัลมาช่วยแก้ปัญหาของภาคการท่องเที่ยวได้ แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนอย่างเบ็ดเสร็จไม่ได้ ซึ่งก็คือ “การบริการจากใจ” เพราะนี่คือสิ่งสำคัญที่ดึงดูดให้คนกลับมาเที่ยวซ้ำอีกครั้ง