ราช กรุ๊ป เดินหน้าขยายการลงทุนต่อเนื่อง เสริมแกร่งธุรกิจ เพิ่ม 2 โครงการ มูลค่า 275 ล้าน หลังกำไรไตรมาสแรก 1,579 ล้าน จากการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 แห่ง อินโดนีเซีย
วันที่ 13 พฤษภาคม 2565 นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
การลงทุนครั้งล่าสุด ในปี2565 บริษัทสามารถลงทุนเพิ่มในโครงการใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สกลนคร และส่วนขยายระยะที่ 3 ของโรงผลิตไฟฟ้า นวนคร รวมเป็นเงินลงทุน 275 ล้านบาท ซึ่งผลประกอบการในไตรมาส 1 ยังคงแข็งแกร่งแม้จะได้รับความกดดันจากปัจจัยราคาเชื้อเพลิง โดยมีรายได้ 18,249.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 109.7

โดยเป็นผลมาจากการเดินเครื่องเพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าราชบุรี รวมทั้งการรับรู้รายได้จากบริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) Fareast Renewable Development Pte. Ltd. (FRD) จากเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในโรงไฟฟ้าพลังน้ำอาซาฮาน อินโดนีเซีย และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว อินโดนีเซีย
ส่งผลให้กำไรส่วนของบริษัทมีจำนวน 1,579 ล้านบาท ลดลงเป็นจำนวน 508.50 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24.4 จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมเงินกู้เดิมทั้งจำนวนจากการรีไฟแนนซ์จำนวน 225.73 ล้านบาท และการบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีของ FRD ซึ่งเป็นบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในอินโดนีเซีย จำนวน 337.70 ล้านบาท
โดยทั้งสองรายการเป็นการรับรู้ตัวเลขทางบัญชี ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดของกลุ่มบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังคาดว่าจะสามารถระดมทุนจากการจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุนได้ 25,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเสริมขีดความสามารถของบริษัทแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี การดำเนินงานด้านการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาสามารถขับเคลื่อนเดินหน้าได้ตามแผนงาน ส่วนการบริหารสินทรัพย์ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงต้นทุนการผลิต ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาเชื้อเพลิง โดยมีการกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด จนปัจจุบันโรงไฟฟ้าต่าง ๆ สามารถลดและจำกัดผลกระทบในระดับที่ยอมรับได้ และยังรักษาอัตรากำไรไว้ได้ ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
นอกจากนี้ บริษัทดำเนินการระดมทุนเพิ่มอีก 25,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 จากการระดมทุนครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้รองรับการขยายการลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่วางแผนไว้ปีละ 700 เมกะวัตต์ และธุรกิจนอกการผลิตไฟฟ้าปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท รวมทั้งนำไปใช้ปรับโครงสร้างเงินทุน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินด้วย
สำหรับในปีนี้บริษัทจะมีโรงไฟฟ้าจำนวน 5 แห่ง กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 1,166.58 เมกะวัตต์ เข้ามาเสริมรายได้ของบริษัทให้แข็งแกร่ง โดย 2 แห่งได้เดินเครื่องเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คือ
โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 145.15 เมกะวัตต์ ในอินโดนีเซีย เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ สร้างรายได้ให้บริษัทแล้ว จำนวน 86.45 ล้านบาท และโรงไฟฟ้าเน็กส์ซิฟ ราช เอ็นเนอร์จี ระยอง กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 45.08 เมกะวัตต์ เดินเครื่องเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน 2565 มั่นใจว่าทั้งปีจะมีกำลังผลิตตามเป้า 700 เมกะวัตต์
อีกทั้งบริษัทคาดหวังว่า การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนไพตัน ในอินโดนีเซีย หากดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนนี้ จะช่วยให้รายได้ของบริษัทแข็งแกร่งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนการลงทุนโครงการใหม่ ๆ เพิ่มเติม ล่าสุดโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกอง 4A และ 4B กำลังการผลิตติดตั้งรวม 355 เมกะวัตต์ ใน สปป. ลาว
ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) อนุมัติอัตราค่าไฟฟ้าของโครงการ และคาดว่าจะสามารถลงนามในบันทึกความเข้าใจการรับซื้อไฟฟ้า (Tariff MOU) กับการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ในเร็ว ๆ นี้
โดยโครงการนี้เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำประเภท Reservoir มีอายุสัญญา 27 ปี ปริมาณเสนอขายไฟฟ้าให้ กฟผ. 347.30 เมกะวัตต์ และมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2576 ส่วนธุรกิจนอกภาคการผลิตไฟฟ้า บริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการลงทุนในธุรกิจบริการสุขภาพ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาคาดว่าจะสรุปได้ภายในปีนี้
ปัจจุบัน บริษัทรับรู้กำลังการผลิตตามการถือหุ้นรวม 9,203.77 เมกะวัตต์ ในจำนวนนี้ร้อยละ 59 (5,425.55 เมกะวัตต์) เป็นกำลังการผลิตภายในประเทศไทย และร้อยละ 41 (3,778.22 เมกะวัตต์) เป็นกำลังการผลิตในต่างประเทศ สำหรับกำลังการผลิตจำแนกตามประเภทเชื้อเพลิง ประกอบด้วย เชื้อเพลิงประเภทฟอสซิล 7,844.03 เมกะวัตต์ และเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน 1,359.74 เมกะวัตต์
สำหรับโรงไฟฟ้าที่กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปีนี้ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว อินโดนีเซีย กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 145.15 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าผู้ผลิตรายเล็กเน็กส์ซิฟ ราช เอ็นเนอร์จี ระยอง 45.08 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานลมอีโค่วิน เวียดนาม 15.16 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าราชโคเจนเนอเรชั่นส่วนขยาย 31.19 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนไพตัน อินโดนีเซีย 930 เมกะวัตต์