Winter Romantic ชมวัง-เที่ยวคริสต์มาส “เวียนนา”-
“สวยตั้งแต่ล้อแตะรันเวย์…” เราอาจอุปมาได้ขนาดนั้น แต่ไม่ได้เป็นเรื่องเกินเลย ความจริง เมื่อเที่ยวบินปฐมฤกษ์ สายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 936 เส้นทางกรุงเทพฯ-เวียนนา ประเทศออสเตรีย บินผ่านเข้าสู่มวลอากาศความหนาวเย็นที่ เข้าปกคลุมยุโรปในช่วงปลายปี

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้ว ความหนาวเย็นที่แผ่ปกคลุมทั่วยุโรปช่วงก่อนหิมะ ตกถือเป็นหนึ่งในบรรยากาศท่องเที่ยวอีกสไตล์หนึ่ง เป็นความหนาวที่พรั่งพร้อมกับ ภาพบรรยากาศยุโรปที่ผู้คน บ้านเรือน เปลี่ยนสีสันวิบวาวเข้าสู่อารมณ์คริสต์มาส ทั้งร้านรวงที่ตกแต่งระยิบระยับเรียกสายตา ผู้คนออกเดินเล่นช้อปปิ้งเดินหาซื้อของขวัญ ของประดับตกแต่งบ้านให้เข้าเทศกาล เป็นความรื่นเริงสวยงามในการมาเยือนห้วง
เวลาปลายปีเช่นนี้
และในจังหวะความสุขหรรษาของผู้คนในยุโรป เป็นโอกาสดี ที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) “ยามเมื่อลมพัดหวน” กลับมาทำการบินเส้นทาง กรุงเทพฯ-เวียนนา อีกครั้ง หลังห่างหายไปนานถึง 20 ปี โดยทำพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
การท่าอากาศยานเวียนนาให้การต้อนรับการบินไทย
“ที่นี่มองอะไรก็สวย เวียนนานครหลวงเก่าแก่ที่มีอายุ กว่าพันปี เป็นเมืองในฝันของหลายคนค่ะ มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ดนตรี เป็นเกตเวย์ของยุโรปตอนกลาง ลงเครื่องที่เวียนนา แล้วเดินทางต่อไปสาธารณรัฐเช็ก ไปกรุงบูดาเปสต์ ฮังการี โปแลนด์ สโลวาเกีย สโลเวเนีย เยอรมนี เป็นต้น เรียกว่าที่นี่ เป็นจุดต่อไปประเทศรอบข้างได้สะดวก” คุณอ้อม อุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการณ์ดีดีการบินไทย เอ่ยถึงภาพเส้นทางการบิน ที่การบินไทยฯเปิดรูทเชื่อมต่อในบริเวณยุโรปตอนกลาง อีกทั้งทำการบินตรงน็อนสต๊อป ใช้เวลาเพียงสิบชั่วโมงครึ่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร นักเดินทางเพิ่มขึ้นนั่นเอง

“ยุโรปเป็นตลาดที่กำลังเติบโต และเวียนนาถือเป็นจุดที่มีศักยภาพมาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากยุโรปโซนนี้ล้วนชอบไปตากอากาศพักจากความหนาวเย็นในประเทศไปอยู่เมืองไทยนาน 3-5 เดือน จึงเป็นโอกาสน่าสนใจ”คุณอ้อมอธิบายต่อ
เอ่ยถึง “ออสเตรีย” นั้น ย่อม “ดึงดูดใจ” ให้นักเดินทาง นักท่องเที่ยว หวังสักครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะมาสัมผัสนครแห่งเสียงดนตรีคลาสสิก สุดแสนโรแมนติก ชมแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อ เที่ยวเมืองดังที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ ทั้งอินส์บรุค , ซัลบวร์ก , ฮัลล์สตัท ฯลฯ
พระราชวังเชินบุรนน์
สำหรับทริปนี้เราได้สร้างจังหวะชีวิตที่ “เวียนนา” ระยะหนึ่ง เริ่มจากใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เดินเที่ยวชมความงดงามของพระราชวังมรดกโลก “พระราชวังเชินบรุนน์” (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก พระราชวังที่เป็นประวัติศาสตร์และตำนานของอาณาจักรออสเตรีย-ฮังการี ด้วยประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรียเทเรซ่า (พระมารดาของพระนางมาเรีย อังตัวเน็ตต์ ราชินีในพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส) สมเด็จพระราชินีที่มีประวัติสุดยิ่งใหญ่ขอองออสเตรียโปรดฯให้สร้างขึ้นใหม่อย่าสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้อง ในระหว่างปี ค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน
เราใช้เวลาฟังไกด์สาวชาวออสเตรียที่บรรจงอธิบายหลายห้องที่นำชมอย่างละเอียดละออตั้งแต่ความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับที่วิจิตรบรรจงไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส เรื่องเล่าของภาพเขียนต่างๆที่ประดับในวัง อาทิ ภาพวาดที่เราจะเห็นโมสาร์ทในวัยเด็ก ซึ่งแฝงนัยยะของอัจฉริยะทางดนตรีในรูป ไปจนถึงงานจิตรกรรมภายในแบบเฟรสโก (Fresco) หรือการเขียนภาพบนปูนฉาบฝาผนังที่ยังเปียกอยู่ — น่าเสียดายที่การเข้าชมภายในวัง อนุญาตให้เก็บภาพได้เพียงภายนอกเท่านั้น
กระนั้นภาพความงดงามภายใน…ที่สวยเท่าตาเห็นยังคงอยู่ในความประทับใจ และยังเป็นอีกจุดแลนด์มาร์ค สำคัญที่เราอยากให้คุณมาเห็นด้วยตัวเอง
ขณะที่ภายนอกของพระราชวังมีสวนขนาดใหญ่ ให้เรามองทัศนียภาพตัวพระราชวังที่ผสานกับสวนจากภายนอก ยิ่งเห็นชัดถึงสถาปัตยกรรมแบบบาโรค ที่ขับเน้นความสมมาตร และความสง่างาม เป็นสไตล์ที่นิยมกันในห้วงนั้น และถ้าหากมีเวลา และลมหนาวปลายปีไม่พัดแรงเกินไป การเดินเล่นยามเย็นรับอากาศสดชื่นจากสวนรอบวัง ถือเป็นกิจกรรมห้ามพลาด
สวนภายในพระราชวังที่เปิดให้เดินเล่นชมได้อย่างเพลิดเพลิน
บรรยากาศด้านหน้าพระราชวังในฤดูหนาว
เที่ยวพระราชวังฤดูร้อนแล้ว ก็ต้องมาเที่ยวพระราชวังฤดูหนาวกันด้วย นั่นคือ พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) แต่เดิมวังแห่งนี้เป็นที่ประทับและที่ว่าราชการของจักรพรรดิในราชวงศ์ฮับส์บวร์กตั้งแต่พระองค์แรกจนถึงพระองค์สุดท้าย สืบเนื่องยาวนานกว่า 600 ปี ปัจจุบันกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงสมบัติล้ำค่าของราชวงศ์
ชมวังแล้วต้องมีชมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งในเวียนนามีพิพิธภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อในระดับโลกหลายแห่ง อาทิ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ Kunsthistorisches Museum หรือ Museum of Art History ซึ่งสะสมงานวิจิตรศิลป์
และมัณฑนศิลป์ รวมถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่พระราชวังเบลเวอเดียร์ Belvedere Palace สร้างสมัยศตวรรษที่ 18 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรโคโค ที่นี่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานศิลปะที่ดีที่สุดของกรุงเวียนนาตั้งแต่ยุคกลางจนถึงปัจจุบัน เช่น งานของกุสตาฟ คลิมท์ Klimt , Monet , Kokoschka , Renoir และ Schiele โดยเฉพาะรูป The Kiss ของ Klimt ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของศิลปะเวียนนาก็เก็บไว้ที่แห่งนี้
ซีกรอตเต้ ถ้ำทะเลสาบใต้ภูเขา
นอกจากชมวัง เที่ยวพิพิธภัณฑ์แล้ว ยังมีสถานที่เที่ยวอีกมากมายในระยะไม่ไกลจากเวียนนา และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาทิ เดินเล่นเขตเวียนนาวู๊ด ที่เปรียบเสมือนปอดแห่งกรุงเวียนนา เพื่อชมป่าอุดมสมบูรณ์ จากนั้นไปเที่ยวชมถ้ำ ซีกรอตเต้ Seegrotte อดีตเหมืองแร่ยิปซั่มเก่าแก่ที่กองทัพนาซีปรับปรุงเป็นแหล่งซุ่มสร้างอาวุธและผลิตเครื่องบินรบแบบ HE 126 ลำแรกของโลกระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาไปขุดถูกตาน้ำใต้ดินแตกทำให้น้ำปริมาณมหาศาลกว่า 20 ล้านลิตร ทะลักไหลท่วมจนกลายเป็นทะเลสาบใต้ภูเขา ซึ่งเราสามารถนั่งเรือไฟฟ้าเลาะเลียบไปชมบรรยากาศทะเลสาปใต้ภูเขาได้ด้วย
ทัศนียภาพเมือง Melk
จากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ทริปนี้เราแบ่งเวลาเปลี่ยนบรรยากาศบางช่วงนั่งรถออกนอกเมือง ไปเที่ยวชมเมืองน่ารักใกล้ๆ ในระยะนั่งรถไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง อาทิ เมือง Melk เมืองน่ารักที่ฉาบไปด้วยประวัติศาสตร์อันน่าตื่นเต้นจากสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 ด้วยการเป็นที่ตั้งสำนักสงฆ์เก่าแก่และวิจิตรการตา “Melk Abbey”ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1089 และรอดพ้นจากการถูกทิ้งระเบิดลงในช่วงสงครามโลก
แบบจำลองวิหาร Melk Abbey

ความงดงามที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือแม่น้ำดานูบ เป็นอดีตปราสาทของขุนนางชั้นสูง ลีโอโพลด์ที่ 2 มากราฟแห่งออสเตรีย และได้ถวายปราสาทของตนเองให้แก่นักบวชเบ็นนาดิคติน ในคริสต์ศตวรรษที่ 12 และมีการก่อตั้งสถานศึกษา และห้องสมุดของแอบบีย์ไว้ประจำเมืองนี้ ในยุคนั้นชื่อเสียงของที่นี่คือ เป็นสถานที่สะสมหนังสือเก่าแก่ระดับนับร้อยนับพันปีเป็นจำนวนกว่าหมื่นเล่ม และเป็นสถานที่สำคัญในการผลิตหนังสือ

โบสถ์ในวิหารที่ถือเป็นโบสถ์ประจำเมือง
ปัจจุบันตัวอาคารแบบบาโรกที่มีจุดเด่นคือความสมมาตรและสง่างาม หากมีเวลาการเดินเข้าชมภายใน จะได้ดูทั้งจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม และห้องสมุดหลายชั้นที่มีหนังสือเก่าแก่ของยุคกลางจำนวนมาก
ห้องสมุดที่มีหนังสือเก่าแก่ยุคกลางจำนวนมาก

บรรยากาศโดยรอบวิหาร Melk Abbey
ออกจากเมือง Melk เรานั่งรถต่อมาอีกนิด เพื่อมาเยือน เมือง Klem ที่หลังผ่านบททดสอบชิมไวน์ไปจิบเล็กๆที่เมืองแห่งนี้แล้ว รถโดยสารที่นั่งมาราวกับรู้ใจผู้โดยสารเสียงจากลำโพงในรถคลอมาเอื่อยๆ แต่ฟังชัด คือบทเพลง บลู ดานูบ ของโยฮัน สเตราท์ ที่ได้ยินบ่อยๆ แต่หนนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงนี้ในดินแดนถิ่นกำเนิดของบทเพลงคลาสสิกนี้ พร้อมกับสายตาทัศนาวิวแม่น้ำดานูบสุดสวยงามที่รถวิ่งผ่านหลายกิโลเมตร
ทั้งเวลายังเหลือพอให้เราจอดรถลงเดินเล่นเลียบแม่น้ำดานูบ ชมสีทองวิบวับสะท้อนลงผืนนำดานูบที่ส่องประกายระเรื่อๆ สวยงามไม่มีที่ติ
เรือท่องเที่ยวแบบพักค้างคืนในเรือสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศล่องแม่น้ำดานูบ
เส้นทางเดินเล่นเลียบแม่น้ำดานูบบริเวณเมือง Klem
เที่ยวนอกเมืองจนถึงเย็น พระอาทิตย์ในฤดูหนาวพ้นขอบฟ้าตั้งแต่หัววัน เรากลับเข้าสู่เวียนนาอีกครั้งในบรรยากาศแสงสียามค่ำคืนที่เหมาะมากกับการมาเดินเล่นบนย่านถนนคาร์ทเนอร์ Karntnerstrasse แหล่งช้อปปิ้งบนถนนคนเดินที่มีโบสถ์ เซนต์สตีเฟ่น เด่นสง่า เป็นแหล่งช้อปปิ้งสำคัญในกรุงเวียนนา ซึ่งถูกใจขา
ช้อปกันแน่นอน เพราะที่นี่มีห้างสรรพสินค้า ร้านค้าแบรนด์ต่างๆเรียงรายตลอดสองข้างทาง อาทิ เสื้อผ้าแบรนด์ยอดนิยม เครื่องแก้วคริสตัลเจียระไน ร้านของที่ระลึกต่างๆ อย่างช็อกโกแลตโมสาร์ต
บรรยากาศถนนคาร์ทเนอร์ช่วงเย็น


ภายในร้านขนมชื่อดังของกรุงเวียนนา Cafe Sacher


สำหรับสายชิม ที่นี่มีร้านอาหาร ร้านไอศกรีม ร้านกาแฟ ร้านขนมแบบต้นตำรับออสเตรียแท้ๆ อาทิ ร้านขนมเค้กซาคเคอร์ที่มีชื่อเสียงของเวียนนา Sacher Torte หรือเดินช้อปปิ้งจนหิว แต่เพื่อประหยัดเวลาจะลองกินสตรีทฟู้ดอย่าง “ไส้กรอก เวียนนา” ที่มีร้านตั้งขายสไตล์คีออสก็ได้ บอกเลยว่าการได้ชิมไส้กรอกเวียนนา จาก เตาร้อนๆ เทมัสตาร์ดผสมซอสมะเขือเทศ ยืนกินแก้หนาว เสริมแรงเดินเล่นต่อได้อีก
เพราะค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล เนื่องจากอีกหนึ่งเดสติเนชั่นของทริปนี้ เมื่อมาเยือนเวียนนาในบรรยากาศเริ่มต้นเทศกาลคริสต์มาสแล้ว มีหรือจะพลาดเที่ยวชม Christmas Market ตลาดคริสต์มาสในเวียนนาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในยุโรป
บรรยากาศด้านหน้าศาลากลางกรุงเวียนนา สถานที่จัดตลาดคริสต์มาสที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่แห่งหนึ่งในยุโรป
เทศกาลนี้หนึ่งปีมีครั้ง และจังหวะดีที่เรามาเที่ยวชม “ตลาดคริสต์มาส” หน้าศาลากลางกรุงเวียนนา ในวันเปิดเทศกาลวันแรกพอดี นั่นทำให้เราได้ร่วมยืนดื่มด่ำลุ้นไปกับชาวออสเตรียและนักท่องเที่ยว เพื่อนับถอยหลัง ร่วมชมการเปิดไฟ “แสงแรก” ที่ประดับบนต้นสนสูงใหญ่หน้าศาลากลางเพื่อรับเทศกาลคริสต์มาส พร้อมทั้งเดินชมการประดับไฟคริสต์มาสทั่วสวนสไตล์ฝรั่งเศสที่อยู่รอบศาลากลางด้วย
ตลาดคริสต์มาสในเวียนนา ถือเป็นเอกลักษณ์ และเป็นสัญญาณว่า เราเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาสอย่างสมบูรณ์แบบนั่นเอง



บรรยากาศแบบนี้ทั้งแปลกตา ชวนคึกคัก ร่าเริง มีแต่เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม เพื่อนฝูงญาติมิตรมากันเป็นกลุ่ม เดินช้อปปิ้งหาซื้อของขวัญ ของตกแต่งบ้านในช่วงคริสต์มาส แผงค้าสวยๆที่แข่งกันใช้สีสัน และตกแต่งสวยงามเรียกสายตาผู้คน–แม้ผู้คนจะสุดขวักไขว่ แต่มีหรือจะพลาด เพราะ Chrismas Market ในเวียนนานั้นขึ้นชื่อลือชา ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาตลอดกาล และนั่นเองทำให้เป็นความแน่นขนัดแบบที่ยินยอมพร้อมเผชิญ ถือเป็นจังหวะชีวิตในเวียนนาที่ต้องมาลองสักครั้ง
ในฐานะนักท่องเที่ยวผู้มาเยี่ยมเยือนจากต่างแดน การได้มาเวียนนาในห้วงปลายปี คือการพักผ่อนที่ผ่อนคลาย สภาพบ้านเมืองสะอาด อากาศสดชื่น มีความเป็นธรรมชาติสูง ผู้คนตามท้องถนนภาพรวมไม่แน่นขนัดเกินไป เราสามารถเดินชมวิวในย่านท่องเที่ยวยอดนิยม ทั้งวัง สวน พิพิธภัณฑ์ ย่านถนนชื่อดัง ได้อย่างคล่องตัว
สถาปัตยกรรมแปลกตาของตึก Hundertwasser House ในกรุงเวียนนา
การมาในจังหวะความหนาวนี้ทำให้การท่องเที่ยวไม่ต้องรีบเร่ง หากเตรียมอุปกรณ์เครื่องแต่งกายให้ความอบอุ่นพร้อม เป็นจังหวะเที่ยวที่มีเวลายืนชมทัศนาเมือง เหลือเวลาให้ยกกล้องขึ้นปรับโฟกัสเล็งมุม วางองค์ประกอบภาพได้โดยผู้คนไม่มาก ไม่ต้องรีบสแนปภาพ ทั้งยังสามารถเที่ยวแบบพินิจพิเคราะห์ไปแต่ละที่ได้



ในปีหน้าเราตั้งใจจะบินตรงมาลงเวียนนาในช่วงบรรยากาศอบอุ่นดูบ้างเพื่อสำรวจ และมองจังหวะชีวิตในเวียนนา-ออสเตรีย ที่มีแสงแดดจ้า ฟ้าใส เพราะยังมีอีกหลายจุดให้เยี่ยมเยือน จากนั้นจะนั่งรถไฟราว 2 ชั่วโมงเพื่อเข้าไปเที่ยวในฮังการี รวมทั้งสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งเวียนนาถือเป็นฮับที่ลงตัวสำหรับการเยือนยุโรปตอนกลาง-ตะวันออกอีกครั้งอย่างแน่นอน

เพราะวันนี้เราสัมผัสสีสันใน Winter Romance ไปแล้ว และกำลังรอทักทายความร่าเริงเบิกบานในห้วง Summer Fun อีกครั้งในปีหน้า…
และหากใครถวิล Spring Feeling หรือ Autumn Bliss ก็น่าสนุกไม่หยอก…เพราะแต่ละซีซั่นก็มีเสน่ห์ลงตัวในแบบฉบับของตัวเอง