เปิดสภา กทม. จากการเลือกตั้ง ในรอบ 8 ปี จับตาอภิปรายงบ 7.9 หมื่นล้าน
เปิดสภากรุงเทพมหานคาวันแรก ส.ก.เสนอ 2 ญัตติเพื่อพิจารณา ทั้งร่วมอภิปรายงบกทม.ปี 66 ต่อเนื่อง หลังผู้ว่าฯ ชัชชาติ เสนอร่างข้อบัญญัติกทม. งบ 79,000 ล้านบาท
วันที่ 6 กรกฎาคม 2565 นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2565 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุม ณ อาคารไอราวัตพัฒนา สภากรุงเทพมหานคร ดินแดง
โดยที่ประชุมวันนี้มีวาระสำคัญ ได้แก่ ญัตติของนายนภาพล จีระกุล เรื่อง ขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และขอให้พิจารณาสามวาระรวดเดียว ซึ่งที่ประชุมให้ความเห็นชอบ ข้อบังคับการประชุมดังกล่าว รายละเอียด อาทิ

สภาสามารถเห็นชอบปิดสมัยการประชุมสามัญหรือสมัยประชุมวิสามัญก่อนครบกำหนด 30 วันได้ คณะกรรมการสามัญประจำสภาต้องเลือกจากส.ก. จำนวน 5-12 คน และส.ก.จะดำรงตำแหน่งกรรมการสามัญประจำสภาได้ไม่เกิน 3 คณะ เป็นต้น
จากนั้น นายนภาพล จีระกุล และนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครเร่งรัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต(ส.ข.) เนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มาตรา 71 กำหนดให้เขตหนึ่ง ๆ ให้มีสภาเขต ประกอบด้วย สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งมีจำนวนอย่างน้อยเขตละเจ็ดคน ถ้าเขตใดมีราษฎรเกินหนึ่งแสนคน ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตในเขตนั้นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนต่อจำนวนราษฎรทุกหนึ่งแสนคน เศษของหนึ่งแสนคนถ้าถึงห้าหมื่นหรือกว่านั้นให้นับเป็นหนึ่งแสน
ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2562 กำหนดให้กรุงเทพมหานครดำเนินการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยในระหว่างที่กฎหมายยังไม่มีผลใช้บังคับ มิให้นำมาตรา 71-80 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มาใช้บังคับ
อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมถึงกรอบเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จแต่อย่างใด ซึ่งที่ผ่านมาส.ข.ถือได้ว่ามีความสำคัญ เป็นตัวแทนของประชาชนในการสื่อสารความต้องการในพื้นที่ไปยังผู้อำนวยการเขตและส.ก.เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ดังนั้น จึงขอให้กรุงเทพมหานครเร่งรัดให้มีการเลือกตั้งส.ข.

นายนภาพล กล่าวว่า ส.ก.และส.ข.เป็นผู้ที่ทำหน้าที่ใกล้ชิดกับประชาชนมาก เป็นการกระจายอำนาจให้ประชาชนเลือกผู้แทนมาตรวจสอบ ในระดับล่างสุด ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญ และกฎหมายหลายฉบับได้ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจค่อนข้างมาก และการเลือกตั้งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนชาวไทย หลายเขตมีพื้นที่กว้างใหญ่แต่มีส.ก.เพียงคนเดียว การเปิดโอกาสให้มีส.ข.จะเป็นเสียงสะท้อนปัญหาในพื้นที่จากประชาชนโดยตรง นำมาสู่การแก้ไขโดยเร็ว
นายสุทธิชัย กล่าวว่า กทม.เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งผู้ว่าฯ และส.ก.จะมาจากการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาประชาชนได้สอบถามและแจ้งเรื่องร้องเรียนในพื้นที่ผ่านทางสข. เพื่อให้ส.ข.นำประเด็นไปประชุมที่เขต เพื่อให้นำไปสู่การแก้ไข เมื่อชาวบ้านไม่มีที่พึ่ง ถึงเวลาที่ควรมีส.ข.กลับมาดูแลกรุงเทพฯอีกครั้ง
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังการประชุม โดยกล่าวว่า จะมีการนำประเด็นการเลือกตั้งส.ข.กลับมาทบทวน และเห็นว่าส.ข.ยังมีความจำเป็นในการดูแลพื้นที่เชิงลึก โดยจะนำรายละเอียดกลับมาพิจารณาอีกครั้ง
จากนั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เสนอญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 พ.ศ. …. ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 79,000 ล้านบาท โดยเป็นการจัดทำงบประมาณแบบสมดุล (Balanced Budget Policy) เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ได้มีงบประมาณรายจ่ายสำหรับใช้เป็นหลักในการจ่ายเงินของกรุงเทพมหานคร
โดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดให้รัฐ พึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่างๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน
รวมทั้งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 กำหนดให้การจัดทำงบประมาณประจำปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องพิจารณาฐานะการคลังความจำเป็นที่ต้องใช้จ่าย งบประมาณ การจัดเก็บรายได้ และต้องทำอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยต้องพิจารณาผลสัมฤทธิ์ ความคุ้มค่า ความประหยัด และภาระทางการคลังที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 สามารถจำแนกด้านตามลักษณะ ดังนี้ การจัดบริการของสำนักงานเขต 17,411.34 ล้านบาท คิดเป็น 22.04% ด้านเมืองและการพัฒนาเมือง 10,559.04 ล้านบาท คิดเป็น 13.37% ด้านการบริหารจัดการและบริหารราชการกรุงเทพมหานคร 14,508.62 ล้านบาท คิดเป็น18.36% ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 10,117.73 ล้านบาท คิดเป็น 12.81% ด้านสาธารณสุข 2,011.80 ล้านบาท คิดเป็น 2.55 %
ด้านพัฒนาสังคมและชุมชนเมือง 933.52 ล้านบาท คิดเป็น 1.18% ด้านเศรษฐกิจและการพาณิชย์ 193.95 ล้านบาท คิดเป็น 0.25 % ด้านความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อย 166.35 ล้านบาท คิดเป็น 0.21 % ด้านการศึกษา 644.11 ล้านบาท คิดเป็น 0.81% รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินยืม เงินสะสม 5,128.80 ล้านบาท คิดเป็น 6.49% รายจ่ายเพื่ออุดหนุนหน่วยงานในกำกับ 2,954.01 ล้านบาท คิดเป็น 3.74% และ รายจ่ายงบกลาง 14,370.73 ล้านบาท คิดเป็น 18.19%
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2566 เริ่มกระบวนการตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งตนได้เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565
โดยเป็นช่วงที่ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ของกรุงเทพมหานครแล้วเสร็จ และจัดส่งให้สภากรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2565 ร่างข้อบัญญัติดังกล่าวที่นำเสนอต่อสภากรุงเทพมหานครได้พิจารณาจากเหตุผลความจำเป็นของการใช้จ่ายงบประมาณ ตามภารกิจ อำนาจหน้าที่ของหน่วยรับงบประมาณ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ประหยัด และคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์
และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้จ่ายงบประมาณ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ตลอดจนแผนเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี แผนปฏิบัติราชการกรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2566 เป็นต้น
“การพิจารณางบประมาณส่วนหนึ่งในเวลาจำกัดยังได้ปรับให้สอดคล้องกับบางส่วนวิสัยทัศน์การบริหารจัดการของกระผม คือ กรุงเทพฯเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน ซึ่งได้นำดัชนีชี้วัดเมืองน่าอยู่ The Global Liveability Index ของ EIU (The Economist Intelligence Unit) เป็นฐานคิดในการพัฒนานโยบายจนนำมาสู่นโยบาย 9 มิติ แผนพัฒนา กว่า 200 ข้อ โดยนโยบาย 9 มิติ ประกอบด้วย มิติสิ่งแวดล้อมดี มิติสุขภาพดี มิติเดินทางดี มิติปลอดภัยดี มิติบริหารจัดการดี มิติโครงสร้างดี มิติเศรษฐกิจดี มิติสร้างสรรค์ดี และมิติเรียนดี” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
ทั้งนี้ในเวลา 14.00 น. นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรือง ส.ก.เขตบางซื่อ ในฐานะรองโฆษกสภากรุงเทพมหานคร ได้แถลงข่าวความคืบหน้าการประชุมสภากทม.ในวันนี้ ว่า การประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งนี้ สภากรุงเทพมหานครได้ร่วมกับ Thai PBS ถ่ายทอดสดออนไลน์การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 3 (ครั้งที่ 1) ประจำปี 2565 ผ่าน เพจ “สภากรุงเทพมหานคร” และ “Thai PBS”
โดยในที่ประชุมสภากทม. ส.ก.จะใช้เวลาอภิปรายร่างข้อบัญญัติงบประมาณของกทม.ก่อนรับหลักการ 2 วัน คือในวันนี้ และพรุ่งนี้ (7 ก.ค.65) สำหรับวันนี้คาดว่าจะใช้เวลาอภิปรายถึง 20.00 น. เนื่องจากมีรายละเอียดในการอภิปรายของแต่ละหน่วยงานเป็นจำนวนมาก จากนั้นจะมีการลงมติเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อศึกษารายละเอียดในเชิงลึก พร้อมลงพื้นที่เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาของสภากรุงเทพมหานครต่อไป
สำหรับการอภิปรายช่วงบ่ายวันนี้ ส.ก.หลายท่านได้ร่วมกันอภิปรายและตั้งข้อสังเกตในประเด็นต่างๆ อาทิ นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ได้อภิปรายในประเด็นของความเป็นไปได้ของการจัดเก็บภาษีป้ายแบบขั้นบันได เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน การจัดเก็บภาษีป้าย ป้าย LED ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการติดตั้งป้ายโฆษณา หากเก็บภาษีเพิ่มได้เชื่อว่าภาษีจะเข้ากทม.มากขึ้นกว่า 4,000-5,000 ล้านบาท ค่าติดตั้งไฟฟ้าสาธารณะกว่า 100 ล้านบาท
ซึ่งเห็นว่าน้อยมากหากเทียบกับพื้นที่กทม.ทั้งหมด และโครงการของสำนักการโยธามีความล่าช้าของการบริหารงบประมาณ โดยนายสุทธิชัย ได้เน้นย้ำว่า งบกลางและงบประมาณปี 66 ซึ่งเสนอมาในครั้งนี้ เป็นงบประมาณที่ผู้ว่าฯท่านเดิมขอมา ไม่ใช่งบประมาณที่ผู้ว่าฯ ท่านปัจจุบัน เป็นผู้นำเสนอ