เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับคดี Forex กว่า 30 ราย ‘ภาวุธ’ โดนด้วย
Politics ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับคดี Forex กว่า 30 ราย ‘ภาวุธ’ โดนด้วย
SENA รุกตลาดต่างชาติ ตั้ง SIC เป็น Exclusive Agent ขายคอนโดหรู ‘นิช ไพรด์ เอกมัย’
Real Estate SENA รุกตลาดต่างชาติ ตั้ง SIC เป็น Exclusive Agent ขายคอนโดหรู ‘นิช ไพรด์ เอกมัย’
ก.ล.ต. จ่อสรุปผลดำเนินคดี ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ยันไม่เพิกเฉย-ดำเนินการอย่างรัดกุม
Finance ก.ล.ต. จ่อสรุปผลดำเนินคดี ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ยันไม่เพิกเฉย-ดำเนินการอย่างรัดกุม
คปภ. ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตรวจพบตัวอาคารมีทำประกันไว้ เร่งประสานเจ้าของเช็กประกันรับผิดชอบ
Economic คปภ. ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตรวจพบตัวอาคารมีทำประกันไว้ เร่งประสานเจ้าของเช็กประกันรับผิดชอบ
‘ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม’ กลยุทธ์บริหารแฟรนไชส์สไตล์ ZEN 
Business ‘ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม’ กลยุทธ์บริหารแฟรนไชส์สไตล์ ZEN 
‘รุทธพล’ ลั่นรู้ตัวการใหญ่คดี ‘แอร์มีนา’ แล้ว สั่ง AOT คุมเข้มลูกเรือ ห้ามรับหิ้วของ-สุ่มตรวจกระเป๋า
Politics ‘รุทธพล’ ลั่นรู้ตัวการใหญ่คดี ‘แอร์มีนา’ แล้ว สั่ง AOT คุมเข้มลูกเรือ ห้ามรับหิ้วของ-สุ่มตรวจกระเป๋า
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 800 บาท ทองรูปพรรณ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 800 บาท ทองรูปพรรณ 65,000 บาท
บนท่วงทำนองของ Greenspan จาก DotCom สู่ AI Boom
World บนท่วงทำนองของ Greenspan จาก DotCom สู่ AI Boom
‘ชัชชาติ’ เผยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน
Economic ‘ชัชชาติ’ เผยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน
เวลเนสไทย-เมกะเทรนด์โลก ‘BDMS-ชีวาศรม’ ธุรกิจต้นแบบ
Biz Movement เวลเนสไทย-เมกะเทรนด์โลก ‘BDMS-ชีวาศรม’ ธุรกิจต้นแบบ
ดูทั้งหมด

‘บัณฑิต ธรรมประจำจิต’ ซีอีโอ ‘ไทยออยล์’ คนใหม่ ย้ำพันธกิจยกคุณภาพชีวิตด้วยพลังงานยั่งยืน

08 มี.ค. 2566 | 17:30น.

ถือเป็นลูกหม้ออยู่คู่กับ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ร่วมกว่า 32 ปี สำหรับ บัณฑิต ธรรมประจำจิต ที่เริ่มจากตำแหน่งวิศวกรรมผลิตในปี 2534 ก้าวขึ้นมาเรื่อยๆ กระทั่งได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ไทยออยล์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 และล่าสุดนี้เดินหน้าลุยงานอย่างเต็มที่ นำคณะผู้บริหารร่วมแถลงกลยุทธ์และวิสัยทัศน์การดำเนินงาน เพื่อแสดงถึงความพร้อมที่จะเปลี่ยนผ่าน และเดินหน้าองค์กรอย่างยั่งยืน

เริ่มแรก บัณฑิต ธรรมประจำจิต กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับโอกาสขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ ‘ไทยออยล์’ โดยเน้นย้ำความตั้งใจอันแรงกล้าต่อบทบาทใหม่ในบ้านหลังเดิม กับเส้นทางที่ตนอยากเข้ามาสานต่อการทรานส์ฟอร์มธุรกิจกลุ่มไทยออยล์ตามเส้นทางยุทธศาสตร์หลัก 3V เพื่อนำไทยออยล์ก้าวสู่องค์กรที่ยั่งยืนมีอายุเกิน 100 ปี โดยแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจประกอบไปด้วย 3 ประเด็นหลัก คือ

  1. Value Maximization เดินหน้าต่อยอดธุรกิจปิโตรเลียมไปสู่ธุรกิจปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง  
  2. Value Enhancement เสริมความแข็งแกร่งในประเทศ ขยายตลาด และกระจายผลิตภัณฑ์ไปสู่ต่างประเทศในระดับภูมิภาค รองรับการเติบโตของธุรกิจกลุ่มไทยออยล์ในอนาคต รวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น
  3. Value Diversification ลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เน้นการประกอบธุรกิจที่มีมูลค่าสูง และการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ สู่การพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบสินค้าและเทคโนโลยี (New S-Curve) เพื่อให้สอดคล้องต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก

อินโดนีเซีย ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของไทยออยล์ เพราะเป็นที่ตั้งของโรงงาน ที่เราร่วมกับ Chandra Asri และกำลังต่อยอดโรงงานแห่งที่ 2 ขณะที่ในเวียดนามมีบริษัท TOP Solven เป็นผู้ผลิตและจำหน่าย solvent ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ซึ่งเราได้แปลงให้กลายเป็นบริษัท TOP Next เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ร้านเรายังมีการร่วมกับพันธมิตรมีการลงทุนในประเทศอินเดีย

ชู TOP for The Great Future แนวคิดสู่การเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน

ซีอีโอ เล่าต่ออีกว่า สำหรับเป้าหมายหลักของ ‘ไทยออยล์’ ที่ตนตั้งใจไว้ คือ การเร่งดำเนินโครงการสำคัญตามแผนกลยุทธ์ อาทิ โครงการพลังงานสะอาด หรือ Clean Fuel Project (CFP) การเตรียมยกระดับการลงทุนสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ ประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย

นอกจากนี้ยังเร่งศึกษาการต่อยอดห่วงโซ่คุณค่าเพื่อเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และแสวงหาโอกาสเข้าสู่ธุรกิจที่มีมูลค่าสูง เช่น ธุรกิจสารเคมีที่ใช้เพื่อการยับยั้งและกำจัดเชื้อโรค รวมถึงสารลดแรงตึงผิวที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด (Disinfectants & Surfactants)

สำหรับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่มีเทรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม นับเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานไปสู่การใช้พลังงานสะอาด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ 

ด้วยเมกะเทรนด์เหล่านี้ ทำให้ ไทยออยล์ ตัดสินใจปรับเป้าหมาย ธุรกิจกลุ่มไทยออยล์ ปี 2573 สัดส่วนกำไรจากธุรกิจปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงมากกว่า 70-80% ลดลงเหลือ 40% และมีรายได้ส่วนของปิโตรเคมีและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่ 30% ขณะที่ธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและธุรกิจใหม่ๆ 25% และธุรกิจไฟฟ้า 5% เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

“หลังทั่วโลกและไทยต่างให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไทยออยล์ก็มีแผนที่เดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593 และเป็นเน็ตซีโร่ ในปี 2603 ซึ่งกระตุ้นให้ไทยออยล์ต้องมีการปรับแผนเพื่อสร้างธุรกิจใหม่”

บัณฑิต กล่าวด้วยอีกว่า ภายหลังได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งซีอีโอครั้งนี้ ตนและผู้บริหาร รวมถึงกลุ่มพนักงานได้ร่วมนำเสนอแนวคิด TOP for The Great Future ขับเคลื่อนธุรกิจให้มั่นใจว่า ไทยออยล์สามารถบรรลุวิสัยทัศน์และเป้าหมายใหม่ที่ตั้งไว้ได้อย่างสำเร็จ โดยคำว่า ‘TOP’ อธิบายได้ดังนี้

T ย่อมาจาก Transformation หมายถึงการทรานสฟอร์มธุรกิจทุกมิติ ให้มั่นใจว่า องค์กรพร้อมขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายใหม่ สร้างธุรกิจกลุ่มไทยออยล์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการมุ่งสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มศักยภาพความสามารถของพนักงานให้รองรับการดำเนินธุรกิจใหม่ๆ 

พร้อมทั้งยกระดับนวัตกรรม มุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบสนองแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ให้องค์กรขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

O ย่อมาจาก Operational to Business Excellence คือการยกระดับการทำงานปัจจุบันจากการพัฒนาธุรกิจตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไปสู่การจัดการองค์กรสู่ความเป็นเลิศ (Business Excellence) โดยขับเคลื่อนระบบงานระดับโลก ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและทีมงานมืออาชีพ

P ย่อมาจาก Partnership & Platform คือการสร้างการเติบโตด้วยแนวทางความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และธุรกิจร่วมกัน รวมถึงใช้ประโยชน์สูงสุดจากแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มีอยู่ให้เข้าถึงธุรกิจใหม่ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพในการสนับสนุนการขยายธุรกิจในอนาคต

“แนวคิด TOP for The Great Future ได้เริ่มนำมาใช้ในทิศทางการขับเคลื่อนไทยออยล์ตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งในปี 2566 กำลังเข้าสู่ช่วงที่ 2 ตามกรอบเวลาของปี 2565-2568”

D&S ลุยธุรกิจใหม่ วางอนาคตสู่ธุรกิจมูลค่าสูง

ส่วนอีกหนึ่งประเด็นที่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ไทยออยล์ พูดถึงแผนการลงทุนในธุรกิจใหม่ คือ การหยิบยกคีย์เวิร์ด D&S หรือ Disinfectant and Surfactant โดยอธิบายว่า แผนการดำเนินธุรกิจจากแนวคิดนี้ นับเป็นการวางอนาคตของไทยออยล์ เพราะตลาดมีการเติบโตมูลค่าถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการเติบโต 5-6% สูงกว่าอัตราการเติบโตของจีดีพี 

นอกจากนี้ มีความสามารถในการทำกำไรก่อนดอกเบี้ย อยู่ที่ 12-18% ขึ้นสูงกว่าอัตราการทำกำไรของไทยออยที่อยู่เพียงระดับไม่ถึง 2 หลักในปัจจุบัน ทั้งยังต้องเป็นธุรกิจที่ใช้การขับเคลื่อนเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งจำเป็นต้องดูจากหลายปัจจัยเหล่านี้ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปว่าจะลงทุนร่วมกับพันธมิตรในธุรกิจใดภายในปีนี้

ส่วนในปี 2569-2573 หลังดำเนินโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะทำให้รายได้กลับคืนมาสู่บริษัทและจะนำไปใช้ในการลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงและธุรกิจที่มีมูลค่าสูง อาทิ การผลิตน้ำมันอากาศยานชีวภาพ การศึกษาโอกาสลงทุนพัฒนาพลังงานจากไฮโดรเจน ซึ่งเชื่อมกับแนวคิด Disinfectant and Surfactant อย่างลงตัว

“น้ำมันอากาศยาน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยออยล์เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งมีแนวโน้มดีมานด์เติบโตเพิ่มขึ้น 50% จากความต้องการใช้น้ำมันที่คาดว่าจะสูงถึง 4-5% หลังจากจีนเปิดประเทศและมีการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น คิดเป็นปริมาณความต้องการใช้ 15 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อไทยออยล์เป็นผู้ผลิตเบอร์ 1 ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด หากตลาดมีแนวโน้มเติบโตขึ้นไทยออยล์ก็สามารถเพิ่มสัดส่วนการผลิตน้ำมันอากาศยานได้จากสัดส่วนกำลังการผลิต 10% ของกำลังการกลั่นภาพรวมทั้งหมด”

ก่อนปิดท้าย แม่ทัพของไทยออยล์คนใหม่ยังกล่าวด้วยว่า ปี 2566 ไทยออยล์ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้ 4 แสนล้านบาท อาจจะลดลงจากปีก่อนซึ่งเป็นปีที่ธุรกิจน้ำมันเติบโตผิดปกติ สามารถทำได้ถึง 5 แสนล้าน แต่ไทยออยล์ยังคงมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจปัจจุบัน และเตรียมความพร้อมในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ อย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี หรือ ESG

ด้วยหลักแนวคิดทั้งหมด และทิศทางขับเคลื่อนองค์กรภายใต้ร่มเงาของ ‘บัณฑิต ธรรมประจำจิต’ ยืนยันได้ถึงแนวคิดที่กำลังจะสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ด้วยพลังงาน และเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน และก้าวสู่การเป็นองค์กร 100 ปีต่อไป ซึ่งตรงกับความเชื่อมั่นที่ว่า 

“วันนี้สิ่งที่ไทยออยล์มีอยู่ อาจไม่เพียงต่อเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ เราอยากเห็นถึงการก้าวสู่ทิศทางธุรกิจด้านพลังงานใหม่ๆ ทั้งพลังงานทางเลือก เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ สร้างสรรค์คุณภาพชีวิตด้วยพลังงานและเคมีที่ยั่งยืนต่อไป” บัณฑิต ธรรมประจำจิต ปิดท้าย