‘FEED’ สื่อผู้ผลิตคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ภายใต้เครือมติชน ผนึกกำลัง พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ หรือ มิวเซียมสยาม (Museum Siam) ร่วมพาทุกคนไปย้อนความทรงจำเมื่อครั้งวันวานกับยุค 90s ในงาน ‘FEED RETRO Music •Talk • Food • Book • Trip’ ภายใต้ธีม #90sไม่นานมานี้ เมื่อวันที่ 24-26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ มิวเซียมสยาม
‘FEED RETRO’ ถือเป็นปรากฏการณ์แห่งความบันเทิงและความสุข ที่อบอวลด้วยบรรยากาศย้อนวันวานไปยังยุค 90s ช่วงเวลาที่หลายคนคิดถึงและยกให้เป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด ผ่านศิลปินระดับไอคอนตัวจริงแห่งยุคในวันวาน พร้อมกิจกรรมสุดกิ๊บเก๋ยูเรก้าครบทุก 5 มิติความสนุก ไม่ว่าจะเป็นดนตรี เสวนา อาหาร หนังสือ และเที่ยวทอดน่องทัวร์ย่านกรุงเก่า มาไว้ภายในงานเดียว เรียกได้ว่าสนุก ฟิน และอบอุ่นหัวใจตลอดทั้ง 3 วัน โดยมีผู้เข้าร่วมงานอย่างคับคั่งกว่า 20,000 คน
นั่งไทม์แมชชีนย้อนความทรงจำกับ 3 ไอคอนแห่งยุค 90s
ยุค 90s ถือเป็นยุคที่มีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนกับยุคอื่น ทั้งยังเป็นยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ อาทิ เทคโนโลยี, สภาพสังคม และวัฒนธรรมในสังคมไทย นับเป็นจุดเริ่มต้นยุคทองของวัยรุ่นไทยในช่วงเวลานั้นเลยทีเดียว
ซึ่งภายในงาน FEED RETRO ก็ได้พาทุกคนนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปยังยุค 90s ผ่านการล้อมวงสนทนาในกิจกรรม Talk ในสวน ที่ได้ 3 ไอคอนแห่งยุค 90s จาก 3 วงการ ทั้งวงการข่าว วงการวิทยุ และวงการละครภาพยนตร์ มาร่วมพูดคุยถ่ายทอดประสบการณ์ในสายงานอาชีพจนประสบความสำเร็จและรักษาระดับต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี

เริ่มด้วยหนึ่งในตำนานผู้ประกาศข่าวแห่งยุค อย่าง จักรพันธุ์ ยมจินดา อดีตผู้ประกาศข่าวชายอันดับ 1 เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มลึกแห่งช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ มาร่วมนั่งจับเข่าเล่าเรื่องราวและถ่ายทอดประสบการณ์ในวงการข่าวยุค 90s ว่า
“การอ่านข่าวยุคนั้นเราต้องพิมพ์หัวข่าวใส่ออโตคิว เพราะคนอ่านจำไม่ได้ ต้องอ่านจากบทข่าวที่เราทำ และใส่ลูกเล่น หน้าตา น้ำเสียงเข้าไป เพื่อให้ดูเหมือนไม่อ่าน ขณะเดียวกันเราก็ต้องเข้าใจข่าวด้วย เพราะถ้าอยู่กับข่าวทั้งวันจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ต่างกับวันนี้ที่มีเฟคนิวส์เยอะ ใครก็เป็นผู้สื่อข่าวได้ เพราะทุกคนมีมือถือ สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ ได้ทันทีในที่เกิดเหตุ ส่งต่อกันไปเรื่อยๆ และทีวีก็เอาไปฉาย”
“จากยุค 90s มาจนวันนี้ ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงหมด หากมีเบรกกิ้งนิวส์ในวินาทีนี้เราก็สามารถรู้ทันที อย่างเช่นเหตุการณ์อิสราเอล ฮามาส หรือพม่าเรารู้ทันที เพราะวันนี้ข่าวสารไม่ไปไหน เราไม่จำเป็นต้องอยู่บ้านเพื่อรับรู้ข่าวสาร แต่อยู่ตรงไหนก็รับรู้ได้กับโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น” จักรพันธุ์ กล่าว
ส่วนอีกหนึ่งไอคอนที่มาร่วมล้อมวงสนทนา Talk ในสวน อย่าง ‘ดีเจเป้’ วิศวะ กิจตันขจร นักจัดรายการวิทยุระดับตำนานที่จัดมาแล้วทุกรายการของ Atime ดีเจผู้ข้ามยุคจาก 90s มาสู่ปัจจุบัน ก็มาร่วมย้อนความทรงจำและถ่ายทอดประสบการณ์การเป็นดีเจในยุค 90s ว่า
“รายการวิทยุในตอนนั้นมีบทบาทอย่างยิ่งต่อสังคม และเราก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความประทับใจต่อผู้ฟัง อย่างการโทรเข้าไปในรายการพูดคุยกับดีเจ บันทึกเสียงลงไปในคาสเซ็ทและบันทึกเพลงของคุณส่งให้คนที่คุณรัก มันพิเศษมาก เพราะกว่าจะโทรติดก็ยากมากแล้ว เมื่อได้เปิดเพลงสดๆ ผ่านหน้าไมค์ และบันทึกให้ส่วนตัวอีก”
“ก็เป็นอีกกิจกรรมที่มีความสุขมากในช่วงที่มีคลื่นฮอตเวฟ เรียกได้ว่าขณะนั้นคลื่นฮอตเวฟ คือ คลื่นที่มีอิทธิพลในวงการเพลงเลยทีเดียว” ดีเจเป้ เผย

และขาดไม่ได้กับหนึ่งไอคอนคนสำคัญแห่งยุค 90s กับ ‘ทราย’ อินทิรา เจริญปุระ ผู้มีประสบการณ์ที่หลากหลายในวงการบันเทิงไทย ตลอด 3 ทศวรรษ ก็มาร่วมเสวนาในหัวข้อ ‘อุตสาหกรรมบันเทิง หนัง ละคร ในยุค 90’
“ภาพยนตร์ในยุคนั้นจะเป็นหนังพากย์เสียง มีการถ่ายทำกันไปแบบปกติ เมื่อถ่ายทำเสร็จแล้วก็จะให้นักพากย์ พากย์เสียงอีกทีหนึ่ง ซึ่งในยุคนั้นไม่ใช่ยุคพากย์สด หรือไม่ใช่แบบที่ไปฉายหนังกลางแปลงแล้วพากย์สด แต่จะเป็นการไปพากย์ที่ห้องอัดเสียง พระเอกก็จะเป็นเสียงอารอง หรือ รอง เค้ามูลคดี เป็นนักพากย์และนักแสดงชาวไทย นางเอกก็จะเป็นเสียงของอาดาว หรือ ดวงดาว จารุจินดา เป็นนักพากย์และนักแสดงหญิงชาวไทย พากย์กับช่อง 7 ซึ่งในยุคปัจจุบันไม่มีแล้ว หนังที่พากย์ก็จะเป็น Sound-on-film หมดในทุกๆ เรื่องแล้ว
“ขณะที่ในช่วงนั้นละครช่อง 7 จะเป็นละครที่ถ่ายไปออนแอร์ไป เพราะฉะนั้นเราจะไม่เคยได้ดูอะไรเลยว่าเราเล่นอะไรไปบ้าง รู้อีกทีคือละครจบแล้ว เพราะว่าวันนี้ถ่ายจบ คืนนี้ก็ได้ดูแล้ว ซึ่งจริงๆ ก็ถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งแห่งยุค 90 ของช่อง 7 คือถ่ายไปออนไป” ทราย เล่าย้อนความทรงจำ
ดื่มด่ำเสียงเพลง จากนักร้องชื่อดังแห่งยุค

เมื่อหากพูดถึงมนต์เสน่ห์แห่งยุค 90s คงหนีไม่พ้นกลิ่นอายของเสียงเพลงที่มีให้เลือกฟังหลากหลายรูปแบบ และยังคงความคลาสสิกมาถึงทุกวันนี้ ซึ่ง FEED RETRO ได้ยกมินิคอนเสิร์ตสุดอบอุ่นมาตั้งไว้ในสวนมิวเซียมสยาม ให้วัยรุ่นยุค 90s ได้ร่วมย้อนความทรงจำและร้องตามไปพร้อมกัน
โดยงานนี้ได้รับเกียรติจากวง T-Bone aRootstic โปรเจ็กต์พิเศษของ กอล์ฟ-นครินทร์ ธีระภินันท์ และ แก๊ป-เจษฎา ธีระภินันท์ สองสมาชิกแกนหลักของ T-Bone วงดนตรีแนว Reggae Ska ยุคบุกเบิกที่มีอายุยืนยาวกว่า 3 ทศวรรษ มาร่วมขับร้องเพลงสุดไพเราะ อาทิ เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม, แรงดึงดูด, กอด, ทะเลและเวลา บรรเลงในแบบอะคูสติกชิลๆ หวานๆ กับผองเพื่อนนักดนตรีรุ่นใหม่

ขณะเดียวกันยังได้ร่วมขับขานบทเพลงกับนักร้องดังแห่งยุค 90s อย่าง ตุ๊ก-วิยะดา โกมารกุล ณ นคร เจ้าของเพลงดังที่ยังแฟนเพลงคงร้องตามกันถึงทุกวันนี้ เช่น ขอจันทร์, ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน และเพียงแค่ใจเรารักกัน และคู่หูดูโอ้ เบิร์ด – ฮาร์ท ที่อยู่คู่วงการเพลงไทยมายาวนานกว่า 30 ปี เจ้าของเพลงฮิตหวานละมุน เช่น ลืม, ไม่ลืม และเพื่อนกัน บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น บรรดาแฟนเพลงต่างร่วมบันทึกภาพความประทับใจและส่งเสียงร้องเพลงตามอย่างชื่นมื่น
และส่งท้ายความเพลิดเพลินของดนตรีในสวนด้วย ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว ศิลปินชื่อดัง มาร่วมขับร้องบทเพลงฮิตในตำนาน อาทิ รักนิรันดร์, รักยืนยง, ส่องกระจก, สู่กลางใจเธอ ฯลฯ ต่อด้วยอีกหนึ่งตำนานอย่าง ธีร์ ไชยเดช เจ้าของเสียงทุ้มสุดไพเราะ ที่มาถ่ายทอดบทเพลงทั้งสวยงาม หวาน ขม ผ่านการดีดกีตาร์ที่ละเมียดละไม พร้อมขนเพลงดังมาขับร้อง อาทิ มากไปหรือเปล่า, ฝันไป, รัก และสาป ท่ามกลางเหล่าแฟนคลับที่มารอเต็มพื้นที่สนามหญ้า ต่างพร้อมใจกันร้องและโยกตามจังหวะอย่างเพลิดเพลิน
เดินทอดน่อง ท่องย่านกรุงเก่า

นอกจากได้ดื่มด่ำเสียงเพลงและร่วมย้อนความทรงจำกับ 3 ตำนานแห่งยุค 90s แล้ว FEED ยังร่วมกับสำนักพิมพ์มติชน จัด Walking Trip ย้อนวันวาน วัด วัง ย่านเก่า พร้อมฟังเรื่องเล่าที่น่าสนใจเมื่อครั้งกรุงเทพฯ ในอดีต
เริ่มต้นด้วยการย้อนวันวานกับกิจกรรมนำชมย่านท่าเตียน โดย รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหง เดินเที่ยวชมความงดงามของศิลปกรรมภายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ที่เป็นประจักษ์พยานแห่งยุคสมัยตั้งแต่โบราณกาล ผ่านยุค 90 ถึงยุคมิลเลนเนียล
ขณะเดียวกันยังได้ ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ นักวิชาการอิสระ พาเดินชมย่านเก่า ย้อนอดีตเมื่อวันวานยุค 90 เริ่มจากบริเวณสถานีตำรวจพระราชวัง และปากคลองตลาด สะพานพุทธ จนถึงห้างดิโอลด์สยาม และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ปิดท้ายด้วย อาจารย์ธนโชติ เกียรติณภัทร อาจารย์ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหง พาทอดน่องยลศิลปกรรมใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 4-5 การเปลี่ยนผ่านศิลปกรรมแบบเก่าสู่แบบใหม่ กับวัดราชบพิธและวัดราชประดิษฐ์ ซึ่งสร้างความทรงจำให้กับวัยรุ่น 90 แบบอิ่มเอมใจเลยทีเดียว

ไม่เพียงเท่านั้น ภายในงานยังมีกิจกรรมสุดพิเศษสำหรับคอหนังสือ สำนักพิมพ์มติชน ที่ยกโกดังหนังสือสุดแจ่มมาให้ชอปในราคาพิเศษ กับกิจกรรม Night Book Fair #วันวานยังอ่านอยู่ เทศกาลรวมมิตรหนังสือสุดจ๊าบ ไม่ว่าจะฮิตหรือเด็ดแค่ไหนก็มีพร้อมให้เลือกชมได้ในงานนี้ โดยเฉพาะหนังสือประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และวรรณกรรมสุดฮิต สร้างแรงบันดาลใจให้ใจฟูกันไปเลย
นอกจากนี้ยังได้ย้อนวัยไปยุค 90 กับของสะสมสุดคลาสสิก เช่น แผ่นเสียง, เทปคาสเซ็ท, ถ่ายภาพย้อนยุคด้วยกล้องฟิล์ม และวาดภาพการ์ตูนล้อเลียนกับนักวาดจากสมาคมการ์ตูน ที่จะถูกนำมาจัดแสดงภายในงานนี้ด้วย

เมื่ออิ่มเอมความสุขกันไปแล้ว ก็มาอิ่มท้องแบบจุกๆ กับโซน Food แซ่บเวอร์ กับ 80 ร้านอาหารเจ้าดังในตำนานทั่วไทยที่ยังคงความอร่อยมาถึงทุกวันนี้ อาทิ ร้านดังระดับตำนาน ‘เอี๊ยะแซ’ ร้านกาแฟโบราณ ตำนานคู่เยาวราชกว่า 90 ปี, เมนูห้างแตก ‘ก๋วยเตี๋ยวแซ่บแห้งจงอางวางไข่’ จากเชฟอ้อยคนดัง, ‘ผัดไทยไฟทะลุ’ สตรีทฟู้ดรางวัลมิชลิน บิบ กูร์มองด์ 5 ปีซ้อน และ Stupid Friesd ทอดโง่ๆ ที่มีเมนูแนะนำอย่างเกี๊ยวซ่าทอด กรอบนอก นุ่มใน อร่อยเต็มคำ
ทั้งยังมีร้านดังอย่าง ‘เฮียปอกระเพาะปลา’ ร้านกระเพาะปลาทรงเครื่อง เนื้อปูล้นชาม รับรองได้ว่ากินแล้วฟินทุกคำ กับเจ้าของสโลแกน ‘ทำสด สะอาด อร่อยลืมปรุง’ แถมยังใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียม ในราคาจับต้องได้ และรสชาติกลมกล่อมแบบไม่ต้องปรุง
รวมถึงร้าน ‘เป็นลาว’ สุดยอดร้านอาหารไทย-อีสานสุดแซ่บ ที่ยกครกมาเสิร์ฟความอร่อยถึงใจกลางกรุง พร้อมขนเมนูเด็ดมาให้ลิ้มรสกันอย่างหลากหลาย แต่เมนูที่ทุกคนต้องห้ามพลาดคือ ‘ตำหลวงพระบาง’ ที่มีรสชาติจัดจ้านแต่ไม่เผ็ดมาก และยังหอมนัวด้วยน้ำปลาร้าคุณภาพเยี่ยม

ของคาวจัดเต็มไปแล้ว จะขาดของหวานได้อย่างไร ที่งานนี้ยังมีร้านของหวานให้เลือกลิ้มลองหลากหลายร้าน ทั้ง ‘ย้อยหย่อย’ ร้านน้ำแข็งไสเจ้าดังจากนครปฐม ที่มีเมนูไฮไลต์อย่างไอศกรีมโตนดใส่ท็อปปิ้งหวานเย็นอร่อยๆ ราดด้วยน้ำกะทิโตนดเข้มข้น โรยด้วยอัลมอนด์กรอบๆ สามารถเลือกท็อปปิ้งได้แบบเต็มที่จุใจ แต่ถ้าใครสายรักสุขภาพก็เลือกใส่อะโวคาโดได้ และยังมีร้าน ‘ทิพย์รส’ ร้านไอศกรีมกะทิมะพร้าวจากทับสะแก ที่รับรองได้ว่าหอม หวาน มัน อร่อยแน่นอน เรียกได้ว่ามางานเดียวแต่ครบจบทุกรสทั้งอาหารคาวหวาน ที่ได้รับการคัดสรรและรับประกันความอร่อยโดย ‘เส้นทางเศรษฐี’
เรียกได้ว่า FEED RETRO ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่ FEED ร่วมมอบความสุขส่งท้ายปี ที่เต็มเปี่ยมด้วยรอยยิ้มและความประทับใจกันอย่างทั่วหน้า โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าฤดูหนาวครั้งหน้า เวลา เสียงดนตรี และความสุข จะวนมาให้เราได้ร่วมสร้างความทรงดีๆ แบบนี้ร่วมกันอีก แล้วเจอกันใหม่นะวัยรุ่น 90s
