‘Care the Wild’ ผนึกกำลัง MFC และ BAM เพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกป่าชุมชนบ้านโศกลึก จ.ชัยนาท
“ยุคโลกเดือดมาถึงแล้ว” อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ประกาศไว้เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา และเรียกร้องให้ประชาคมโลกดำเนินการทันที ในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทั้งนี้ การปลูกป่าได้รับการจัดอันดับให้เป็นวิธีการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันดับต้น ๆ เพราะต้นไม้ช่วยดูดซับและแยกคาร์บอนไดออกไซด์ โดยต้นไม้ที่โตเต็มที่หนึ่งต้นสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้เฉลี่ย 9-15 กิโลกรัมต่อปี
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ตระหนักถึงความสำคัญของการปลูกต้นไม้ จึงริเริ่มโครงการ Care the Wild ‘ปลูกป้อง Plant & Protect’ มาตั้งแต่ปี 2563 โดยเป็นแพลตฟอร์มระดมทุนจากภาคีองค์กรเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ผ่านมามีเครือข่ายพันธมิตรเข้าร่วมปลูกและปกป้องผืนป่าใหม่ในชุมชนทั่วประเทศแล้วเกือบ 500 ไร่
ล่าสุด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC และบริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ได้สานต่อทำงานร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ ชุมชนบ้านโศกลึก ต.กะบกเตี้ย อ.เนินขาม จ.ชัยนาท โดยร่วมสนับสนุนการปลูกต้นไม้ 19 ไร่ และยังมีพันธมิตรอื่น ๆ ที่ร่วมปลูกในผืนป่านี้รวมถึง 72 ไร่
ลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม

“ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC กล่าวว่า การมาปลูกต้นไม้ครั้งนี้ ได้มีทีมผู้บริหารและพนักงานของบริษัทมาร่วมปลูกต้นไม้ 2,000 ต้น บนพื้นที่ 10 ไร่
องค์กรเชื่อว่าการปลูกป่าเป็นวิธีที่ช่วยต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล องค์กรเอกชน และประชาชน
“MFC เพิ่มการมีส่วนร่วมในการปลูกป่าครั้งนี้ ผ่านโครงการเพื่อสังคม ‘Save the Earth, Plant Trees with MRENEW’ ที่เป็นการผสานการลงทุนที่ยั่งยืนเข้ากับการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเงินลงทุนทุก ๆ 500,000 บาท ผ่านกองทุน MRENEW ทั้งกองปกติและกองลดหย่อนภาษี จะได้ร่วมปลูกต้นไม้ 1 ต้นกับ MFC จากนั้น MFC นำเงินลงทุนไปปลูกต้นไม้กับโครงการ Care the Wild ปลูกป้อง Plant & Protect”
โครงการนี้ส่งเสริมให้ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการปกป้องโลก โดยช่วยกันปลูกและดูแลต้นไม้ สร้างแนวป้องกันไฟป่า รวมไปถึงการจัดการหาแหล่งน้ำให้ชาวบ้านในแต่ละชมชนได้ใช้บริหารจัดการป่า ทั้งยังทำให้ชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ผลลัพธ์มากกว่าทำเพียงลำพัง
“บัณฑิต อนันตมงคล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM นำทีมผู้บริหารและพนักงานกว่า 80 คน สานต่อความร่วมมือสนับสนุนโครงการ Care the Wild เดินหน้าเพิ่มป่าชุมชน 9 ไร่ จำนวนต้นไม้ 1,800 ต้น ที่ชุมชนบ้านโศกลึก กล่าวว่า การปลูกป่าร่วมกันได้ผลลัพธ์มากกว่าการทำเพียงลำพัง

“ครั้งนี้เป็นการร่วมปลูกป่าครั้งที่ 2 ของ BAM กับตลาดหลักทรัพย์ฯ และนับตั้งแต่ครั้งแรกผมได้ติดตามผลมาตลอด ซึ่งภาพรวมเป็นที่น่าพอใจ ชาวบ้านดูแลต้นไม้เป็นอย่างดี การปลูกป่าไม้ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากกรมป่าไม้ ศูนย์ป่าไม้จังหวัด และชุมชน ผมเชื่อว่าโอกาสที่ต้นไม้จะตายมีกว่า 90% แต่ภายใต้โครงการนี้ ต้นไม่ที่ปลูกมีโอกาสรอดสูงมาก
ตลาดหลักทรัพย์ฯแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความสามัคคีคือพลังอันยิ่งใหญ่ ลองคิดดูว่าจาก อบต. 5,000 กว่าแห่ง ถ้าเพียง 2,500 แห่ง ปลูก 20 ไร่ต่อปี ป่าของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และอีก 10 ปีข้างหน้าผืนป่าที่หาย ก็จะค่อย ๆ งอกกลับมาอย่างสมบูรณ์ ผมอยากให้โมเดลนี้เป็นต้นแบบให้ทุกบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ มาร่วมมือทำให้สำเร็จ จะน้อยจะมากก็อยากให้เข้ามาช่วยกัน”
ป่าคือจิกซอว์สำคัญ
“นันทนา บุณยานันต์” ผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ กล่าวขอบคุณตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เข้ามาช่วยกรมป่าไม้ในการปลูกป่าชุมชน ณ บ้านโศกลึก เป็นการให้เปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และคนในชุมชนได้ร่วมกันช่วยเราดูแลรักษาป่า มีสิทธิและหน้าที่ในการดูแลป่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
“เราเห็นถึงความพยายามของทุกฝ่ายในการปกป้องผืนป่าและฟื้นฟูป่ากลับคืนมา เพื่อคาดหวังว่าป่าชุมชนจะเติบโต เป็นแหล่งอาหารให้กับชุมชน เราหวังต่อไปว่าผืนป่าแห่งนี้จะเป็นมรดกพื้นที่ทางธรรมชาติที่ส่งต่อให้กับลูกหลาน โครงการ Care the Wild ช่วยกระตุ้นให้คนในชุมชนช่วยรัฐดูแลพื้นที่ป่า ถึงแม้ว่าจะเป็นพื้นที่ป่าแปลงเล็ก แต่ก็เป็นจิกซอว์สำคัญที่ จะช่วยขับเคลื่อนการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมให้สำเร็จร่วมกัน”
ชาวบ้านร่วมสร้างป่า
“ชัยสันต์ สีวันนา” ประธานคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านโศกลึก เผยความรู้สึกว่า ดีใจที่ได้เห็นทุกคนตั้งใจมาร่วมกันปลูกป่าชุมชนบ้านโศกลึก พร้อมกับพี่น้องชาวบ้านที่มีความตั้งใจอยากเห็นป่าชุมชนอุดมสมบูรณ์ ในฐานะชาวชุมชนบ้านโศกลึกสัญญาว่า พวกเราจะดูแลป่าชุมชนแห่งนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้
ต้นไม้มีอัตรารอด 100%

“นงรัก งามวิทย์โรจน์” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ตลาดหลักทรัพย์ฯได้เริ่มโครงการ Care the Wild ที่ต้นไม้ต้องมีอัตรารอด 100% และดูแลรักษาต่อเนื่อง 10 ปี โดยชุมชนที่ได้รับสิทธิจากกรมป่าไม้สามารถใช้ประโยชน์ในป่าชุมชนนั้นได้
ปัจจุบันดำเนินการมาแล้ว 4 ปี มีพันธมิตรรวม 90 องค์กร เพิ่มผืนป่าไปแล้ว 15 ป่าชุมชน ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ รวมเนื้อที่ปลูกทั้งสิ้น 484.5 ไร่ รวมต้นไม้กว่า 96,900 ต้น ช่วยลดการดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้ 872,100 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า/ปี
“เราเชื่อมั่นว่า ภายในอีก 6-7 ปีข้างหน้า ต้นไม้หรือต้นกล้าที่เราปลูกจะโตขึ้นกลายเป็นผืนป่า และจะช่วยทำให้โลกใบนี้เย็นขึ้น และทำให้ระบบนิเวศดีขึ้นได้ รวมถึงเป็นแหล่งอาหารของชุมชนอย่างยั่งยืนอีกด้วย
โครงการ Care the Wild “ปลูกป้อง Plant & Protect” แพลตฟอร์มระดมทุนปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว ร่วมสร้างสมดุลระบบนิเวศจากต้นทาง เพื่อลดภาวะโลกร้อนและเป็นแหล่งอาหารชุมชนอย่างยั่งยืน องค์กรที่สนใจร่วมปลูกต้นไม้ให้ได้ผืนป่า ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.setsocialimpact.com หรือ SET Contact Center 0-2009-9999

