ประสบความสำเร็จล้นหลาม ‘Happy Journey with BEM 2024 มรดกสยาม ๓ สมัย’ สร้างรายได้สู่ชุมชนกว่า 1 ล้านบาท

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับอีเวนต์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ‘Happy Journey with BEM 2024 มรดกสยาม ๓ สมัย’ ผลงานการร่วมมือครั้งสำคัญ ฺBEM ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วง ผนึกกำลังกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน สร้างความสุขให้กับประชาชนด้วยการพาย้อนรอยประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่สมัย ทวารวดี สุโขทัย และอยุธยา ตลอดจนตามล่าหาเมนูอาหารย้อนยุค เพลิดเพลินไปกับหนังสือเชิงประวัติศาสตร์ และตื่นตาตื่นใจไปกับศิลปะการแสดงชั้นสูงที่หาชมยากอย่าง โขนโรงใน รามเกียรติ์ แบบเต็มอิ่ม ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 – 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 

โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล รองอธิบดีกรมศิลปากร, นางสาวฤทัยวัลคุ์ มโนสา ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, นางสาวจิรนันท์ วรจักร ผู้ช่วยผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), นายอนวัช สุวรรณฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน), นายอภิรัตน์ ทวีทรัพย์ รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยตัวแทนจาก บริษัท มติชน จำกัด  (มหาชน) นำโดย นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท นางสาวปานบัว บุนปาน ประธานกรรมการ และนายปราปต์   บุนปาน กรรมการผู้จัดการ รวมถึงคณะผู้บริหารจากพันธมิตรร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานอย่างคับคั่ง

งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเดินทางผ่านกาลเวลา แต่ยังเป็นการสร้างประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันล้ำค่า และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนร่วมกันอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทยให้ยืนยาวสืบไป ทั้งนี้ ความสำเร็จของงานสะท้อนผ่านจำนวนผู้ให้ความสนใจอย่างล้นหลาม เป็นเท่าตัวกว่าที่รับการลงทะเบียน โดยตลอดการจัดงานมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1 หมื่นคน อีกทั้งยังสร้างรายได้สู่ชุมชน กว่า 1 ล้านบาท  

Advertisment

สานต่อความสำเร็จ Happy Journey with BEM สู่อีเวนต์ประวัติศาสตร์ของไทย มรดกสยาม ๓ สมัย

นอกเหนือจากบทบาทการให้บริการขนส่งสาธารณะแล้ว บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมเสมอมา หนึ่งในนั้นคือโครงการ Happy Journey with BEM ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการแห่งความสุขที่สืบสานความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมา 2 ปีซ้อน โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวด้วยระบบขนส่งมวลชน ไปยังสถานที่สำคัญรอบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 

เพื่อยกระดับและผลักดันให้เป็นชุมชนท่องเที่ยวตัวอย่าง รองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ เพิ่มรายได้ให้เป็นชุมชนต้นแบบที่เน้นคุณค่า สร้างการเติบโตที่ทั่วถึง สมดุล และยั่งยืน ทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงผู้คนจากที่ต่างๆ ให้ได้ใกล้ชิดมากขึ้น ผ่านประสบการณ์การเดินทางที่มากกว่าความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย คือ การมอบความสุข ความประทับใจ ตลอดจนความทรงจำที่ดี ระหว่างการเดินทางอันเป็นความตั้งใจของ BEM

ล่าสุด Happy Journey with BEM ได้ขยับขยายขอบเขตการสนับสนุนการท่องเที่ยวสู่อีเวนต์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของไทยกับงาน มรดกสยาม ๓ สมัย ผลงานการร่วมมือของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม, กรมศิลปากร, สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร รวมถึงหน่วยงานผู้สนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง อย่าง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  

Advertisment

ร่วมย้อนรอยประวัติศาสตร์ 3 ยุค ‘ทวารวดี สุโขทัย อยุธยา’ เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจด้านประวัติศาสตร์ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความมีส่วนร่วมและความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นำมาสู่การก่อให้เกิดการสร้างรายได้สู่ชุมชนโดยรอบและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การเที่ยวเชิงกิจกรรม (Event Tourism) ที่เป็นอีกหนึ่งซอฟต์ พาวเวอร์ (Soft Power) ที่สำคัญของไทย 

ระดมทัพวิทยากร กูรู และผู้คร่ำหวอดในประวัติศาสตร์ชาติไทยมาเล่าเกร็ดความรู้ เรื่องราว เรื่องเล่าผ่านมุมใหม่ที่สนุกสนาน เข้าใจง่าย ในกิจกรรมไฮไลต์ต่างๆ ประกอบด้วย History Trips เดินทางย้อนเวลา 3 ยุค แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ไขรหัสแห่งมูเตลูกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ โดยกำหนดการเดินทางที่มีจุดตั้งต้นอยู่ที่สถานที่สำคัญจากมิวเซียมสยาม – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ตลอดทั้ง 3 วัน 

นอกจากการเดินทางสะดวกปลอดภัยด้วยรถไฟฟ้า MRT ลงสถานีสนามไชย เพื่ออำนวยความสะดวกภายในงานยังจัดให้มีบริการรถ EV รับส่ง จากมิวเซียมสยาม – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร จากไทยสมายล์บัส ให้บริการฟรีตลอดระยะเวลากิจกรรม

 Exclusive Talk & Walk เจาะลึกประวัติศาสตร์นอกสายตา กับเหล่ากูรู ครั้งแรก! Golden Boy ปลุกซอฟต์ พาวเวอร์โบราณวัตถุไทย นอกจากนี้ยังมีเสวนาเจาะเรื่องราวของ 3 ยุคสมัยแบบอินไซด์ อาทิ เสวนามรดกโลกสุโขทัย ย้อนรอยความรุ่งเรืองเมืองพระร่วง ต่อด้วยการพาเดินชม ‘ห้องสุโขทัย’ ภายในพิพิธภัณฑ์ Workshops กิจกรรมประดิษฐ์ของที่ระลึก 3 ยุค ทั้งวิถีชาววังดั้งเดิม และวิถีชุมชน อาทิ ประดิษฐ์ของประดับที่เป็นเครื่องแขวนโบราณอย่าง “พวงมโหตร”, เวิร์กชอป “ทวารวดี : บุหงาพัดโบก งานฝีมือเครื่องสูงในราชสำนัก” 

Shows ตื่นตาตื่นใจไปกับศิลปะการแสดงชั้นสูงที่รับอิทธิพลมาตั้งแต่โบราณ ไม่ว่าจะเป็น โขนโรงในราชสำนัก นาฏศิลป์ชั้นสูงที่เก่าแก่ของไทย มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ไฮไลต์เด็ด คือ โขนโรงในราชสำนัก ชุดรามเกียรติ์ ตอน นางสำมนักขาก่อศึก นอกจากนี้ยังมีการแสดงโขนเด็กที่ได้รับความสนใจอย่างยิ่ง ภายในงานยังเพิ่มสีสันด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษ คิมอินฮยอน (น้องแดน) กับเดี่ยว จารุกิตติ์ (พี่จูดี้) YouTuber ชื่อดังจากช่อง Cullen HateBerry ที่ได้มาสาธิตเมนู ยำผักกูด และ แตงโม ปลาแห้ง พร้อมเสิร์ฟให้ชาวด้อมได้ชิมฝีมือกันอย่างใกล้ชิด 

Books เทศกาลหนังสือประวัติศาสตร์ กับหนังสือคุณภาพดีที่พาท่องโลกประวัติศาสตร์ 3 เมืองมรดกโลก และ Foods ตอบโจทย์สายกินให้ได้ตามล่าเมนูในอดีตที่หายไป อิ่มอร่อยกับร้านอาหารจากชุมชน อาทิ ยำผักกูด ข้าวคลุกกะปิ ทองหยิบ ทองหยอด ขนมอาลัว ให้สอดคล้องตามยุคสมัย ‘ทวารวดี สุโขทัย อยุธยา’ นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์เด็ด ชมนิทรรศการพิเศษ เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ๒๕๖๗ ชมเอกสารโบราณหาชมยาก ร่วมย้อนรอยเรื่องราวในอดีตผ่านบันทึกบนหนังสือ จารึก เอกสารโบราณ คัมภีร์สำคัญทางศาสนา อาทิ สนธิสัญญาเบาว์ริงระหว่างไทยกับอังกฤษ เอกสารเลิกทาสสยาม

Golden Boy ปลุกความคึกคักโบราณวัตถุไทย

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสความสนใจในประวัติศาสตร์ได้กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ ‘Golden Boy ’ ประติมากรรมสำริดอายุนับพันปี ได้กลับคืนสู่ประเทศไทย จนชาวไทยจำนวนมากต่างให้ความสนใจและอยากยลโฉมความงามดูสักครั้ง หนึ่งในไฮไลต์เด็ดของงาน มรดกสยาม ๓ สมัย จึงอยู่ที่   Exclusive Talk ฟังประวัติอลังการ ‘ศรีเทพ’ มรดกโลกแห่งล่าสุด – โบราณวัตถุล้ำค่าชิ้นใหม่ Golden Boy โดย นายศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ซึ่งได้ให้ความเห็นต่อเทคนิคการทำ Golden Boy ไว้ว่า 

“กะไหล่ทอง เทคนิคที่ทำ Golden Boy คือการเอาทองทำให้เป็นของเหลวผสมปรอท ป้ายเข้าไป แล้วขับปรอทออก เป็นเทคนิคที่ล้ำไปกว่าเครื่องสำริดที่ปกติทำยากอยู่แล้วขึ้นไปอีก”

หลังจากฟังความรู้อย่างอัดแน่นก็ถึงเวลา Exclusive Walk  เริ่มต้นด้วยการพาชม ‘ห้องทวารวดี’ ที่จัดแสดงโบราณวัตถุยุคทวารวดี เช่น ธรรมจักร สะท้อนความรุ่งเรืองของพุทธศาสนา และต่อด้วย “ห้องลพบุรี” ที่จัดแสดง Golden Boy ซึ่งชาวบ้านขุดพบที่ปราสาทบ้านยาง จ.บุรีรัมย์ เมื่อ พ.ศ. 2518 และถูกนำออกจากประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย ก่อนที่จะถูกคืนให้ไทยโดยพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีประติมากรรมสำริดชิ้นสำคัญอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น ‘ประติมากรรมสตรีพนมมือ’ และประติมากรรมจากปราสาทสระกำแพงใหญ่ จ.ศรีสะเกษ ที่งดงามไม่แพ้ Golden Boy ให้ผู้เข้าร่วมได้ยลโฉมความงาม

จากอีเวนต์ประวัติศาสตร์สู่โมเดลความยั่งยืน สร้างรายได้ให้ชุมชน

งาน ‘Happy Journey with BEM 2024 มรดกสยาม ๓ สมัย’ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการประยุกต์ใช้โมเดลการท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม (Event Tourism) เพื่อสร้างรายได้และความยั่งยืนให้กับชุมชนท้องถิ่น โดยตลอด 3 วันของการจัดงาน มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1 หมื่นคน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และสร้างรายได้สู่ชุมชนกว่า 1 ล้านบาท จากการจำหน่ายสินค้าและอาหารที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เช่น เมนูอาหารย้อนยุค และงานฝีมือท้องถิ่น กิจกรรม Workshops อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ชุมชนได้แสดงความสามารถในการนำเสนอสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละยุคสมัย ซึ่งช่วยส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และสืบทอดศิลปวัฒนธรรม พร้อมสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

นอกจากการฉายภาพความยั่งยืนสู่ชุมชนแล้ว งานนี้ยังเสริมสร้างการผนึกกำลังร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย สำนักงานเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร, สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม, สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง, ศิลปินสำนักการสังคีต กรมศิลปากร, ศิลปินจากสถาบันเอกชนการละคร, บริษัท ไทยสมายล์บัส จํากัด และการไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ เป็นต้น

โมเดลความยั่งยืนนี้นอกจากเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดกิจกรรมและนำเสนอผลิตภัณฑ์ ทำให้ชุมชนมีความภูมิใจและความรู้สึกมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของตนเอง BEM และพันธมิตรตั้งใจสานต่อความสำเร็จนี้เพื่อให้เกิดการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน ในอนาคตหวังว่า โมเดลนี้จะถูกนำไปประยุกต์ใช้กับการจัดงานในสถานที่อื่นๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนในทุกภูมิภาค และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมให้กลับมามีความสำคัญและยั่งยืนต่อไป