un สำหรับผู้คนริมฝั่งโขง “ตะกอน” นับเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่ทรงคุณค่า ดั่งคำว่าทรัพย์ในดิน สินในน้ำอย่างแท้จริง เนื่องจากวิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่ยึดอาชีพเกษตรกรรมและการประมงเป็นหลัก
ตะกอน คือ ปัจจัยสำคัญที่สร้างสมดุลให้กับสิ่งมีชีวิตใต้ท้องน้ำ เป็นแหล่งอาหารของพืชและสัตว์ ที่เป็นต้นกำเนิดในห่วงโซ่อาหาร
ดังนั้นคงเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อย หากวันหนึ่งแม่น้ำโขงจะไร้ซึ่ง ตะกอน ดังนั้น การออกแบบและพัฒนา “โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี” โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบฝายทดน้ำขนาดใหญ่ แห่งแรกบนแม่น้ำโขงตอนล่าง ที่หมายมั่นว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงให้ความสำคัญกับเรื่องของ “ตะกอน” มาเป็นอันดับต้นๆ
ด้วยเหตุนี้เองในงบลงทุนรวม 135,000 ล้านบาท บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ CKP จึงทุ่มงบ 19,400 ล้านบาท เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ใน 3 ประเด็นใหญ่ คือ ความปลอดภัย ตะกอน และ ปลา

นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower ผู้บริหารงานในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี บอกว่า โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกที่สร้างบนแม่น้ำโขงตอนล่าง จึงเข้าสู่กระบวนการที่กำหนดไว้ในข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือการพัฒนาที่ยั่งยืนของแม่น้ำโขง ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission : MRC) คือต้องมีการแจ้งและปรึกษาหารือล่วงหน้า เพื่อสร้างบรรทัดฐานในการพัฒนาโครงการในแม่น้ำโขงตอนล่างที่ใช้ร่วมกันของ 4 ประเทศ คือ ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม กระบวนการนี้เป็นกลไกสำคัญที่สร้างความมั่นใจว่าทั้ง 4 ประเทศนี้ ที่จะใช้ทรัพยากรแม่น้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำสากล ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ว่าได้มาตรฐานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ได้กำหนดไว้
“อย่างเรื่อง ตะกอน เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมาก ถ้าหากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าในช่วงน้ำหลาก น้ำในแม่น้ำโขงจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเพราะมีตะกอนจากต้นน้ำและแม่น้ำสาขาปะปนมากับน้ำ ซึ่งตะกอนที่มากับแม่น้ำโขงมีความสำคัญกับระบบนิเวศมาก เพราะมีแร่ธาตุซึ่งเป็นอาหารปลา นอกจากนี้ยังเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่สำคัญ ที่คนอยู่ท้ายน้ำจำเป็นต้องพึ่งพาตะกอนจากแม่น้ำโขง
“เราคิดว่าตะกอนมีความสำคัญมาก ดังนั้นการสร้างโรงไฟฟ้าบนแม่น้ำโขง จึงมีโจทย์ว่าจะออกแบบอย่างไรให้ตะกอนผ่านไปได้ เสมือนว่าไม่ได้สร้างโรงไฟฟ้า ดังนั้นจึงมีการลงทุนเพิ่มในเรื่องนี้ เพื่อออกแบบพัฒนาประตูระบายน้ำและระบายตะกอน จากประตูระบายน้ำจำนวน 11 บาน มีจำนวน 4 บาน ที่สามารถระบายตะกอนหนักใต้ท้องน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าตะกอนที่พัดมากับน้ำ สามารถผ่านไปได้หมดทั้ง ตะกอนหนัก ตะกอนแขวนลอย แม้แต่กรวดหิน ก็สามารถจะผ่านไปได้ สอดคล้องกับหลักการของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่เป็น โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบฝายทดน้ำ (Run-of-River)” นายธนวัฒน์ กล่าว

ขณะที่ นายธนสักก์ ภูมิชัยเวช ผู้จัดการแผนกวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) อธิบายถึงโครงสร้างและการทำงานของประตูระบายน้ำและระบายตะกอน หรือ Spillway/ Low Level Outlet ว่าทั้ง 11 บาน มีการออกแบบเพื่อทำหน้าที่ระบายน้ำได้สูงสุด 47,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ช่วยลดความรุนแรงจากอุทกภัยและรักษาระดับน้ำเหนือโรงไฟฟ้าไว้ให้คงที่ในระดับ 275 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง เพื่อประโยชน์ของการผลิตไฟฟ้า
ในขณะที่มีการระบายน้ำ ตะกอนเบาที่ลอยมากับน้ำก็สามารถระบายผ่านไปพร้อมๆกับการระบายน้ำ ตะกอนหนักระดับท้องน้ำสามารถระบายผ่านช่องประตูพิเศษ 4 บาน ที่เรียกว่า Low Level Outlet
บานประตูทั้ง 11 บานนี้ สามารถปรับระดับการระบายน้ำได้ เพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน ซึ่งแตกต่างกันตามฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม ด้วยความต่างของระดับเหนือน้ำและท้ายน้ำที่ 30 เมตร การเปิดบานประตูระบายน้ำในช่วงน้ำหลากจะมีความแรงของน้ำสูง ซึ่งมีผลต่อการกัดเซาะตลิ่งท้ายน้ำได้ ดังนั้น ทีมวิศวกรจึงออกแบบโครงสร้างพื้นที่รองรับน้ำและช่วยลดความแรงน้ำให้กลับมาสู่สภาพใกล้เคียงธรรมชาติ เรียกว่า แอ่งสลายพลังงาน หรือ Stilling Basin
แอ่งสลายพลังงาน ทำหน้าที่ ดูดซับพลังงานตกกระทบของน้ำที่ปล่อยจากประตูระบายน้ำ (Spillway / Low Level Outlet) ป้องกันไม่ให้กระแสน้ำกระแทกลงสู่ลำน้ำโดยตรง พื้นที่ของแอ่งสลายพลังงานมีช่วงโค้งรับแรงของน้ำให้ม้วนตัวอยู่ในแอ่งจนลดความแรงลง ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำโขงโดยไม่กัดเซาะตลิ่ง เป็นการรักษาสภาพตลิ่งช่วงท้ายน้ำให้คงธรรมชาติดั้งเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด
นอกจากการระบายตะกอนที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ผ่านทางประตูระบายน้ำ (Spillway / Low Level Outlet) แล้วก็ยังระบายไปกับน้ำที่ไหลผ่านกังหันน้ำผลิตไฟฟ้าอีกด้วย
นอกจากนี้ ในช่วงที่มีการก่อสร้าง และภายหลังเมื่อเข้าสู่ช่วงดำเนินการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว ทีมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมของ CKPower ยังติดตามข้อมูลของแม่น้ำโขง ทั้งส่วนเหนือโรงไฟฟ้าไปเรื่อยไปยังท้ายน้ำของโรงไฟฟ้า เพื่อติดตาม ศึกษา การระบายตะกอนอย่างต่อเนื่อง และทำให้มั่นใจได้ว่าโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ให้ความสำคัญกับการผลิตไฟฟ้าอย่างยั่งยืนโดยมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
ด้วยแนวคิดที่มองไปรอบด้าน ประกอบการคำนึงถึงวิถีชีวิตชุมชนและระบบนิเวศเป็นหลัก ทำให้โครงสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี มีรายละเอียดที่แตกต่างจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งอื่น โดยเฉพาะการลงทุนเพิ่มเติมในระบบต่างๆให้มีความสมบูรณ์ เพื่อการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากน้ำในแม่น้ำโขงอย่างคุ้มค่า