ผมว่าในทุก ๆ วิกฤตยังมีโอกาส อย่างในงานมอเตอร์โชว์ 2026
ทุกคนต่างมองเห็นโอกาส พยายามเอาตัวรอด เพราะงานนี้ถือเป็นที่รวบรวมเอารถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ เข้ามาจัดแสดงให้ทดลองขับ และมีโปรโมชั่นต่าง ๆ มารวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน บนพื้นที่กว่าแสนตารางเมตร
ในฐานะ “ผู้จัดงาน” เราดึงผู้ต้องการซื้อ และผู้ที่ต้องการขาย มาอยู่ในงานเดียวกัน เรียกว่ามีผู้ซื้อผู้ขายทุกระดับ งานมอเตอร์โชว์ถือเป็นงานที่สร้างเศรษฐกิจไทย ช่วยหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ต่อเนื่อง
นี่เป็นคำกล่าวเปิดใจของ จาตุรนต์ โกมลมิศร์ ในฐานะรองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 หรือ Motor Show 2026 กับ “ประชาชาติธุรกิจ” หลังจากการจัดงานผ่านไปแล้วค่อนทาง
ตัวเลขยอดจองที่เข้ามาในช่วง 7 วันแรก พุ่งสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว จาก 20,000 กว่าคัน ยอดพุ่งเกินกว่าเท่าตัว ไปอยู่ที่ 41,778 คัน
จึงไม่น่าแปลกใจ…ว่า ทำไมผู้จัดถึงมองข้ามชอต ไปถึงตัวเลข นิวไฮ
“จาตุรนต์” กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ยอดจองรถยนต์จากงานมอเตอร์โชว์ ปี 2569 น่าจะก้าวข้ามไปแตะที่ระดับ 80,000 คัน
ปีแห่งการสร้างสถิติ
จากการเก็บตัวเลขของผู้จัดงานปีนี้พบว่า มีค่ายรถยนต์ส่งรถยนต์รุ่นใหม่ ไมเนอร์เชนจ์ รุ่นปรับเปลี่ยนต่าง ๆ มาจัดแสดงในงานมากถึง 51 รุ่น เรียกว่า มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ขณะที่จำนวนผู้เข้าชมงาน หากประเมินจากสถานการณ์วันนี้คาดว่า ผู้เข้าชมงานก็จะมากที่สุด เท่าที่เคยจัดงานมา หากตัดยอดพนักงานขาย ทีมกิจกรรมต่าง ๆ ออก ยอดผู้เข้าชมที่ระดับ 1.6 ล้านคน มีให้เห็นแน่นอน
ทำนิวไฮ 8 หมื่นคัน
หลังจากในช่วงครึ่งทางของการจัดงาน เรามี 41,778 คัน โต 68.8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
และในจำนวนนี้ต้องยอมรับว่า ยังมีค่ายรถยนต์อีกหลายค่ายที่ยังไม่แจ้งส่งจำนวนยอดจอง แต่จะมาส่งในช่วงวันสุดท้ายของการจัดงาน ดังนั้นหากประเมินวันนี้ “จาตุรนต์” เชื่อว่า ตัวเลขยอดจองที่ 80,000 คัน จากการจัดงานมอเตอร์โชว์ 2026 มีลุ้นไปถึงได้ไม่ยาก
และหากจะขยายให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 12 วัน หากค่ายรถ ผู้ประกอบการขายรถ อยู่แต่ในโชว์รูมจะสามารถได้ยอดขนาดนี้หรือไม่
แน่นอนว่างานมอเตอร์โชว์ มีองค์ประกอบจากหลาย ๆ ส่วนมาร่วมกัน ทำให้ค่ายรถยนต์เห็นศักยภาพและโอกาสการขาย ทุกคนมาช่วยกันมาอยู่ในพื้นที่ 100,000 กว่าตารางเมตร สร้างบรรยากาศการขาย ทุกคนช่วยกัน ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์สามารถขับเคลื่อนและหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรม เศรษฐกิจไปได้
ขณะที่เงินสะพัดที่เกิดขึ้นนั้น ก็จะไม่น้อยกว่า 65,000 ล้านบาท
คนสนใจทั้งไฮบริด-อีวี
วันนี้ปฏิเสธไม่ได้จากวิกฤตด้านพลังงานส่งผลต่อความตื่นตัวของผู้ที่ต้องการมองหารถยนต์คันใหม่ไว้ใช้งาน ไม่ใช่ว่า “กระแสน้ำมันแพง” แล้วคนจะมุ่งมาดูแต่รถยนต์ไฟฟ้า ต้องบอกว่ารถยนต์ในงานที่ค่ายรถยนต์นำมาจัดแสดงนั้นมีความหลากหลาย เทคโนโลยี และความประหยัด มีรถยนต์ xEV ที่มีความหลากหลายทั้งรถยนต์ไฮบริด (HEV) ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) ไฟฟ้า (EV) จากค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ให้ผู้บริโภคได้ตัดสินใจเลือก ซึ่งท้ายที่สุดผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินใจว่ารถยนต์พลังงานแบบใดเหมาะสมกับรูปแบบการใช้งาน อีกทั้งมีการนำเสนอแคมเปญโปรโมชั่นที่น่าสนใจ
ทำให้ผู้ที่มาชมงานมี 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มาแล้วตัดสินใจซื้อเลย และกลุ่มที่มาชมงานโดยเปรียบเทียบหลาย ๆ ยี่ห้อก่อน แล้วจะกลับมาตัดสินใจซื้ออีกครั้ง
และตรงนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ เพราะเชื่อว่าในช่วง 2 วันสุดท้ายของการจัดงาน หรือสุดสัปดาห์นี้ จะได้เห็นบรรยากาศการตัดสินใจ และยอดจองที่เข้ามาในช่วงโค้งท้ายแน่นอน
เพราะคนซื้อเองก็ต้องการซื้อ ขณะที่คนขายนั้นก็มีความต้องการขายที่มากกว่า ทุกคนพยายามเช่นกัน เพื่อให้ผู้ที่ต้องการซื้อรถ สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น
แต่ต้องไม่ลืมว่าท้ายที่สุด ก็ต้องขึ้นอยู่กับโปรไฟล์และขีดความสามารถของผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์คันนั้น ๆ ด้วย
วิกฤตพลังงานช่วยดันยอดพุ่ง
“จาตุรนต์” ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ด้านวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม รถยนต์ถือเป็นปัจจัยหลักที่ผู้คนยังมีความจำเป็นต้องใช้อยู่
ส่วนจะเป็นรถยนต์พลังงานแบบใดนั้น ผู้บริโภค ผู้ใช้งานจะเป็นคนตัดสินใจ อย่างในงานปีนี้ของตัวเองมากกว่า
สุดท้าย “จาตุรนต์” ย้ำความเชื่อมั่นทิ้งท้ายไว้ว่า “ผมว่าในทุก ๆ วิกฤตยังมีโอกาส อย่างในงานมอเตอร์โชว์ ทุกคนต่างมองเห็นโอกาส เราดึงผู้ต้องการซื้อ-ขายมาอยู่ในงานเดียวกัน เรียกว่ามีผู้ซื้อ ผู้ขายทุกระดับ งานมอเตอร์โชว์ถือเป็นงานที่สร้างเศรษฐกิจไทย ช่วยหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ต่อเนื่อง”
ดังนั้น เราจะได้เห็นยอดจองจากงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ ไปแตะระดับ 80,000 คันได้หรือไม่ อีกแค่อึดใจเดียว เราจะได้เห็นปลายทางจะไปจบที่ตรงไหน