จับตาตลาดรถยนต์ครึ่งปีหลังถล่มราคากันเดือด หลังตัวเลขขายครึ่งปีแรกหล่นแรงกว่า 24% คาดเจอแรงกระเพื่อม 2 เด้ง รถ EV จีนทยอยขึ้นไลน์ผลิตทำต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง และผู้ประกอบการต้องรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้สุดกำลัง สภาอุตฯกางตัวเลข “ไฮบริด-อีวี” ยังพอลืมตาอ้าปาก ส่วนกระบะเหนื่อยสุด ๆ หดตัวกว่า 40% ปรับเป้ายอดผลิตทั้งประเทศลง 2 แสนคัน เม็ดเงินหาย 2 แสนล้าน
แหล่งข่าวจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ซึ่งได้รับผลกระทบจากหนี้ครัวเรือนสูงถึง 90% ของ GDP ประเทศ ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงต่อเนื่อง ประชาชนมีรายได้ลดลง ระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ภาคเศรษฐกิจหลายแห่งลดการเติบโตและสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ ทำให้เชื่อว่าตลาดรถยนต์ในครึ่งปีหลังการแข่งขันจะรุนแรงมากขึ้น และกลยุทธ์ที่เกือบทุกค่ายจะนำมาใช้น่าจะเป็นสงครามราคา
“ครึ่งปีหลังคงหนีสงครามราคาไม่พ้นแน่นอน ซึ่งจะมีปัจจัยหลักมาจาก 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ยอดขายครึ่งปีแรกที่ตลาดหดตัวไปถึง 24% และอีกอย่างคือตั้งแต่ต้นปี 2567 มาถึงตอนนี้ มีผู้ประกอบการรถจีนทยอยขึ้นไลน์ผลิตในประเทศหลายยี่ห้อ ทำให้แต่ละแบรนด์มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง”
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานสถิติยอดขายรถยนต์ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมานั้นพบว่า มียอดทั้งสิ้นแค่ 308,027 คัน ลดลง 24.16% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ขายได้ 406,131 คัน
ในจำนวนนี้แบ่งตามประเภทพบว่า เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือ ICE จำนวน 206,206 คัน ลดลง 38.24% ปลั๊ก-อิน ไฮบริด 1,203 คัน ลดลง 8.93% ไฮบริด 67,110 คัน โตขึ้น 70% รถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ BEV 33,508 คัน โตขึ้น 6.91%
ล่าสุดทางกลุ่มยังได้ตัดสินใจปรับลดเป้าหมายยอดการผลิตรถยนต์ในประเทศลงเพื่อให้สอดรับกับยอดขายในประเทศที่ลดลงจำนวน 200,000 คัน เดิมเป้าผลิตรถยนต์ปี 2567 ตั้งไว้ 1.9 ล้านคัน ตอนนี้คาดว่าทั้งปีน่าจะผลิตได้แค่ 1.7 ล้านคัน
“ยอดขายในประเทศที่ลดลงเป็นปัจจัยหลัก ตัวเลขการผลิตรถยนต์ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาทำได้แค่ 7.6 แสนคัน แบ่งสัดส่วนเป็นส่งออกสูงถึง 68% ขายในประเทศ 32% ซึ่งผิดเพี้ยนไปจากปกติที่ส่งออกกับขายในประเทศจะห่างกันไม่มาก หรือราว 54% กับ 46% ตามลำดับ”
ด้านนายชู กังจื้อ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 100% ยี่ห้อเนต้า เปิดเผยถึงพฤติกรรมการซื้อรถยนต์โดยเฉพาะรถอีวีของลูกค้าในปัจจุบันว่า ยังมองหารถที่จับต้องได้ง่าย ซึ่งก็สอดรับกับรถอีวี ที่ปัจจุบันราคาลงมาใกล้เคียงกับรถสันดาป สำหรับการแข่งขันในตลาดรถยนต์ก็ยังเน้นจัดทำแคมเปญส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง และน่าจะต้องกระตุ้นกันตลอดทั้งปีเพื่อกระชากกำลังซื้อ
เช่นเดียวกับแหล่งข่าวจากบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การทำสงครามราคาของค่ายรถยนต์ในขณะนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ซึ่งไปถล่มกันหนักที่ดีลเลอร์ เดี๋ยวนี้ทั้งรถยนต์สันดาปและรถอีวี บริษัทแม่นำทีมเองกลายเป็นเรื่องปกติและทำมานาน ยิ่งมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเพิ่มมากขึ้น ไตรมาส 3 ปีนี้น่าจะได้เห็นความรุนแรงเพิ่มขึ้นอีก
ส่วนการปรับลดเป้าการผลิตรถยนต์ปีนี้ ที่สภาอุตฯระบุว่าประเทศไทยจะผลิตได้น้อยลงถึง 2 แสนคัน จากเป้าเดิม 1.9 ล้านคันเหลือ 1.7 ล้านคัน ก็เชื่อว่าจะทำให้เม็ดเงินในประเทศเราหดหายไปอย่างน้อย 2 แสนล้านบาท