Skip to content

ทำไม “เกรท วอลล์ มอเตอร์” ถึงขายรถได้น้อยลง

25 ก.ย. 2567 | 15:17น.
ทำไม “เกรท วอลล์ มอเตอร์” ถึงขายรถได้น้อยลง
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : อมร พวงงาม

สัปดาห์ก่อน ข่าวบอสใหญ่เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย “ณรงค์ สีตลายน” ประกาศลาออก ขอพักยาวหลังกรำศึกหนักมา 4 ปีเต็ม

เป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนให้ความสนใจ สาเหตุที่ต้องทิ้งเก้าอี้ ยังไม่มีใครรายงาน แต่วิเคราะห์กันไปต่าง ๆ นานา

จับประเด็นเด่นชัดสุด คือ ผลกระทบจากยอดขายที่ตกลงอย่างน่าใจหาย

8 เดือนของปี 2567 เกรทวอลล์ขายได้ไม่ถึง 5 พันคัน แถมเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มียอดขายแค่ 300 คันเท่านั้น ลดลงกว่าช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนเกือบ 50%

จริง ๆ เรื่องขายไม่ออก ยอดร่วง สำหรับตลาดรถยนต์บ้านเรา ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเท่าที่เห็นตอนนี้เกือบทุกค่าย “เดี้ยง” กันหมด

สภาอุตฯเพิ่งรายงานว่า 8 เดือนประเทศไทยขายรถยนต์ 3.9 แสนคัน ทั้งตลาดลดลงมากกว่า 30% ขนาดแบรนด์โตโยต้า ว่าแน่ ๆ แล้วยังเอาไม่อยู่ลดลงไปเกือบมากกว่า 10%

ค่ายอีซูซุหายไปเลยเกือบครึ่ง เคยขายเป็นหมื่นคันเหลือแค่ 5 พันกว่าคัน

หลัก ๆ ตัวเลขที่หายไป มาจากปัญหาภาพรวมเศรษฐกิจที่ฉุดกำลังซื้อ โดยความต้องการซื้อรถยังมี แต่คนซื้อกู้ไม่ผ่าน นักวิเคราะห์หลายสำนักยืนยันตรงกันว่า แนวโน้มจะเป็นแบบนี้ไปจนถึงสิ้นปี

เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้สื่อข่าวที่สนิทสนมพยายามโทร.สอบถามบอสใหญ่เกรทวอลล์ แต่ไม่ได้คำตอบชัด บอกแต่เพียงว่า 4 ปีทำเต็มที่แล้ว หรือจุดนี้อาจเป็นเหตุผลใหญ่ เพราะขนาดทำเต็มร้อย แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ตามคาด ทำให้ “ท้อ”

ย้อนกลับไปเมื่อ 4-5 ปีก่อน จังหวะที่เกรท วอลล์ฯเข้าตลาดบ้านเรา ต้องบอกว่าดูยิ่งใหญ่มาก เริ่มจากใช้เงินหลายพันล้านเทกโอเวอร์ฐานการผลิตรถยนต์ของ GM ที่จังหวัดระยอง ตั้งเกรท วอลล์ ประเทศไทย พร้อมเปิดตัวผู้บริหารคนไทยอย่างคึกคัก

และถ้าจำไม่ผิด “เกรท วอลล์ฯ” น่าจะเป็นค่ายรถยนต์รายแรก ๆ ในบ้านเราที่ประกาศใช้ “นโยบายราคาเดียวทั่วประเทศ” ซึ่งยังไม่เคยมีค่ายไหนทำมาก่อน

ช่วงเริ่มต้นคนในวงการวิพากษ์วิจารณ์หนักหนาสาหัสพอสมควร บอกว่ายาก ตลาดรถยนต์เมืองไทยใครก็รู้ว่า “ปราบเซียน”

คนไทยถ้าซื้อของแล้วไม่ได้ต่อราคา หงุดหงิด…พานไม่ซื้อเอาดื้อ ๆ เรียกว่า ต้องมีอำนาจต่อรองถึงจะแฮปปี้แต่ “เกรท วอลล์ฯ” ก็ยืนหยัดนโยบายนี้มาได้ตั้งแต่เริ่มเปิดตลาด

จนกระทั่งเมื่อรัฐบาลไทยรับปากสหประชาชาติจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 30% ภายในปี 2030 พร้อมเลือกส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้มีแบรนด์รถจีน
ทะลักเข้ามาลงหลักปักฐานบ้านเรามากขึ้น

เป็นธรรมดาของการแข่งขัน ย่อมต้องมีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ ใครเลือกโปรดักต์ได้ดีกว่า ตั้งราคาขายได้เหมาะสมกว่า ก็คว้าชัยไป

วันก่อนคนใกล้ชิดคุณณรงค์เล่าให้ฟังว่า ผู้บริหารคนไทยกินดีหมี รับปากบริษัทแม่ (จีน) ไว้หลายเรื่อง เช่น จะเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 9 รุ่นภายใน 3 ปี แต่รถที่เป็นรถธงมีไม่กี่รุ่น

พอคอมมิตไว้ ก็ต้องทำให้ได้ ลืมนึกถึงปัญหาที่จะตามมาเยอะแยะมากมาย

ขณะที่จีนเองมีสินค้าพร้อมส่งตลอด จังหวะที่ตลาดดี ๆ ก็พอถูไถ แต่ทุกวันนี้ตลาดรถยนต์ตกต่ำ เข็นอย่างไงก็ไม่ขึ้น แถมรถยนต์บางรุ่น ดันเอากำไรโหดไปซะอีก ตัวอย่าง ฮาวาล H6 PHEV วางราคาไว้สูงปรี๊ดเกือบ 1.7 ล้านบาท ในขณะที่คู่แข่งอยู่ที่ล้านต้น ๆ

“สต๊อก” เลยบวม หนำซ้ำสต๊อกไม่ได้อยู่กับดีลเลอร์ด้วย บริษัทต้องรับไว้เองเต็ม ๆ ลองหลับตานึกดู เดือนหนึ่งขายแค่หลักร้อยต้น ๆ แรงกดดันจากจีนจะมหาศาลขนาดไหน

ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เกรท วอลล์ฯเท่านั้น แบรนด์อื่น ๆ ก็กำลังเข้าคิวรอวัน “ฝีแตก”