คอลัมน์ : เทสต์คาร์ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
เกินกว่าความคาดหมาย สำหรับรถยนต์ครอสโอเวอร์ รุ่นล่าสุดจากค่ายซูซูกิ อย่าง ซูซูกิ ฟรองซ์ (Suzuki Fronx)
หลังจากมีโอกาสร่วมทดสอบรถยนต์รุ่นนี้ ในเส้นทางเวียงจันทน์-วังเวียง ใน สปป.ลาว
ซูซูกิ ฟรองซ์ รถยนต์ขนาด 5 ที่นั่ง สำหรับกลุ่มที่กำลังจะเริ่มสร้างครอบครัว หรือกลุ่มผู้ที่ต้องการขยับจากรถยนต์อีโคคาร์ ขึ้นมาหารถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่ง “วัลลภ ตรีฤกษ์งาม” รองประธานบอกว่า ลูกค้าอีโคคาร์ในที่นี้ไม่ได้หมายรวมแต่ สวิฟท์, เซียส และเซเลริโอ้ เท่านั้น

แต่หมายถึงกลุ่มผู้ใช้รถ “อีโคคาร์” ที่อยู่ในบ้านเราหลากรุ่นหลายยี่ห้อ แถมลูกค้ากลุ่มนี้ยังต้องการความคุ้มค่า คุ้มราคา หากนั้นคือเป้าหมายที่ถูกขึ้นศูนย์ ไว้เหนี่ยวไก
ด้วยการออกแบบรูปร่างหน้าตา ภายนอก ส่วนตัวถือว่ามีความลงตัว
ทั้งดีไซน์ที่ให้ความรู้ถึงความสปอร์ต ทันสมัย แถมยังพร้อมลุยได้อย่างแข็งแกร่งในสไตล์รถบี-เอสยูวี

กระจังหน้าสีดำตัดกับขอบโครเมี่ยม และโลโก้ตัว S ให้โดดเด่น สะดุดตา ชุดไฟหน้าและไฟเดย์ไทม์ เป็น LED เช่นเดียวกับไฟท้าย ส่วนเส้นสายรอบคันถือว่าลงตัว ช่วยให้เกิดความรู้สึกไหลลื่น ผสานกับความแข็งแกร่งพร้อมลุยไปในทุกเส้นทาง ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว
ภายในห้องโดยสาร รุ่น GLX PLUS มาในสีทูโทน ภายในห้องโดยสาร สีดำตัดกับสีแดงเบอร์กันดี้ ตัดเลี่ยนด้วยวัสดุสีเงิน ที่บริเวณคอนโซลหน้า มือจับประตูช่องแอร์ หัวเกียร์

ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายใน และความบันเทิง รวมทั้งการเชื่อมต่อมีมาให้ครบครัน
มองผาด ๆ จากดีไซน์ภายนอกนั้น รู้สึกว่าห้องโดยสารอาจจะ “แคบ” ไป แต่เมื่อเข้ามานั่งจริงในตำแหน่ง ห้องโดยสารด้านหน้า ถือว่ามีพื้นที่พอสมควร ขณะที่ห้องโดยสารด้านหลังก็สามารถนั่งได้จริง แต่ถ้าผู้โดยสารที่มีรูปร่างใหญ่ หรือมีส่วนสูงเกินกว่า 170 ซม. อาจจะเหมาะกับเบาะแถวหน้ามากกว่า หากต้องโดยสารในทางไกล
กับอีกหนึ่งจุดที่แอบเสียดายสำหรับเบาะที่นั่งตอนหลัง ไม่มีที่ “เท้าแขน” ตรงเบาะที่นั่งตรงกลางมาให้
โดยรวม ๆ ของอรรถประโยชน์ ฟังก์ชั่นที่มีมาให้ ในห้องโดยสารของเจ้า ซูซูกิ ฟรองซ์ นั้นถือว่าพอเพียงกับการใช้งานถือว่า “รับได้”

รถคันนี้ใช้เครื่องยนต์ K15C เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร 101 แรงม้า มาพร้อมกับเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle ที่มีแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเข้ามาช่วยเสริมการทำงานของเครื่องยนต์ ทำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในเรื่องความประหยัดและจังหวะการออกตัว
เครื่องยนต์ทำงานผสานกับอัตโนมัติ 6 สปีด มีแพดเดิลชิฟต์มาเสริม ช่วยเพิ่มอรรถรสการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น
ในช่วงทางเรียบ วิ่งกันยาว ๆ บน “ทางด่วน” เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดี เหมาะสำหรับการขับขี่ไปได้เรื่อย ๆ ช่วงล่างเนี้ยบกริบ แต่หลายคนอาจจะบอกว่า วิ่งบนทางด่วนถนนดี ยังวัดอะไรไม่ได้

ซูซูกิ พาเราเข้าไปวิ่งในเส้นทางลูกรัง ถนนขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ หากนึกไม่ออก ลองย้อนกลับไปถนนบ้านเราที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้าน/อำเภอในต่างจังหวัดสัก 20 ปีขึ้นไป
แต่สำหรับ ซูซูกิ ฟรองซ์ นั้นไปได้หายห่วง แถมคุมพวงมาลัยนั้น เบา ควบคุมได้คล่องมือ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะดีไซน์ตัวรถที่มีขนาดกะทัดรัดแล้ว รัศมีวงเลี้ยวเพียงแค่ 4.8 เมตร กับการเซตพวงมาลัยมาต้องบอกว่า ซูซูกิ ทำมาได้เกินความคาดหมาย
ส่วนช่วงล่างนั้น ก็ทำได้เนี้ยบกริบจริง ๆ เพราะจังหวะลงหลุม ลงบ่อ การซับแรงกระแทกนั้นทำได้นุ่มนวล ตรงนี้ต้องชม คนขับขับสบาย ส่วนผู้โดยสารนั่งได้สบายนุ่มนวล

ส่วนการเก็บเสียง ที่ทำมาได้ดีในทุกสภาพเส้นทาง
ส่วนตัวแล้วถือว่า ซูซูกิ ฟรองซ์ ถือเป็นรถยนต์อีกหนึ่งคันที่มาครบ เครื่องยนต์เนี้ยบ ตอบสนองดี เหมาะกับการขับไปได้เรื่อย ๆ ช่วงล่างแน่น นุ่มนวล พวงมาลัยคมไว้ใจได้
ส่วนราคาจำหน่าย Suzuki Fronx GLX PLUS ราคา 799,000 แสนบาท
เรียกว่าในส่วนของตัวรถซูซูกิ ทำมาได้ “ทรงดี” เหลือแค่ทำอย่างไร จะให้ลูกค้าได้สัมผัส และทดลองขับกับรถคันนี้ด้วยประสบการณ์ ไม่แปลกที่จะบอกว่า สำหรับรถคันนี้ยังมี “รูม” ทางการตลาด และกลุ่มลูกค้ารออยู่อีกเพียบ

