เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตาอาณาจักร 100 ไร่ ‘เดอะมอลล์โคราช’ ทายาทเจ๊เกียว เปิดใจทำไมต่อสัญญาเช่า 30 ปี
Real Estate จับตาอาณาจักร 100 ไร่ ‘เดอะมอลล์โคราช’ ทายาทเจ๊เกียว เปิดใจทำไมต่อสัญญาเช่า 30 ปี
เอกนิติ ยันทบทวน ‘บัตรสวัสดิการฯ’ มุ่งช่วยคนจนจริง ชี้ 72 สิทธิช่วยเหลือยังคงเดิม
Politics เอกนิติ ยันทบทวน ‘บัตรสวัสดิการฯ’ มุ่งช่วยคนจนจริง ชี้ 72 สิทธิช่วยเหลือยังคงเดิม
วราวุธ จ่อยกระดับอุตฯยานยนต์ xEV รับคลื่นลงทุนจีน ชูไทยฐานผลิต
Politics วราวุธ จ่อยกระดับอุตฯยานยนต์ xEV รับคลื่นลงทุนจีน ชูไทยฐานผลิต
‘จุลพันธ์’ รับหนังสือ สสทร. ค้าน “สูตรCARE” ปรับเงินบำนาญชราภาพ
Politics ‘จุลพันธ์’ รับหนังสือ สสทร. ค้าน “สูตรCARE” ปรับเงินบำนาญชราภาพ
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
สำนักงานสลากฯ เปิดช่องทางยกเลิกตัวแทนจำหน่ายหวย เลือกรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Finance สำนักงานสลากฯ เปิดช่องทางยกเลิกตัวแทนจำหน่ายหวย เลือกรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
‘สุริยะ’ รับชง ครม.ย้ายบิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ปัดล้างบางขั้ว ‘ธรรมนัส’ ชี้ยึดสุจริต-อาวุโส
Politics ‘สุริยะ’ รับชง ครม.ย้ายบิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ปัดล้างบางขั้ว ‘ธรรมนัส’ ชี้ยึดสุจริต-อาวุโส
วิกฤตน้ำมัน กระทบ ‘เส้นใยสังเคราะห์’ อุตสาหกรรมแฟชั่น
World วิกฤตน้ำมัน กระทบ ‘เส้นใยสังเคราะห์’ อุตสาหกรรมแฟชั่น
FBI ขอบคุณไทยปราบสแกมเมอร์ สานต่อความร่วมมือปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
Politics FBI ขอบคุณไทยปราบสแกมเมอร์ สานต่อความร่วมมือปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ซีไอเอ็มบี ไทย โชว์กำไรสุทธิ ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 47% รายได้เพิ่มทุกหมวด-NIM ขยับขึ้น-ค่าใช้จ่ายลด
Finance ซีไอเอ็มบี ไทย โชว์กำไรสุทธิ ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 47% รายได้เพิ่มทุกหมวด-NIM ขยับขึ้น-ค่าใช้จ่ายลด
ดูทั้งหมด

อุตฯร้องรัฐขึ้นภาษีนำเข้า EV คลังยันต้องใช้ชิ้นส่วนในประเทศ

16 พ.ค. 2569 | 10:25น.
P1-Vat

กลุ่ม 10 สมาคมอุตฯยานยนต์ย้ำรัฐต้องช่วยดูแลซัพพลายเชนในประเทศ หลังได้รับผลกระทบจากการนำเข้ารถยนต์ EV จากจีน แนะถ่างภาษีสรรพสามิตรถนำเข้ากับผลิตในประเทศให้มากขึ้น กำหนดเงื่อนไขใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หรือ Local Content ด้านรมว.พลังงาน หนุนปรับตัวจากสันดาปสู่ EV คลังย้ำหารือเอกชนตลอด

นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวถึงกรณีตัวแทนทั้ง 10 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยื่นหนังสือข้อเสนอถึงรัฐบาล ผลักดันแนวทางดูแลอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบว่า ประเด็นสำคัญที่สุดคือ การขอให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ ให้เอื้อต่อผู้ผลิตที่ลงทุนจริงในประเทศไทย

ปัจจุบันรถยนต์ EV ที่ผลิตในประเทศไทยเสียภาษีสรรพสามิต 2% ขณะที่รถนำเข้าเสียภาษี 10% หรือมีส่วนต่างเพียง 8% ซึ่งภาคเอกชนมองว่ายังไม่เพียงพอที่จะจูงใจให้ผู้ผลิตต่างชาติเลือกตั้งฐานการผลิตในไทย เพราะแม้เสียภาษีสูงกว่าแต่ต้นทุนรถนำเข้าจากจีนยังแข่งขันได้มากกว่า

ชงรัฐรื้อภาษีสรรพสามิตรถ

“เป้าหมายสำคัญของข้อเสนอ คือการรักษาฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนในประเทศไทย เพราะหลังมาตรการ EV 3.5 สิ้นสุดลงในปี 2570 หากไม่มีมาตรการรองรับใหม่ไทยอาจเผชิญภาวะหน้าผาอุตสาหกรรม ผู้ผลิตจำนวนมากอาจยุติการผลิตในไทยและกลับไปนำเข้ารถทั้งคันแทน”

นายสุโรจน์กล่าวอีกว่า รัฐบาลควรปรับระบบภาษีสรรพสามิตใหม่ ด้วยการขยายส่วนต่างให้มากกว่านี้ ให้เชื่อมโยงกับระดับการลงทุนและการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) มากขึ้น โดยผู้ประกอบการที่ลงทุนจริงในไทย ทั้งโรงงานผลิต ศูนย์วิจัย และพัฒนา (R&D) สถานีชาร์จ ระบบจัดการซากแบตเตอรี่ หรือโครงสร้างพื้นฐานด้าน EV ควรได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพิ่มเติม รวมถึงสิทธินำเข้ารถในอัตราภาษีเดิมผ่านระบบโควตา แนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตต่างชาติเข้ามาลงทุนระยะยาว แทนการใช้ไทยเป็นเพียงตลาดจำหน่ายรถนำเข้า

FTA ค้ำคอ-รัฐต้องสร้างสมดุล

นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยกล่าวอีกว่า ภาคอุตสาหกรรมยอมรับว่าไทยไม่สามารถใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้ารถจากจีนได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (FTA) ที่กำหนดภาษีนำเข้าเป็นศูนย์ แต่รัฐบาลสามารถใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเป็นเครื่องมือสร้างสมดุลการแข่งขันได้ ปัจจุบันต้นทุนการผลิตรถยนต์ของจีนต่ำกว่าไทยอย่างมาก โดยจีนผลิตรถยนต์มากกว่า 32 ล้านคันต่อปี ขณะที่ไทยผลิตเพียงประมาณ 1.45 ล้านคันต่อปี ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่างกัน

นอกจากนี้ ผู้ผลิตจีนยังมีอำนาจต่อรองวัตถุดิบสูงกว่าไทย แม้จะใช้วัตถุดิบประเภทเดียวกัน เช่น อะลูมิเนียม แร่หายาก หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แต่การสั่งซื้อในปริมาณมหาศาลทำให้จีนได้ต้นทุนต่ำกว่าอย่างชัดเจน ภาคเอกชนจึงเสนอให้รัฐบาลเข้ามามีบทบาทเป็นตัวกลางเจรจาแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อบริหารจัดการโควตาวัตถุดิบสำคัญในราคาที่แข่งขันได้ และกระจายให้
ผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นธรรม

ภาคเอกชนยืนยันว่าไม่ได้ต้องการให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการ EV เดิม หรือเปลี่ยนเงื่อนไขย้อนหลังเพราะจะกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ แต่ต้องการให้มาตรการใหม่หลังปี 2570 โดยตัดเรื่องของการอุดหนุนด้วยเงินเป็นการสร้างแรงจูงใจด้านการลงทุนมากกว่า และจำเป็นที่ต้องเพิ่มเงื่อนไขที่รัดกุมมากขึ้น รวมถึงให้คงเงื่อนไขการผลิตชดเชยไว้ด้วย

จี้รัฐปกป้องซัพพลายเชน

ผู้ประกอบการยังเป็นห่วงผู้ผลิตชิ้นส่วนรายเล็กหรือ SMEs ซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของอุตสาหกรรม เนื่องจากยังขาดความพร้อมด้านเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และซอฟต์แวร์ จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งสนับสนุนการอัพสกิลแรงงาน และเปิดโอกาสให้ SMEs เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่มากขึ้น ไทยมีศักยภาพรักษาสถานะฐานการผลิตสำคัญของอาเซียนได้ หากภาครัฐเร่งกำหนดนโยบายที่ชัดเจนและสร้างสมดุล ระหว่างการเปิดรับการลงทุนต่างชาติกับการปกป้องซัพพลายเชนในประเทศ

เผย 8 ข้อเสนอแก้ปัญหา

สำหรับข้อเสนอไปยังรัฐบาล 8 ข้อ ประกอบด้วย 1.ปฏิรูปภาษีสรรพสามิต EV สร้างส่วนต่างภาษีระหว่างรถยนต์นำเข้า (CBU) กับรถที่ผลิตในไทยให้ชัดเจนและมากพอ เพื่อจูงใจการลงทุนผลิตในประเทศ 2.ปรับเกณฑ์ Local Content ให้เข้มข้นขึ้น รวมถึงเพิ่มการใช้วัตถุดิบไทย (Thai Material Content) 3.บังคับใช้ชิ้นส่วนร่วมจากผู้ผลิตไทย ด้วยการกำหนดให้ค่ายรถ EV ต้องซื้อชิ้นส่วนร่วมที่ไทยผลิตได้ เช่น แชสซี และตัวถัง

4.ปรับเงื่อนไขบีโอไอคุ้มครองผู้ประกอบการไทย หากเป็นโครงการใหม่ควรเป็นการร่วมทุน (JV) ที่คนไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% 5.แก้ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบ โดยเสนอให้รัฐบาลเจรจาแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อบริหารโควตาและราคาวัตถุดิบต้นน้ำให้แข่งขันได้ 6.ยกระดับการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า ด้วยการเพิ่มความเข้มงวดการออก Certificate of Origin (CO) รวมถึงตรวจสอบย้อนกลับถึง Supplier ระดับ Tier 3 เพื่อป้องกันการสวมสิทธิสินค้า

7.ผลักดันการถ่ายทอดเทคโนโลยีจริงจัง เพื่อให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยเข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรม EV และ 8.ส่งเสริมการทดสอบในประเทศและมาตรฐาน ADAS ด้วยการบังคับให้รถ EV ต้องทดสอบและปรับจูนให้เหมาะกับสภาพการใช้งานในไทย

เอกนัฏชี้สันดาปต้องปรับตัว

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวว่า นโยบายภาษีสรรพสามิตในอนาคตอาจไม่ได้พิจารณาเฉพาะผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่จะคำนึงถึงการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) มากขึ้น เพื่อกระตุ้นการลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย

กระทรวงพลังงานจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ แม้มีต้นทุนสูงกว่าน้ำมันฟอสซิล พร้อมเปิดทางให้อุตสาหกรรมรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) เร่งปรับตัวแข่งขันกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยชี้ว่าไทยยังมีศักยภาพเป็นฐานการผลิตยานยนต์สำคัญของโลกได้อีกอย่างน้อย 10 ปี

บีโอไอยันไทยฐานผลิต EV

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บีโอไอยินดีรับฟังทุกข้อเสนอ และจะนำเข้าสู่การพิจารณาในบอร์ดบีโอไอ บีโอไอทราบดีว่าขณะนี้อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค ACES ได้แก่ Autonomous, Connected, Electric และ Shared Mobility ทำให้ซอฟต์แวร์ อิเล็กทรอนิกส์ ระบบแบตเตอรี่ และ ADAS กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน

ดังนั้นไทยมีโอกาสต่อยอดจากฐานอุตสาหกรรมเดิมสู่การเป็นศูนย์กลาง Smart and Green Mobility ของภูมิภาค ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ยังมีศักยภาพที่พร้อมดึงดูดผู้ผลิต EV และชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงจากทั่วโลกเข้ามาลงทุนและส่งออก ตั้งแต่ปี 2560 ถึงมีนาคม 2569 มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม EV รวมกว่า 182,000 ล้านบาท ครอบคลุมการผลิตรถ EV แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ และสถานีชาร์จ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อไทย

คลังยันศึกษาภาษีรถใหม่อยู่

แหล่งข่าวผู้บริหารของกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า 
แนวคิดเรื่องปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ให้มีเรื่อง Local Content นั้น เป็นเรื่องที่ทางกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลังศึกษาอยู่ในไปป์ไลน์ เป็นเรื่องที่มีการหารือร่วมกันกับภาคเอกชนมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว

“เรื่องนี้ศึกษาอยู่แล้ว แต่ต้องอย่าลืมว่ามีทั้งคนที่ได้เปรียบ เสียเปรียบ แล้วต้องดูความพร้อมด้วย อย่างไรก็ดีโครงสร้างภาษีรถยนต์เพิ่งปรับมาเมื่อปลายปี 2568 คงไม่ใช่จะปรับกันบ่อย ๆ
โดยต้องบอกว่า ถ้าจบมาตรการอีวี 3.5 จะเป็นรากฐานของการผลิตรถอีวีในประเทศ ซึ่งก็ส่งสัญญาณกันมานานแล้วว่าจะลดบทบาทรถนำเข้าลงมาเพิ่มการผลิตในประเทศ”

แหล่งข่าวกล่าวว่าทิศทางของประเทศตอนนี้ต้องทรานส์ฟอร์มไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยต้องไม่ลืมว่ารัฐมีเงื่อนไขว่า ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการส่งเสริมอีวีนั้น จะถูกบังคับด้วยเงื่อนไขว่าต่อไปจะต้องมีการผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทย ส่วนที่เอกชนจะยื่นข้อเรียกร้อง ต้องดูนโยบายรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไร

แบงก์ชี้ต้องอุ้มรถสันดาป

แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า รัฐบาลควรดูแลให้อุตสาหกรรมรถยนต์ที่เป็นรถสันดาปยังไปต่อได้ ไม่อย่างนั้นจะกระทบกับการจ้างงานทั้งประเทศ 
โดยช่วงนี้ต้องบอกว่าธุรกิจเอกชนรัดเข็มขัดกันมากขึ้น เพราะเผชิญปัญหาหลายด้าน ซึ่งคนที่ไม่แข็งแรงก็มีโอกาสปิดตัวไปได้ก่อน ส่วนคนที่ยังพอไปได้ ธุรกิจยังพอลงทุนได้ รัฐบาลควรต้องช่วย โดยอาจจะให้รัฐวิสาหกิจเป็นตัวนำ เพื่อให้ยังมีการลงทุน ระบบหมุนเวียนต่อไปได้

“เอสเอ็มอี ถ้ารายใหญ่หน่อยก็ยังไปต่อได้ อย่างอุตสาหกรรมรถยนต์ หากปล่อยให้รถสันดาปตายก็จะตายกันหมดทั้งประเทศ แต่ถ้ารถสันดาปยังไปต่อได้ก็จะยังมีการจ้างงาน ต้องมองเป็น Policy จะแก้ปัญหาด้วยการแจกเงินอย่างเดียวคงไม่พอ เซ็กเมนต์ที่ไปต่อได้ก็ต้องสนับสนุนให้เขาไป ไม่อย่างนั้นถ้าล้มมาก็ตายกันหมด”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาษีนำเข้า รถ EV