17-1pok
คอลัมน์ : เทสต์ คาร์
ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
OMODA C5 EV รถยนต์ไฟฟ้า 100% จากค่ายโอโมด้า แอนด์ เจคู (OMODA & JAECOO) ได้อัพเกรดเพิ่มความสดใหม่ให้กับโปรดักต์ สำหรับเวอร์ชั่นโมเดลเยียร์ 2026
ทีมงาน OMODA เชิญชวนให้นำรถ OMODA C5 EV มาทดสอบ เพื่อสัมผัสประสบการณ์และความเปลี่ยนแปลงของรถคันนี้
OMODA C5 EV เวอร์ชั่น 2026 ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดไปพอสมควร ด้วยการออกแบบรถคันนี้มาพร้อมกับดีไซน์ ROBO SHARK Design ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก “ฉลาม” ความรู้สึกส่วนตัวมองดูคล้ายกับว่ารถคันนี้พร้อมจะพุ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา ราวกับนักล่าที่ดุดัน
โดยรวม ๆ ของการปรับเปลี่ยน ภายนอกนั้นถือว่าค่อนข้างลงตัว ดีไซน์ด้านหน้ามาพร้อม X-Shaped Front Grille และสะดุดตาอย่างยิ่งกับในส่วนของชุดไฟหน้าใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่ ดีไซน์ลักษณะคล้ายเส้นสายฟ้า 2 เส้น
ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดอีกจุด OMODA C5 เวอร์ชั่นนี้มีการขยับตำแหน่งของที่ชาร์จแบต ใหม่ จากเดิมอยู่บริเวณตรงกลางของกระจังหน้า โดยเปลี่ยนตำแหน่งจุดชาร์จไฟมาไว้ที่บริเวณกระจังหน้าฝั่งซ้าย เลื่อนตำแหน่งออกมาระหว่างกึ่งกลางกระจังหน้าและไฟหน้านั่นเอง เพื่อความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น และดูลงตัว
ส่วนที่ด้านท้ายมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดรับกับดีไซน์ด้านหน้า มีการเปลี่ยนในส่วนของไฟท้ายใหม่ เป็นเส้นสายฟ้า ที่ไฟเบรกแบบแอลอีดี ซึ่งต้องบอกว่าทำเอาหลายคนต้อง “สะดุดตา” เพราะเจ้าเส้นสายฟ้าที่พาดผ่านนั้นดูยุ่งเหยิงชวนมองไม่น้อย

นอกจากนี้ ในส่วนของมิติด้านข้างของตัวรถมีการยืดความยาวออกไปเป็น 4,545 มลล. และ OMODA C5 EV ปรับการออกแบบในส่วนของแบตเตอรี่ใต้ท้องรถใหม่ ยกเก็บให้สูงขึ้นไป 17 มลล.
ดังนั้น ลบภาพของแบตเตอรี่ห้อยย้อย ๆ ใต้ท้องรถออกไปได้เลย ดูเนียนตาขึ้นเยอะ
เข้ามาภายในห้องโดยสาร OMODA ยึดหลักการออกแบบที่ให้คนขับเป็นศูนย์กลาง และมีการจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้เพื่อให้รถใช้งานได้ง่ายและสะดวก หน้าจอกลางขนาด 15.8 นิ้ว ให้ภาพที่คมชัด และสามารถตอบสนองการสั่งงานได้อย่างรวดเร็ว โดยจอกลางนี้เป็นศูนย์รวมของระบบควบคุมต่าง ๆ ทั้งการเซตอัพตัวรถ โหมดการขับ ปรับพวงมาลัย ปรับกระจกข้าง ฯลฯ และยังเป็นจอรวมความบันเทิงไว้ด้วยเช่นเดียวกัน

ในรถคันนี้มีส่วนของกล้องแสดงภาพแบบ 540 องศา ซึ่งถือเป็นฟังก์ชั่นความปลอดภัยที่ดี และช่วยเราได้เยอะในเวลาที่เข้าจอด-ถอยออกในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีขีดจำกัด ทำให้มั่นใจขึ้นเยอะ
ภายในห้องโดยสารในส่วนของตอนหน้านั้นถือว่าเงียบ เพราะ OMODA ใช้กระจกหน้าต่างคู่หน้า แบบลดเสียงรบกวนจากภายนอก
เบาะนั่งออกแบบมาทรงสปอร์ต “เพิ่ม” ฟังก์ชั่นนวดผ่อนคลายมาให้สำหรับผู้ขับ แต่ในส่วนของเบาะนั่งเอาเข้าจริงถือว่านั่งไม่สบายเท่าที่ควร

ในส่วนของขุมกำลัง OMODA C5 EV มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 50.6 kWh สามารถรองรับการชาร์จไฟแบบเร็ว หรือ DC ถึง 110 kWh โดยรถให้กำลังที่ 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 288 นิวตันเมตร เคลมระยะทางไว้ที่ 422 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟฟ้าเต็มหนึ่งครั้ง
จังหวะวิ่งในเมืองถือว่า OMODA C5 ให้ความคล่องตัว “ใช้ได้” แม้สภาพการจราจรจะจอแจ ได้ระบบเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะเข้ามาช่วยในเรื่องระบบความปลอดภัยต่าง ๆ กับระบบ ADAS ที่ใส่เข้ามาถึง 19 ระบบ ช่วยได้เยอะ

ฟีลลิ่ง OMODA C5 ถือเป็นรถยนต์ที่คุมได้ง่าย ให้การตอบสนองดี
แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบแรงหน่วง แรงดึง เวลาเราถอนเท้าออกจากคันแรงแล้วรถเจนฯ ไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ สัมผัสได้ถึงความดิบ ความกระด้าง ของช่วงล่าง
แนะนำว่าให้ปรับไปใช้โหมด Normal แทน โหมด ECO ช่วยได้เยอะในเรื่องของเร่งหน่วงตรงนี้
แต่ถ้าใครชอบความดุดัน ช่วงล่างแน่น ๆ อาจจะชอบ หรือหากยังไม่พอให้ปรับไปที่โหมด Sport ช่วยเติมความดุดันขึ้นมาอีกระดับ
ถึงตรงนี้ยังยืนยันว่า OMODA C5 เหมาะที่จะเป็นรถขับใช้งานในเมือง ขับสนุก
แต่ถามว่าถ้าออกนอกเมืองก็ไม่ได้ติดขัด เพียงแต่ผู้ขับหรือผู้โดยสารที่ไม่ถูกจริตกับช่วงล่างแน่น ๆ การเจนฯ ไฟหนัก ๆ อาจจะไม่ถูกใจกับสิ่งนี้ ไม่น่าจะถูกใจสายนุ่มนวล
แต่สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าสักคันไว้ใช้งาน ไม่ติดกับสองข้อด้านต้น ถือว่า OMODA C5 คันนี้มีครบ และน่าจะตอบโจทย์ แมตช์กับผู้ที่เป็นเนื้อคู่ตัวจริง
ด้วยราคาค่าตัวที่ทาง OMODA C5 ทำราคาพิเศษ 649,000 บาท ถึง 30 มิ.ย. 2569