มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ : กับเส้นทาง 4 ปี เปลี่ยนพรรค-ย้ายขั้ว ท้ายสุดไปจบที่พลังประชารัฐ

 

จากเศรษฐกิจใหม่ สู่พลังประชารัฐ

Thai News Pix
จากเศรษฐกิจใหม่ สู่พลังประชารัฐ

จาก #ลุงมิ่งโป๊ะแตก สู่การยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่ ไปเปิดพรรคโอกาสไทย ที่ยังไม่ได้ขับเคลื่อนอะไร มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ได้ย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เขาเคยวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดในสภา

วันนี้ (6 ธ.ค.) มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ลาออกไปเปิดพรรคโอกาสไทย เตรียมไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ โดยพรรค พปชร. จะจัดการแถลงข่าวการเข้าร่วมพรรคของนายมิ่งขวัญ เวลา 15.30

นายดำรงค์ พิเดช พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ที่เพิ่งประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น “โอกาสไทย” เมื่อไม่นานมานี้ โดยมีนายมิ่งขวัญ เป็นหัวหน้าพรรค ยืนยันว่า นายมิ่งขวัญได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคแล้ว เพื่อไปร่วมงานกับ พปชร. แล้ว

สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อพรรคเป็นโอกาสไทย เพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งแบบ “บัตรสองใบ” และคาดว่า จะใช้สูตรคำนวณบัญชีรายชื่อแบบหาร 500 แต่เมื่อเปลี่ยนกลับไปใช้ 100 หาร นายดำรงค์ มองว่า พรรคเล็กน่าจะสู้ไม่ไหว เป็นปัจจัยให้นายมิ่งขวัญ “หันไปซบพรรคใหญ่”

บีบีซีไทย ชวนย้อน 4 ปี กับ 3 พรรคของนายมิ่งขวัญ นักการตลาด และนักอภิปรายในสภา

พลังประชาชนถึงเพื่อไทย และเศรษฐกิจใหม่

นายมิ่งขวัญเคยอยู่ในสังกัดพรรคพลังประชาชน (พปช.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) ก่อนเว้นวรรคการเมืองไปราว 6 ปี (นับจากปี 2556) แล้วกลับมาเล่นการเมืองอีกครั้งในนามหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.)

สำหรับพรรคเศรษฐกิจใหม่ ยื่นจดจัดตั้งพรรค 3 พ.ย. 2561 ก่อนได้รับรองให้เป็นพรรคการเมืองเมื่อ 6 พ.ย. 2561 โดยผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเป็นนักเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย รุ่น 133 เตรียมอุดมศึกษารุ่น 46 และนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่น 2529

Advertisement

พรรครณรงค์หาเสียงเลือกตั้งด้วยคำขวัญหลัก “ได้เวลาของคนไทยทั้งประเทศก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่” และเสนอชื่อนายมิ่งขวัญเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพียงหนึ่งเดียวของ ศม. เพื่อแข่งขันกับแคนดิเดตอีก 68 คน ที่มาจากพรรคการเมืองอื่นรวม 44 พรรค ในการเลือกตั้งปี 2562

พรรคส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. รวม 412 คน แบ่งเป็น แบบแบ่งเขต 331 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 81 คน โดยนายมิ่งขวัญ ได้รับเลือกเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อในนามพรรคเศรษฐกิจใหม่ โดยสามารถนำ ส.ส. เข้าสภาได้รวม 6 คน ซึ่งต่อมา ส.ส. 5 คนของพรรค ย้ายจุดยืนไปสนับสนุนรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แทน

#ลุงมิ่งโป๊ะแตก

ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองวิเคราะห์ว่า คะแนนเสียง 4.8 แสนเสียงที่ ศม. ได้ส่วนหนึ่งมาจากกระแสคนรุ่นใหม่ ขณะที่อีกส่วนมาจากความเบื่อหน่ายและต้องการออกจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำในปัจจุบัน ซึ่งนายมิ่งขวัญ อดีตหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคพลังประชาชน (2550) จับสัญญาณได้และแปรออกมาเป็นนโยบาย ทำให้พรรคที่ก่อร่างสร้างตัวมาเพียงปีเดียว สามารถหิ้วว่าที่ ส.ส. เข้าสภาฯ ได้ถึง 6 คน

ต่อมาไม่นาน นายมิ่งขวัญได้มีแฮชแท็กเป็นของตัวเองคือ #ลุงมิ่งโป๊ะแตก และ #มิ่งขวัญ ขึ้นเป็นเทรนด์ยอดฮิตของทวิตเตอร์ไทย หลังสื่อมวลชนอย่างน้อย 2 สำนัก รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่านายมิ่งขวัญจะนำ ศม. พลิกไปร่วมงานกับ พปชร. แทน เนื่องจาก “ลุงมิ่ง” มีสัมพันธ์อันดียิ่งกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่เวลานั้นเป็นบุคคลที่แกนนำ พปชร. เรียก “อาจารย์” ทุกคน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงไปทั่ว

พรรคพันธมิตรอย่างพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ชิง “ล็อกเสียง” ศม. เอาไว้ก่อนหน้านี้ จึงออกมาดักคอว่า “เชื่อมั่นในคำพูดลูกผู้ชายของหัวหน้า #มิ่งขวัญ มากกว่าหัวหน้าบางพรรค” และ “ประวัติศาสตร์ไทยไม่เคยยอมรับนักการเมืองที่ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ”

ร้อนถึงเจ้าตัวต้องร่อนแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 13 เม.ย. ปฏิเสธว่า “ไม่เคยเจรจาทางการเมืองกับ พปชร.”

มิ่งขวัญ กับโอกาสไทย

วันที่ 17 ก.พ. 2565 นายมิ่งขวัญ ได้ประกาศลาออกจากการเป็น ส.ส. กลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่ตนได้อภิปรายการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหม มุ่งเน้นไปที่การบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลว พร้อมถามคนไทยทั้งประเทศว่าการบริหารประเทศของ พล.อ. ประยุทธ์ ที่กำลังจะครบ 8 ปี คนไทยมีความสุขหรือความทุกข์

“2 ปีเศษผมไม่มีความสุขกับการทำงาน”  นี่คือเหตุผลการลาออกของนายมิ่งขวัญ ที่กล่าวเสียงสั่น

“พล.อ.ประยุทธ์ และหรือลูกน้องท่าน ไปทำอะไร เขาถึงเปลี่ยนจุดยืน แล้วต้านกระแสสังคมอย่างนั้น และสิ่งสุดท้ายที่จะฝากไปยังประชาชนไทยทุกท่าน ผมจะยังคงดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ผมจะใช้องค์ความรู้ ความสามารถที่มีทำงานให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน”

“สิ่งที่สำคัญที่สุดจะออกไปพิสูจน์ว่าแม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาลความเหลื่อมล้ำจะถูกแก้ไขได้ไหม แล้วผมจะไปเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย เราได้เจอกันแน่นอน”

ต่อมา วันที่ 8 มิ.ย. 2565 นายมิ่งขวัญ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ และ อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรค ได้ตั้งพรรคการเมืองใหม่ในชื่อ “โอกาสไทย”

นายมิ่งขวัญแถลงว่าได้ยื่นใบลาออกจากการเป็น ส.ส. ตั้งแต่ 17 ก.พ. และยืนยันจะยังคงดำเนินการทางการเมืองเพื่อเตรียมการเลือกตั้งครั้งต่อไป และวันนี้เป็นการประกาศเจตนารมณ์ว่ายังมุ่งหน้าแน่วแน่แก้ปัญหาเศรษฐกิจทั้งระดับมหภาค คือ การหารายได้เข้าประเทศ การส่งออก และเศรษฐกิจขนาดเล็ก

เขายืนยันว่าหากมีอำนาจรัฐในมือ จะดูแลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อคนไทยทั้งประเทศให้ได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตโดยเท่าเทียมกัน จึงตั้งพรรคโอกาสไทย เพื่อโอกาสของคนไทยทุกคน โดยจะเป็นหัวหน้าพรรคและพร้อมเป็นนายกฯ

นายมิ่งขวัญกล่าวว่าจะใช้พื้นโลโก้สีชมพู เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ในรุ่นที่แตกต่าง ที่หลอมรวมแล้วเป็นคนไทย 60 กว่าล้านคนไม่ว่ารุ่นไหน ตัวหนังสือสีเขียวหมายถึง ความสดใหม่ และสื่อถึงความเขียวของพืชหรือเกษตรกร

………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว