Skip to content

‘ชาญกิจ’ หวังปั้น กองทุนหมู่บ้านฯ สตาร์ทอัพระดับรากหญ้าใหญ่ที่สุดในโลก

08 ก.พ. 2569 | 14:34น.
‘ชาญกิจ’ หวังปั้น กองทุนหมู่บ้านฯ สตาร์ทอัพระดับรากหญ้าใหญ่ที่สุดในโลก

เปิดแผนยุทธศาสตร์พลิกโฉม สทบ. ปี 2569–2572 สู่ “สถาบันการเงินชุมชน” เต็มรูปแบบ มุ่งเป้า Data-Driven Organization สางหนี้เสีย-ปิดช่องโหว่ทุจริตด้วย AI และ Big Data

นายชาญกิจ ไตรรัตนานนท์ ผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) คนใหม่ ให้สัมภาษณ์เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ โรดแมปการบริหารงาน และชาเลนท์ใหม่ๆ ในระยะ 4 ปีข้างหน้า โดยย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กร (Organizational Transformation) เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองกว่า 7 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมและก้าวสู่การเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ได้วิเคราะห์โจทย์ใหญ่ จากความเปราะบางสู่ความมั่นคง ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า

จากการประเมินสถานการณ์ที่ผ่านมา แม้กองทุนหมู่บ้านจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงเงินทุน แต่ยังเผชิญความท้าทายสำคัญ 4 ประการ คือ

1) ปัญหาการบริหารจัดการกองทุนและการฟื้นฟูกองทุน 2) ระบบการตรวจสอบความโปร่งใส 3) การขาดทักษะด้านดิจิทัลและผู้นำรุ่นใหม่ที่จะมารับไม้ต่อ 4) ปัญหาการเบิกจ่ายและอนุมัติโครงการที่ยังค้างอยู่ เช่น โครงการ SML จึงนำเสนอวิสัยทัศน์ ยกระดับกองทุนหมู่บ้านสู่สถาบันการเงินชุมชนที่โปร่งใส เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ หลังเข้ารับตำแหน่ง โดยมีแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ผ่าน 4 เสาหลักยุทธศาสตร์ แบบทำทันที ได้แก่ 

1. พัฒนากองทุนฯ ซึ่งปัจจุบันมีขนาดใหญ่หลายแสนล้านบาทให้เป็นสถาบันการเงินของชุมชน และ กองทุนสตาร์ทอัพรากหญ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผ่านการเปลี่ยนแปลงโดยเน้น Digital Transformation ติดปีกเทคโนโลยี หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยน สทบ. ให้เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โดยจะเร่งวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุนเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในยุคดิจิตอล

2. Village Fund Business School (VBS) ปั้นผู้ประกอบการชุมชน 4.0 ยกระดับจากกองทุนเงินกู้สู่ “หน่วยสนับสนุนธุรกิจชุมชน” (Business Support Unit) ผ่านโครงการโรงเรียนธุรกิจชุมชน เพื่อติดอาวุธทักษะที่จำเป็นในยุคใหม่ อาทิ การตลาดดิจิทัล (Digital Marketing), การบริหารจัดการ Supply Chain และการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน

3. Synergy เชื่อมโยงพันธมิตร สทบ. จะทำหน้าที่เป็น “ตัวเชื่อม” (Connector) ระหว่างชุมชน ภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น ด้านการตลาด ด้านวิจัยพัฒนา เป็นต้น

4. Next Gen Leadership แก้โจทย์สังคมสูงวัยในชุมชนสร้าง Ecosystem เพื่อดึงคนรุ่นใหม่กลับสู่ถิ่นฐานผ่านการตั้งกองทุนและโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนคนรุ่นใหม่สู่การเป็นสมาชิก การเป็นกรรมการบริหารกองทุน รวมถึงการเป็นเจ้าหน้าที่ของ สทบ. เองเพื่อถ่ายโอนความรู้จากรุ่นสู่รุ่น (Mentor-Mentee) และสร้างโมเดลหมู่บ้านต้นแบบ Next Gen Pilot Villages ค้นหาและสร้าง “สตาร์ทอัพ” หรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในทุกอำเภอ เป็นต้น

ทั้งนี้เป้าหมายสูงสุดของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติในยุคนี้  คือ ลดความเหลื่อมล้ำผ่านการพึ่งพาตนเองโดย  ยุทธศาสตร์ 4 ปีนี้ ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงระบบ แต่คือการสร้างคน สร้างสถาบันที่ประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ที่มีความโปร่งใสในระดับสากล และมีขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านเป็นรากฐานที่มั่นคงของระบบเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน” นายชาญกิจ กล่าวย้ำ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทุนหมู่บ้าน