วัชรา ลี้โกมลชัย
ท่ามกลางวิกฤตคนไทยบริโภคข้าวน้อยลง แบรนด์สีสด (SISOD) บุกกระแสคนรักสุขภาพ ดัน “น้ำนมข้าว” (SISOD RICE MILK) บุกตลาดคนรุ่นใหม่ พร้อมเตรียมลุยตลาดโกลบอล
ล่าสุด วัชรา ลี้โกมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CLP Group นำแบรนด์ “สีสด” ภายใต้ CLP Group จัดงานใหญ่เปิดตัว “น้ำนมข้าวสีสด” เครื่องดื่มน้ำนมข้าวผสมโปรตีนจากถั่วลันเตาอย่างเป็นทางการ
วัชราได้บอกเล่าที่มาของแบรนด์ว่า เดิมที CLP Group เริ่มจากการทำชิ้นส่วนยานยนต์อยู่ในอุตสาหกรรมนี้มากกว่า 50 ปีแล้ว เป็นธุรกิจหลักของครอบครัว แต่เมื่อ 20 ปีที่แล้วคุณพ่อเริ่มเห็นเทรนด์รถที่จะเปลี่ยนแปลงไป จะมีรถไฟฟ้าเข้ามา จึงมีความคิดว่าจะทำอย่างไร ให้กลุ่มธุรกิจเรายังเติบโตได้และแข็งแรงขึ้น จึงมีความสนใจเป็นพิเศษในเรื่องของการเกษตร เราเห็นทิศทางเครื่องจักรกลการเกษตรที่ญี่ปุ่น คุณพ่อจึงเริ่มคิดว่านวัตกรรมเหล่านี้ที่น่าสนใจยังไม่ค่อยมีในประเทศเราเมื่อ 20 ปีที่แล้ว
จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการกระโดดลงมาสู่ตลาดอุตสาหกกรรมการเกษตร เมื่อลงมาเป็นผู้เล่นแล้ว CLP Group มองเห็นปัญหาของเกษตรกรไทยโดยเฉพาะผู้ปลูกข้าว เมื่ออยากสร้างความยั่งยืนให้ตลาด บวกกับการผลักดันเกษตรกร จึงเป็นที่มาของการเปิดตัวแบรนด์สีสด เพื่อเพิ่มตลาดให้เกษตรกรมีพื้นที่ ด้วยความตั้งมั่นที่จะ “สร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่าให้กับกลุ่มเกษตรกร”
“เรามองเห็นปัญหาว่ากลุ่มผู้ปลูกข้าว เมื่อเก็บเกี่ยวมาแล้วต้องรีบขาย เพราะข้าวเปียกเก็บได้ไม่นานก็จะเน่าเสีย เราช่วยเหลือนวัตกรรมกับเกษตรกร เพิ่มกำลังการสีข้าว ให้เขาสามารถขายข้าวแห้งได้ เมื่อเขาเกิดความกังวลเกี่ยวกับตลาดที่จะมารองรับ เราจึงเปิดแบรนด์สีสดให้ เพื่อเป็นตลาดที่ยั่งยืน เพิ่มพื้นที่ให้กับเขา ให้เขามั่นใจว่าจะมีตลาด เราตั้งโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้สามารถเพิ่มมูลค่า ขายข้าวได้ราคา 180 บาทขึ้นไป”
“แบรนด์สีสด ตรงตามตัวคือข้าวสีสดใหม่ ข้าวเป็นผลิตภัณฑ์แรกของเรา วางขายที่กูร์เมต์มาร์เก็ต 4 ปีมาแล้ว แบรนด์ข้าวสีสด คือข้าวที่ให้ผู้ซื้อสามารถเลือกชนิดข้าวได้เอง เลือกระดับการสีได้ว่าอยากได้ขัดขาวแค่ไหน กลายเป็นข้าวสีสดใหม่ที่ขายได้มูลค่ามากขึ้น”
ผ่านมาเป็นเวลาหลายปี แบรนด์สีสดได้มองเห็นปัญหาว่าที่ผ่านมามูลค่าของข้าวไม่ได้มีมากนัก เพราะผู้บริโภคไม่ได้มีความเข้าใจในเรื่องนี้ เมื่อเพิ่มความเข้าใจให้ผู้บริโภค ข้าวก็มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
“3-4 ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่ามีหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมกันสร้างพยายามให้เกิดคอมมิวนิตี้ขึ้นเหมือนกับเรื่องของกาแฟ เพื่อให้คนมีความเข้าใจเรื่องข้าวมากขึ้น เรามองว่าเป็นสิ่งที่ดีและจะพยายามผลักดันเรื่องเหล่านี้ต่อไป เพื่อให้ข้าวเป็นสิ่งที่สามารถยืนได้เหมือนกาแฟ และเราคิดเสมอว่า จากการปลูกจนไปถึงการทำแบรนด์จะสร้างเส้นทางช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรได้อย่างไรบ้าง ให้เขามีพื้นที่มีตลาดของตัวเอง เราคิดว่าเราจะทำให้เกษตรกรได้รับผลประโยชน์ที่เหมาะสม มีตลาดของตัวเองได้อย่างไร เราจึงนึกถึงเรื่องของอาหาร เพราะจริง ๆ ถ้าดูเทรนด์แล้วคนรุ่นใหม่รับประทานข้าวน้อยลง อาจจะมากถึง 50% จากเฉลี่ย 5 กิโลกรัมต่อคนต่อปี เหลือเพียง 2.5-3 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ด้วยไลฟ์สไตล์รักสุขภาพที่เพิ่มขึ้น เราจึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนยังบริโภคข้าวได้อยู่แต่อยู่ในรูปแบบที่กินง่ายขึ้น จึงเริ่มศึกษาตลาดของน้ำนมข้าวซึ่งพบว่ามีการเติบโตขึ้นตลอดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา”
เดิมที Alternative Milk เป็นนมทางเลือกให้แก่ผู้แพ้นมจากสัตว์ แต่ขณะนี้ Alternative Milk กลายเป็นอีกทางเลือกให้กับกลุ่มคนรักสุขภาพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ปัจจุบันตลาดดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึง 20,000 ล้านบาท และยังคงเติบโตแบบก้าวกระโดด

วัชราเปิดเผยว่า ที่เลือก “NCT DREAM” เป็นพรีเซ็นเตอร์เพราะเราต้องการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ อยากให้แบรนด์มุ่งสู่โกลบอล อยากให้เป็นโกลบอลโปรดักต์ ซึ่ง NCT DREAM เป็นโกลบอลสตาร์ มีภาพลักษณ์ที่สดใส น่ารัก มีเอเนอร์จี้ มีมิติไม่น่าเบื่อ
“เป้าของน้ำนมข้าวสีสดปีนี้คือ 200 ล้านบาท นอกจากนี้ในช่วงปลายปีเราเตรียมมุ่งสู่โกลบอลด้วยการเริ่มบุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในแถบเอเชีย เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ เพราะสองตลาดนี้ให้ความสำคัญในเรื่องข้าวเช่นเดียวกับคนไทย”