ปู่สุเมธ – ดัง ณัฎฐ์ฐชัย ปรุงเมนูทรงโปรดจาก “น้ำมันเมล็ดคามีเลีย”
ผู้เขียน : ธีรดา ศิริมงคล
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและที่ปรึกษาพิเศษอาวุโสมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในงานแถลงข่าวเตรียมจัดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์ มหัศจรรย์น้ำมันแห่งสุขภาพ ประจำปี 2569” ซึ่งเป็นการจับมือกันของมูลนิธิชัยพัฒนา และเดอะมอลล์ กรุ๊ป ณ Sphere Gallery 1 ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์
ดร.สุเมธได้เล่าเรื่องราวความเป็นมาของน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ว่า ปีนี้เป็นปีที่ 11 ของความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนา และเดอะมอลล์ ที่จะสื่อสารให้ทุกคนได้ทราบถึงประโยชน์ของน้ำมันเมล็ดคามีเลีย
“หลายคนคงสงสัยว่าน้ำมันคามีเลียคืออะไรกันแน่ ผมอยากย้อนให้ทุกคนดูตั้งแต่ต้นน้ำก่อนจะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันคามีเลีย นำมาปรุงอาหารต่าง ๆ เป็นน้ำมันทุกขวดที่ท่านใช้ ท่านคงไม่รู้ว่าได้ฟื้นฟูต้นตอของชีวิตพวกเรา ตลอดจนกระทั่งลูกหลานเราด้วย เพราะอะไร ? เมื่อย้อนกลับไปที่ต้นน้ำความสูงกว่า 900 เมตรขึ้นไป ต้นคามิเลียนี่แปลก ต่ำกว่านั้นไม่ออกดอก ไม่ออกลูก เป็นพื้นที่ที่เราเรียกว่า ต้นน้ำลำธาร เมื่อมีคำถามว่าชีวิตนั้นสำคัญอย่างไร ต้นน้ำลำธารก็สำคัญต่อชีวิตเราด้วยเช่นกัน สำนักงานของเรา (มูลนิธิชัยพัฒนา) อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ผมชะโงกหน้าไปดูก่อนมางานแล้วตั้งสมมติฐานในใจง่าย ๆ หากปิง วัง ยม น่านตาย เจ้าพระยาจะตายหรือไม่ คำตอบไม่ต้องหาหรอกครับ ต้นชีวิตตาย ปลายชีวิตก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน”

“เพราะฉะนั้นทุกขวด ทุกหยดที่ใช้เรากำลังฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร ที่เป็นพิษภัยพิบัติทั้งหลายทั้งปวง ที่เกิดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะป่าไม้ถูกทำลายสิ้น การปลูกป่าไม่สำเร็จเพราะอะไร เพราะเรามักจะปลูกไม้ราคาแพง วันหนึ่งข้างหน้าก็โดนตัด คนสมัยนี้ไม่ได้มองต้นไม้ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ไม่ได้มองต้นไม้เหมือนคนโบราณ ที่เห็นต้นไม้แล้วยกมือไหว้ ให้ความเคารพบูชา เพราะถือว่าต้นไม้ใหญ่มีเทพสถิตอยู่ ป่าถึงอยู่ได้ วันนี้คนยุคใหม่มองอะไรเป็นเงินหมด มองต้นไม้ก็คิดว่าลูกบาศก์เมตรเท่าไหร่ พอคำถามนี้เกิดขึ้นต้นไม้ก็อยู่ไม่ได้ ถูกโค่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
“แม้เราจะลงไปฟื้นฟู แต่ท่านทั้งหลายครับ ต้นไม้แต่ละต้นกว่าจะโตได้ กว่าจะทำหน้าที่ของมันได้ เพื่อกรองน้ำกรองอากาศ ต้องใช้เวลาเป็นสิบ ๆ ปี และผลสุดท้ายก็โดนตัด หลังจากนั้นเราก็ฟื้นฟูอีก หมุนเวียนกันไปแบบนี้”

จากพระราชดำรัสกรมสมเด็จพระเทพฯ
“เมื่อ 22 ปีที่แล้วกรมสมเด็จพระเทพฯ ได้รับสั่งกับผม ให้เอา ‘เม็ดเล็ก ๆ มาปลูกหน่อย เขาเรียกน้ำมันชา’ผมจึงไปตามหาที่ประเทศจีน ที่คุนหมิง แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ จนจะถอดใจ ตัดสินใจกลับ แต่คิดขึ้นมาได้ว่ามันมีคำว่าน้ำมัน จึงถามเขาว่ามีโรงกลั่นน้ำมันไหม ผู้นำทางจึงได้พาเราไปพบกับน้ำมันคามีเลีย อยู่ในประเทศที่คล้ายคลึงกับทางเหนือบ้านเรามาก กรมสมเด็จพระเทพฯ จึงนำมาปลูกครั้งแรก 1 ล้านต้น การปลูกเมล็ดคามีเลียนี้ต้องปลูกที่ความสูง 900 เมตร สมใจ เพราะถือว่าเป็นต้นน้ำลำธาร หากต้นน้ำลำธารอยู่ได้ชีวิตที่เหลือก็จะอยู่ได้ น้ำจะทุเลาลง โคลนตมจะไม่ไหลมาแบบทุกวันนี้”
“เมื่อเราเอามาปลูกเพียง 3 ปีแรกก็ได้เมล็ดคามีเลีย จนผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีนแปลกใจ เพราะปลูกที่จีนต้องใช้เวลาถึง 4-5 ปีจึงจะได้เมล็ด ตอนนี้เขาอายุเป็นหลาย 10 ปีแล้ว ปรากฏว่าตอนนี้ต้นน้ำลำธารในส่วนที่เราเอาคามีเลียไปปลูกนั้นก็ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมา หัวใจคืออะไร ? ไม้นี้ไม่มีประโยชน์ แต่ประโยชน์อยู่ที่ลูก เพราะฉะนั้นไม่มีใครไปแตะมัน ชาวเขาทะนุถนอมเขาอย่างดี เพราะหากตัดต้นเมื่อไหร่รายได้หายแน่ ๆ น้ำมันในขวดนี้จะไม่มีมาวางขาย กากที่นำไปขายเพื่อฆ่าหอยเชอรี่ หากไม่มีเขาจะไม่มีเงิน ดังนั้นเขาจะทะนุถนอมมาก เมื่อมีไฟป่าจะรีบไปดับ เขาทำเพื่อฟื้นฟูป่าให้ตัวเอง ป่าคือที่เราปลูกทั้งหมดเป็นพื้นที่สีเขียวหมดแล้ว ณ เวลานี้ เราขยายผลออกไปเรื่อย ๆ ทำให้ชาวเขาอยู่ได้ เมื่อเขาอยู่ได้เขาก็ไม่ตัดป่า ไม่มีใครอยากตัด”

“ใช้แล้วเป็นจักรพรรดิ”
“เพราะฉะนั้นเมื่อต้นไม้อยู่ก็มีประเทศอยู่ คนอยู่ ส่งมาที่ปลายน้ำให้พวกเรา ถามว่าพวกเราได้อะไร พวกเราได้น้ำมันที่มีคุณภาพดี สมัยก่อนจักรพรรดิเท่านั้นที่มีสิทธิที่จะกิน แต่ตอนนี้ทุกคนเป็นจักรพรรดิกันหมดแล้ว ทุกคนมีโอกาสได้กิน ขวดเท่าไหร่ไม่รู้ จะซื้อปั๊บเป็นจักรพรรดิทันที (หัวเราะ) น้ำมันดอกคามีเลียดีอย่างไร มี โอเมก้าถึง 3 ตัว คือ 3 6 9 มีคุณสมบัติดีต่อหัวใจ กระทั่งสมาคมหัวใจได้ประทับตราแล้วว่าน้ำมันนี้ดีต่อหัวใจ Omega ตัวที่ 2 ช่วยอะไร ช่วยเรื่องผิวเต่งตึง กรมสมเด็จพระเทพฯ เคยบอกว่าขวดเดียวใช้ได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใช้ทั้งกิน ทา ทอด ทนความร้อนได้ดีกว่าน้ำมันมะกอก และสำคัญมากคือแอนตี้เอจจิ้งทำให้ผมใช้เป็นประจำ ไม่แก่ครับ ดูสิครับอายุ 88 แล้วยังเดินเหินได้อยู่โดยไม่ต้องมีใครช่วยเหลือ เมื่อจะกินอาหาร อร่อยแล้วให้นึกถึงคุณภาพด้วย เรามีน้ำมันที่ดี ผลิตบนแผ่นดิน แถมเราได้สร้างชีวิตของเราส่งต่อให้ลูกหลาน ของเราอีกด้วย”
ปรุงเมนูทรงโปรด
จากนั้น ดร.สุเมธได้ร่วมทำปรุงเมนู “ผัดถั่วงอก” เมนูทรงโปรดของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยใช้น้ำมันเมล็ดคามีเลีย กับนักแสดงหนุ่มขวัญใจคนรุ่นใหม่ ดัง-ณัฎฐ์ฐชัย บุญประเสริฐ
งานนี้ ดร.สุเมธหยอดมุขตั้งแต่แรกเริ่มกับดัง-ณัฎฐ์ฐชัย ว่า ฝากความหวังไว้ที่ท่านไม่ได้เพราะ “ปู่ก็เพิ่งทำเมนูนี้เป็นครั้งแรก” เรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งฮอลล์ ก่อนที่เราจะได้เห็นภาพน่ารัก ๆ ที่ ดัง-ณัฎฐ์ฐชัย เป็นลูกมือพร้อมช่วย (ป่วน) ดร.สุเมธทำอาหาร

ก่อนที่ ดร.สุเมธจะถามว่าอยากได้เต้าหู้กรอบหรือนุ่ม “ถ้ากรอบคงนานไป เอานุ่มไปก่อนแล้วกัน ไม่รู้ต้องรอนานแค่ไหน ไปเดินวนรอบหนึ่งแล้วค่อยกลับมาก็ได้” ทำเอาแฟน ๆ ดัง-ณัฎฐ์ฐชัย หัวเราะกันร่วนกับมุขปู่สุเมธ
เมื่อทำเสร็จ ดัง-ณัฎฐ์ฐชัยเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมทำอาหารกับ ดร.สุเมธ ด้าน ดร.สุเมธกล่าวปิดท้ายว่า “เป็นเกียรติมากที่ได้ดังมาโรงอาหารด้วยวันนี้ทำให้ปู่หนุ่มขึ้นเยอะ” จนหนุ่มดังต้องรีบบอกว่า “ไม่แก่เลยครับ ยังดูหนุ่มอยู่เลย”
ทั้งนี้ ในวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นายกกิตติมศักดิ์และประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา จะเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปยังศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อทรงเปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์ มหัศจรรย์น้ำมันแห่งสุขภาพ” ในการนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสูตรอาหารที่มีน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์ เป็นส่วนประกอบ และทรงสาธิตการปรุงเมนู “ขนมค้างคาว” พระราชทานแก่ผู้ร่วมงานด้วย