Skip to content

ป่าต้นน้ำที่หายไป คือ NPL ที่ไม่มีคนสนใจ

13 ต.ค. 2567 | 12:20น.
ป่าต้นน้ำที่หายไป คือ NPL ที่ไม่มีคนสนใจ
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

ปรากฏการณ์แม่สายวิปโยค ที่เกิดน้ำท่วม-ดินถล่มครั้งรุนแรง สร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล ที่วันนี้ชาวแม่สายจำนวนมากยังอยู่ในภาวะวิกฤต เพราะถูกตะกอนทับถมยังไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้

รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ระบุว่า อ.แม่สาย จ.เชียงราย ถือเป็น “พื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่ล่อแหลม” ข้อมูลธรณีวิทยา อ.แม่สาย เป็นพื้นที่ตีนเขาสูงที่เกิดจากดินที่ไหลทับถมมาตั้งแต่อดีต ก่อนที่มนุษย์จะเข้าไปอยู่อาศัย จึงมีโอกาสเกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก อาจารย์จึงมีข้อเสนอให้วางแผนระยะยาวในการ “ย้ายเมืองแม่สาย” ออกจากพื้นที่ และทำผังเมืองเศรษฐกิจใหม่

อย่างไรก็ดี ปัญหานี้ไม่ได้มีเฉพาะที่แม่สาย แม้กระทั่งภูเก็ตก็เป็นพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากปัญหาClimate change ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มที่เกิดขึ้นถี่ในหลายจังหวัด และหลายประเทศ

เรียกว่าสถานการณ์ของประเทศไทยและโลกวันนี้ คือ “วิกฤตสิ่งแวดล้อม”

พูดถึงเรื่องนี้ ขออนุญาตนำข้อมูลที่คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวฯ โพสต์เฟซบุ๊กถึงมุมมอง คุณปั้น-บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ ธนาคารกสิกรไทย ที่ร่วมเป็นวิทยากรพิเศษหัวข้อ “Earning Trust in Skeptical World” ในงานครบรอบ 25 ปี สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

คุณบัณฑูรเล่าถึงประสบการณ์ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” ปี 2540 ว่า เมื่อสถาบันการเงินล่มสลายทั้งประเทศ สิ่งสำคัญคือ “Trust” ต้องสร้างก่อนจะสายเกินไป และเมื่อเกิดวิกฤตแล้ว ต้อง “กล้าพูดความจริง” ต้องคำนวณหาตัวเลขความเสียหายที่แท้จริงให้ได้…Don’t oversell

ปัญหาเรื่อง NPL (หนี้เสีย) ที่คนไม่ให้ความสนใจ หรือไม่อยากสนใจ เมื่อลูกโป่งแตกมูลค่าธุรกิจหายไป 42% มี 2 ธนาคาร เดินทางไปหาแหล่งเงินทุนในต่างประเทศเพราะในประเทศหมดแล้ว โดย KBank ได้มา 850 ล้านดอลลาร์ และ BBL ได้มา 1,000 ล้านดอลลาร์

คุณปั้นสรุปว่า การที่ได้แหล่งเงินทุนต่างประเทศมาก็เพราะ พูดความจริง, คำนวณตัวเลขความเสียหายที่แท้จริง โดยที่ผ่านมาเราเรียนรู้บทเรียนจากวิกฤตเศรษฐกิจ แต่วันนี้ประเทศกำลังเจอ “วิกฤตสิ่งแวดล้อม” ป่าต้นน้ำที่จังหวัดน่าน ซึ่งเป็น 40% ของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา 28% ถูกทำลายไปแล้ว

“ป่าต้นน้ำที่หายไป ก็คือ NPL ที่คนในวันนี้ไม่สนใจ หรือไม่อยากสนใจ”

“แต่เราต้องตระหนักถึงความเป็นจริง ความร้ายแรงที่กำลังเกิดขึ้น และจะเลวร้ายมากขึ้น”

และต้องช่วยกัน Take Action จึงที่มาของ “รักษ์ป่าน่าน”

นี่คือการสรุปบทเรียนและการลงมือทำ ของคุณบัณฑูร ล่ำซำ จากวิกฤตเศรษฐกิจ เมื่อ 27 ปีที่แล้ว กับปัญหา “วิกฤตสิ่งแวดล้อม” ที่เรากำลังเผชิญ

เช่น ปรากฏการณ์น้ำท่วมเชียงใหม่ หลายคนบอกในรอบ 100 ปีไม่เคยพบเจอ ทั้งในพื้นที่เศรษฐกิจต่าง ๆ หมู่บ้านจัดสรรจำนวนมากถูกน้ำท่วมสูงฉับพลัน แบบเกือบถึงชั้นสอง

เกิดคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับจังหวัดเชียงใหม่

จากจังหวัดที่เป็นเมืองในฝันของหลายคน ที่อยากมีบ้านหลังที่สอง หรือใช้ชีวิตในวัยเกษียณ

แต่ปัจจุบัน นอกจากต้องเผชิญฝุ่นPM 2.5 ระดับรุนแรง ที่เกิดขึ้นทุกปี เสมือนเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลในช่วงมีนาคม-เมษายน

เมื่อเข้าสู่หน้าฝนก็เผชิญภาวะเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันรุนแรง เช่นที่กำลังเกิดขึ้น และปีนี้หลายพื้นที่ที่ไม่เคยเกิดน้ำท่วมสูง ก็ต้องประสบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน

นี่คือความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์มีส่วนสำคัญ และส่งถึงความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในอนาคต ทั้งภาคอสังหาฯ ภาคท่องเที่ยว อื่น ๆ ที่รัฐบาลต้องมองถึงอนาคต

น้ำอาจลดไปแล้ว แต่ยังทิ้งปัญหาความเสียหายและความเชื่อมั่น เพราะเหตุการณ์เช่นนี้สามารถเกิดขึ้นซ้ำได้ตลอดเวลาถ้าไม่มีแนวทางป้องกันหรือแก้ปัญหา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ป่าต้นน้ำ สิ่งแวดล้อม