เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

แชร์วิถีสีเขียว คนละเล็กละน้อย เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

18 มิ.ย. 2563 | 17:50น.

รุ่งนภา พิมมะศรี : เรื่อง

เราเพิ่งผ่านวันสำคัญ ๆ ที่ชวนให้ตระหนักและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมา 2 วันใกล้ ๆ กัน คือ วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ในวันที่ 5 มิถุนายน และวันมหาสมุทรโลก (World Oceans Day) ในวันที่ 8 มิถุนายนมาแบบเงียบ ๆ ด้วยสถานการณ์ที่มีประเด็นปัญหาอื่นที่เข้มข้นและเร่งด่วนมากกว่า ทั้งประเด็นปัญหาเรื่องโรคระบาด ปัญหาทางสังคม การเมือง ความเท่าเทียม สิทธิมนุษยชน แต่ถึงอย่างนั้นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แม้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนก็เป็นประเด็นที่จะปล่อยเอาไว้ให้ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ไม่ได้เช่นกัน

วันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้ องค์การสหประชาชาติ (UN) นำเสนอธีม ความหลากหลายทางชีวภาพ การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน พร้อมกับข้อความรณรงค์ว่า Time for nature สื่อว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องคืนลมหายใจให้ธรรมชาติ หลังจากที่ธรรมชาติเป็นผู้ให้แก่เรามาตลอด

แน่ละว่า การจะอนุรักษ์ธรรมชาติ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน จะให้ดีและได้ผลมากกว่าก็ต้องมาจากนโยบายภาพใหญ่ โดยอาศัยการประสานงานและการผลักดันขององค์กรใหญ่ ๆ ระดับนานาชาติ ซึ่งก็มีความพยายามทำกันอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาก็คือการเคลื่อนไหวในภาพใหญ่มักจะช้า แล้วถ้าในภาพใหญ่ยังไม่มีนโยบายและ action อะไรในระดับย่อย ๆ รายบุคคลเราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร นั่นก็เป็นโจทย์หนึ่งที่สำคัญ ซึ่งทุกคนสามารถหาคำตอบและลงมือทำได้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่เราอยากเห็น

ในการเสวนา “Thailand 2020s and Beyond : Building a Sustainable Society” จัดโดยสถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา (IPPD) ร่วมกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) สำนักงานภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา มีตัวอย่างที่น่าสนใจจากบุคคลในภาคส่วนต่าง ๆ ที่ได้ทำตัวเองเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ เพื่อที่จะเติบโตไปเป็นต้นไม้ที่เติมสีเขียวให้แก่โลกของเรา

Photo by YASUYOSHI CHIBA / AFP

อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ใช้ไม้ปลูกและไม้ถูกกฎหมาย

จิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรม ดีสวัสดิ์ จำกัด บริษัทผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ไม้ ซึ่งถือเป็นตัวแทนจากภาคเอกชนที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ แสดงความเห็นว่า อุตสาหกรรมที่ใช้ไม้ถูกมองว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ทำลายป่า แต่ตัวเขายืนยันว่าไม้เป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เพราะมนุษย์เราสามารถปลูกต้นไม้ได้ และสามารถใช้ประโยชน์จากไม้ได้ทั้งหมด ไม่เหลือเป็นขยะเลย ถ้าเทียบกับการใช้คอนกรีตที่ต้องระเบิดภูเขาเพื่อให้ได้มาและก่อมลพิษทางอากาศด้วย

เขาแชร์ว่าแนวทางที่กลุ่มอุตสาหกรรมไม้และเฟอร์นิเจอร์กำลังทำอยู่คือ เริ่มต้นจากการใช้ไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ โดยสมาคมธุรกิจไม้ได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาให้สมาชิกถือหุ้นไม่เกิน 5% แล้วบริษัทนี้ไปส่งเสริมการปลูกป่าและซื้อไม้กลับมาใช้ในอุตสาหกรรม ซึ่งการปลูกป่าที่บริษัทลงไปส่งเสริมนั้นออกแบบให้มีไม้สำหรับใช้งานทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

Advertisement

ส่วนในภาคการผลิตก็ทำเรื่อง ecodesign คือออกแบบสินค้าให้ไม่มีส่วนเหลือใช้เหลือทิ้งในโรงงาน ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเศษไม้

“เราเคยนำเข้าเศษไม้แล้วใช้ให้หมดทั้งลอตเลย พยายามจะทำให้เป็น zero waste ซึ่งสำหรับอุตสาหกรรมไม้ผมถือว่าไม่ยาก เพราะไม่ว่าจะเหลือเยอะแค่ไหนสุดท้ายแล้วไม้มันก็เป็นพลังงานชีวมวลได้”

จิรวัฒน์บอกอีกว่า ในอนาคตไม้จะเป็นวัสดุทดแทนวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ได้ เช่น ในปัจจุบันที่สหรัฐอเมริกาส่งเสริมการสร้างบ้านไม้ และที่แคนาดามีการสร้างอาคารไม้สูงถึง 16 ชั้นอย่างถูกกฎหมาย ส่วนเมืองไทยต้องแก้กฎหมายให้สร้างตึกสูงโดยใช้ไม้ได้ก่อน เหมือนที่ตอนนี้หลายประเทศเปลี่ยนกฎหมายเรื่องการก่อสร้างตึกสูงให้ใช้ไม้ 100% ได้เรียบร้อยแล้ว

Photo by JODY AMIET / AFP

เปลี่ยนกองขยะเป็นสวนผัก สร้างอาหารและการมีส่วนร่วม

ศุภวุฒิ บุญมหาธนากร จาก “ใจบ้าน สตูดิโอ” ผู้ร่วมก่อตั้งคณะก่อการสวนผักคนเมืองเชียงใหม่ เปลี่ยนที่ดินในเมืองเชียงใหม่ที่เคยเป็นที่ทิ้งขยะกองโตมานาน 20 ปี ให้เป็นสวนผักสีเขียว สร้างอาหารให้ชาวเมือง และสร้างงาน สร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน คือหนึ่งคนที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ดี ๆ

จุดเริ่มต้นของสวนผักคนเมืองเชียงใหม่ มาจากการที่ศุภวุฒิได้เห็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เขาเห็นครัวเรือนในชุมชนเริ่มปลูกผักกินเองริมคลองแม่ข่า และได้เห็นการกักตุนอาหาร การขนส่งอาหารขาดช่วง ทำให้เขารู้สึกว่าเรื่องความมั่นคงทางอาหารเป็นเรื่องใกล้ตัวขึ้น เขาจึงคิดว่าควรจะใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว เขามองไปที่การใช้พื้นที่รกร้างในเมืองให้เป็นแหล่งผลิตอาหารของคนในเมือง เขาและคณะจึงเดินหน้าคุยกับทางราชการ เอกชน และชุมชน จนสามารถนำที่ดิน 3 ไร่นี้มาทำสวนผักได้

ศุภวุฒิมองว่า สวนผักนี้ไม่เพียงให้ผลผลิต แต่ยังเป็นที่สร้างงาน สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เป็นพื้นที่สีเขียวของเมือง และเป็นพื้นที่รองรับวิกฤตต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น

“แน่นอนว่าเราต้องการนโยบายจากส่วนกลาง ผมรู้สึกว่ามันมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติจริง แต่โครงการนี้มันเกิดขึ้นได้ด้วยพลังของคนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่เพิกเฉยต่อเมืองและผู้คนที่อยู่ในเมือง จากพื้นที่กองขยะ เริ่มมีรูปรอยของพื้นที่ผลิตอาหาร เป็นพื้นที่สีเขียวที่ตอบโจทย์เรื่องความมั่นคงทางอาหาร และเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรกรรมธรรมชาติในเมือง เป็นปอดแห่งใหม่ของเมืองในอนาคต ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจและมันสามารถนำไปทำที่อื่นได้ด้วยโมเดลแบบเดียวกัน”

“อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่ามันสำคัญมาก ๆ ก็คือ มันสร้างรูปธรรมการจัดการที่ดินสาธารณะที่เรารู้สึกว่าภาครัฐก็มีนโยบาย ประชาชนก็อยากจะร่วมมือกันปลดล็อกตัวใหญ่ คือ กฎหมายที่เราไม่สามารถนำที่ดินที่สาธารณะในเมืองมาทำได้ ต้องขออนุญาตหลายภาคส่วน สุดท้ายถ้าเราทำได้ ผมคิดว่าพื้นที่สวนผักมันจะเป็นพื้นที่ทางสังคมที่สร้างความเข้มแข็ง ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรวยหรือคนจน จะมีอาชีพอะไร แต่คุณมาทำอาหารด้วยกัน มาแบ่งปันกันในสังคม”

Photo by ROMEO GACAD / AFP

 

เริ่มจากตัวเอง เขียวเท่าที่จะเขียวได้

คณาธิป สุนทรรักษ์ หรือครูลูกกอล์ฟ ครูสอนภาษาอังกฤษชื่อดังผู้ร่วมก่อตั้งโปรเจ็กต์ Little Big Green เป็นตัวแทนของปัจเจกบุคคลที่มองว่า ด้วยความที่โลกเรามีปัญหาเรื่องอื่น ๆ เยอะ จึงทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็น issue สำคัญ แต่เขาคิดว่า “ถ้าใครไม่ทำก็ไม่เป็นไร ฉันจะทำ”

ครูลูกกอล์ฟเล่าว่า ตัวเขาเริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการเลิกใช้หลอดพลาสติก เลิกใช้แก้วพลาสติก พกแก้ว พกปิ่นโต แล้วแชลเลนจ์ตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนสีเขียวเข้มขึ้น แต่เขาคิดว่าทำคนเดียวไม่ไหวจึงร่วมกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่มีไลฟ์สไตล์สีเขียวเหมือนกันทำโปรเจ็กต์ Little Big Green ขึ้นมาเพื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และสร้างคอมมิวนิตี้เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์สีเขียว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “As green as you can” หมายถึงการมีไลฟ์สไตล์สีเขียวเท่าที่คุณจะเขียวได้ เขียวได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น แล้วก็ค่อยพัฒนาไปเรื่อย ๆ

“เวลาเราคุยเรื่องสิ่งแวดล้อมมันจะมีคนที่ไม่เก็ต เช่น พ่อและแม่ของลูกกอล์ฟ แม่ใช้หลอดพลาสติกดูดโอเลี้ยงอยู่ แล้วเราบอกว่าแม่อย่าใช้หลอด เดี๋ยวน้องวาฬตาย แม่ไม่เข้าใจไม่มีความเชื่อมโยงว่าเขากินโอเลี้ยงอยู่ที่บ้านแล้วจะทำให้วาฬตายได้ยังไง เราก็ต้องใช้เวลา ให้ม้าเริ่มเป็นสีเขียวเล็ก ๆ เหมือนที่เราเคยเป็น”

ลูกกอล์ฟแสดงความเห็นอีกว่า เขาไม่กังวลกับเจเนอเรชั่นเด็ก เพราะถ้าเด็กได้รับการศึกษาเรื่องนี้ เขาก็จะเกิดความตระหนักได้ไม่ยาก ยกตัวอย่าง ลูกสาวของผู้ร่วมก่อตั้ง Little Big Green อายุเพียง 4 ขวบ เวลาไปร้านสะดวกซื้อน้องบอกแม่ว่าอย่ารับถุงพลาสติก

“เด็กเขาอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง เพราะสำหรับเขาโลกมันยังมีความหวัง โลกใบนี้มันยังคุ้มค่าที่จะอยู่ แต่เราจะได้ยินคำพูดจากผู้ใหญ่เยอะมากว่า เดี๋ยวเราก็ตายแล้ว …หยุดเลย เพราะก่อนที่คุณจะจากไปคุณจะเป็นภาระ”

 

ลงมือทำ และสร้างการเปลี่ยนแปลงโดยให้การศึกษา

อเล็กซ์ เรนเดล กรรมการผู้จัดการ Environmental Education Center (EEC Thailand) ที่เพิ่งรับตำแหน่งทูตสันถวไมตรี โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) หมาด ๆ เป็นตัวอย่างคนที่ทำเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างจริงจังมาหลายปี และพยายามสร้างความเปลี่ยนแปลงโดยการให้การศึกษา ชวนเด็กเข้าร่วมกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม และเผยแพร่ข้อมูล กิจกรรมต่าง ๆ ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดีย

นักแสดงหนุ่มหัวใจสีเขียวบอกว่า หลังจากที่ตัวเองสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่เด็ก ๆ ก็ได้ก่อตั้งโครงการ EEC ขึ้นมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว วิชั่นแรกของโครงการนี้คือ ต้องการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะเชื่อว่าการศึกษาจะนำไปสู่ความยั่งยืนได้ การให้การศึกษาคนที่ภายในเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด ส่วนที่มุ่งเป้าไปที่เด็กเพราะเห็นว่าเด็กมี learning ability จึงสอนง่ายกว่าสอนผู้ใหญ่ และนอกจากนั้น EEC ยังได้ทำโครงการ “กอดป่ากอดทะเล” เพื่อผลิตนักสิ่งแวดล้อมคืนสู่สังคมด้วย

“สิ่งที่ยากที่สุดคือ ตอบคำถามที่ว่า ถ้าฉันไม่ได้รักป่า ไม่ได้รักต้นไม้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน บางคนเขาไม่เก็ต แต่พอเราทำงานกับด้านสิ่งแวดล้อม เราจะรู้ว่ามันไม่ใช่ประเด็นแค่สำหรับคนรักป่ารักต้นไม้อย่างเดียว แต่ทุกอย่างมันคือการสร้างความยั่งยืนต่อทรัพยากรของเรา ที่สุดท้ายแล้วถ้าสิ่งแวดล้อมมีปัญหา มันอาจจะหมุนเวียนกลับมาทำร้ายมนุษย์เอง”

“พอเรามาทำเรื่องสิ่งแวดล้อมจริง ๆ เราจะรู้ว่ามันไม่ได้แก้กันง่าย ๆ และหลาย ๆ ปัญหามันเป็นปัญหาที่ถูกสร้างมาสเต็ป 1 สเต็ป 2 มาจนถึงปี 2020 มันอาจจะอยู่สเต็ปที่ 1,000 แล้วก็ได้ การที่จะไปแก้ปัญหาต่าง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น จุดเริ่มต้นคือการให้การศึกษาคนรุ่นต่อไป และผู้นำที่จะลุกขึ้นมาตัดสินใจสิ่งที่ผลลัพธ์มันจะส่งผลกระทบให้กับบ้าน สังคม และทรัพยากรของเรา”

ณ ตอนนี้ EEC มีแผนกิจกรรมมากมายที่จะทำต่อไปอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการที่นักแสดงคนดังจะใช้ความมีชื่อเสียงของตัวเองเผยแพร่ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียของตัวเอง อย่างที่เขาบอกว่า “เราโชคดีขนาดไหนที่เราได้มาอยู่ตรงจุดนี้ ก็อยากจะใช้ประโยชน์ตรงนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ”