Skip to content

ภาวะฮีตสโตรก อากาศร้อนจัด

13 เม.ย. 2565 | 19:53น.
ภาวะฮีตสโตรก อากาศร้อนจัด
คอลัมน์ : สุขภาพดีกับรามาฯ
ผู้เขียน : อ.นพ.กานต์ สุทธาพานิช 
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ภาวะฮีตสโตรกหรือภาวะลมแดด เกิดจากความร้อนที่สูงเกินไป ซึ่งความร้อนที่สูงเกินไปจะแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะของสาเหตุ คือ

1.ภาวะที่มีอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นจากการที่ร่างกายของเราและมีการเผาผลาญพลังงานที่สูงขึ้น จะทำให้เกิดภาวะไข้หรือว่าการที่มีความผิดปกติทางสมองทำให้ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิในร่างกายได้ มักจะเจอกันบ่อย ได้แก่ ภาวะที่มีอุณหภูมิภายนอกสูง ได้แก่ ในฤดูร้อน ที่มีอุณหภูมิมากกว่า 35 องศาเซลเซียสขึ้นไป

2.สภาพแวดล้อมมีความชื้นสัมพัทธ์สูง การที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูงจะทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถขับเหงื่อออกมาได้ ก็จะทำให้ไม่มีทางออกของอุณหภูมิ ส่งผลให้ความร้อนในร่างกายสูงขึ้น

อาการที่เกิดขึ้นจากความร้อน แบ่งออกได้หลายระดับ ตั้งแต่ปวดเมื่อยเนื้อตัวธรรมดา รู้สึกอ่อนล้า จนถึงหมดสติไม่รู้สึกตัว เป็นอาการปกติไม่รู้สึกตัวจากความร้อน ซึ่งเป็นอาการที่เด่นชัดที่สุดของภาวะฮีตสโตรก ถ้าผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะทำให้มีการเสียชีวิตได้

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อภาวะฮีตสโตรก ?

1.กลุ่มคนที่ทำงานกลางแจ้งที่สัมผัสกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

2.คนสูงอายุหรือเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเอง เนื่องจากถ้าบุคคลเหล่านี้อยู่ในห้องที่ปิดตาย ไม่มีอากาศ ไม่มีลมพัดพาความร้อนไปได้ จะทำให้ต้องอยู่กับอุณหภูมิที่สูงเป็นเวลานาน สุดท้ายก็จะทำให้ไม่สามารถขับเหงื่อไปได้แล้วก็จะเกิดเป็นภาวะฮีตสโตรก

3.นักกีฬา เช่น การวิ่งมาราธอนต่าง ๆ ที่จะต้องสัมผัสอากาศที่ร้อนหรือความชื้นที่สูงทำให้ไม่สามารถขับเหงื่อได้ ก็จะทำให้เกิดภาวะที่จะเสี่ยงต่อภาวะฮีตสโตรกมากขึ้นกว่าบุคคลอื่น

4.คนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันเลือด ที่ต้องทานยาขับปัสสาวะ

5.คนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นตัวปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะฮีตสโตรกได้มากกว่าคนปกติทั่วไป

การดูแลและป้องกันภาวะฮีตสโตรก

1.ดื่มน้ำปริมาณมากกว่าปกติ ประมาณ 2-3 ลิตรต่อวัน

2.การหลีกเลี่ยงน่าจะอยู่ที่การแจ้งว่าอยู่ในที่ปิด

3.ถ้าจำเป็นที่จะต้องอยู่บ้านในระยะเวลานาน ๆ ควรที่จะเปิดหน้าต่างเปิดแอร์

หากเจอผู้ป่วยที่มีอาการฮีตสโตรกต้องแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ ผู้ป่วยที่หมดสติและไม่หายใจให้ โทร.1669 หน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อเข้ารักษาผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว และทำการ CPR ผู้ป่วย ณ บริเวณนั้น

แต่ถ้าผู้ป่วยยังสามารถหายใจได้ให้นำผู้ป่วยเข้าที่ร่มและคลายเสื้อผ้าของผู้ป่วยออก ร่วมกับการเช็ดตัวด้วยผ้าเย็น หรือใช้การฉีดสเปรย์เพื่อระบายความร้อน ร่วมกับการเปิดพัดลมได้