นวัตกรรม
ปัญหาผมร่วง ผมบางในปัจจุบันนั้น เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป มักพบเจอเมื่อมีอายุที่มากขึ้น ทำให้การทำงานในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เซลล์ที่รากผมทำงานไม่เหมือนเดิม จึงเกิดปัญหาผมร่วง ผมบางตามมาอย่างที่กล่าวในข้างต้น นอกจากนี้ยังเกิดจากอีกหลายสาเหตุ เช่น ด้านกรรมพันธุ์ การหลั่งหรือการกินฮอร์โมนเสริม การรับประทานยาบางชนิด หรือเกิดจากความเครียดและความวิตกกังวล เป็นต้น
โดยปัญหาผมร่วง ผมบาง พบได้ในคนทุกเพศ ทุกวัย แต่มักพบในเพศชายเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตามปกติแล้วเส้นผมของคนเรามีการหลุดร่วงในทุกวันเป็นเรื่องปกติ แต่หากถ้าสังเกตว่าผมเราเริ่มร่วงมากขึ้น และทำให้ผมบางลงอย่างเห็นได้ชัด ก็จะถือว่ามีเสี่ยงสูงที่จะเป็นภาวะผมร่วง ผมบาง ควรรีบหาทางรักษาโดยเร็วที่สุด
ซึ่งในปัจจุบันมีนวัตกรรมการปลูกผมให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย เพื่อให้เข้ากันในแต่ละบุคคล ในบทความนี้จะมาแนะนำเกี่ยวกับการปลูกผม FUE (Follicular Unit Extraction) ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม เพราะเป็นหนึ่งในวิธีการปลูกผมถาวรและทำให้ผมที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติอีกด้วย
ปลูกผม FUE คือ

การปลูกผม FUE คือ การปลูกผมถาวรแบบไร้รอยต่อ เป็นการปลูกผมที่จะทำการย้ายเซลล์รากผมมา โดยไม่มีการตัดหนังศีรษะ จึงไม่ต้องเย็บแผลและมีขนาดแผลผ่าตัดที่เล็กมาก ซึ่งการดึงเซลล์ผมออกมานั้นจะใช้เครื่องมือพิเศษมีหัวเจาะไททาเนียมที่มีขนาดประมาณ 0.8-1.0 มม. โดยจะเจาะเอาเซลล์รากผมที่สมบูรณ์และแข็งแรงบริเวณด้านหลังของศีรษะ ซึ่งจะทำการเจาะเอาทีละกอผม จากนั้นนำเซลล์รากผมที่ได้มาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีอาการผมร่วง ผมบางตามที่ต้องการ
เมื่อทำการปลูกผม FUE ไปแล้วระยะเวลาหนึ่งแล้ว เซลล์รากผมจะทำการยึดติดกับเนื้อเยื่อรอบ ๆ จนทำให้ผมที่ปลูกใหม่นี้มีความสมบูรณ์และแข็งแรง มีการงอกขึ้นมาใหม่เหมือนกับเส้นผมตามปกติ ช่วยลดปัญหาผมร่วง ผมบางลงไปได้ ซึ่งการใช้ผมบริเวณด้านหลังศีรษะนั้นเป็นทางเลือกที่เหมาะสมเพราะมีปริมาณผมมากกว่าบริเวณอื่น โดยก่อนจะทำการปลูกผม FUE ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย
กราฟท์ผมคืออะไร
กราฟท์ผม คือ บริเวณกอผมที่สามารถนำมาใช้ปลูกผมได้ โดยในแต่ละกอผมจะมีเส้นผมอยู่รวมกัน 1-4 เส้น ซึ่งจำนวนของกราฟท์ผมที่ต้องใช้ในการปลูกผมนั้นจะขึ้นอยู่กับปัญหาผมร่วง ผมบางที่เกิดขึ้นในแต่ละคน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะทำการปลูกผมถาวรในแต่ละครั้ง ต้องดูว่าบริเวณที่ผมร่วง ผมบางนั้น ใช้จำนวนกอผมทั้งหมดกี่กราฟท์ โดยการปลูกผม FUE จะทำการปลูกผมไปทีละกราฟท์ ดังนั้นการปลูกผม FUE ราคาการรักษาจtขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟท์ที่ใช้ปลูกผม
นอกจากนี้ยังต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ด้วยถึงจะสามารถประเมินกราฟท์ผมและได้ผลลัพธ์ที่ดีมีประสิทธิภาพ โดยต้องดูว่าในบริเวณที่จะทำการปลูกผมนั้นต้องใช้กอผมจำนวนกี่กราฟท์ จำนวนเซลล์รากผมที่จะนำมาปลูกมีความสมบูรณ์และแข็งแรง รวมถึงจำนวนของกอผมบริเวณด้านหลังศีรษะเพียงพอที่จะนำมาปลูกผมหรือไม่
สาเหตุของผมร่วง ผมบาง

โดยสาเหตุของผมร่วง ผมบางสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่
- ผมร่วง ผมบางจากกรรมพันธุ์
ซึ่งโรคที่ทำให้ผมร่วง หรือปัจจัยบางอย่างที่ทำให้ผมร่วงง่ายกว่าปกติก็ส่งต่อผ่านกรรมพันธุ์ โดยเป็นโรคชนิดหนึ่งชื่อว่าโรคหัวล้านทางกรรมพันธุ์ (Androgenetic Alopecia) เป็นโรคที่มักพบในเพศชายเป็นส่วนใหญ่ โดยจะส่งผลให้มีฮอร์โมนไปรบกวนการทำงานของรากผม จะทำให้เกิดอาการผมร่วงได้ง่ายขึ้น และผมใหม่ที่งอกขึ้นมาไม่แข็งแรง จนเกิดปัญหาผมร่วง ผมบางตามา สามารถแก้ไขได้ด้วยการปลูกผมถาวรอย่างการปลูกผม FUE
- ผมร่วง ผมบางจากฮอร์โมน
สาเหตุนี้เกิดจากการที่มีฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ไปจับกับตัวรับแอนโดรเจนที่บริเวณรากผม ส่งผลให้การเจริญเติบโตของเส้นผมสั้นลง ผมร่วงได้ง่ายขึ้น ทำให้เส้นผมบางลงเรื่อย ๆ และไม่เกิดขึ้นมาทดแทน พบมากในผู้หญิงหลังคลอด และผู้ชายวัยกลางคน
- ผมร่วง ผมบางจากความเครียด
โดยความเครียดนั้นจะทำให้ระบบภายในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะส่งผลกระทบหลายด้าน โดยร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกมาอย่างผิดปกติส่งผลให้มีผลกระทบต่อเซลล์รากผมโดยตรง ทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบางตามมา
- ผมร่วง ผมบางจากโรคต่าง ๆ
ซึ่งโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นจะสามารถส่งผลให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบางได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมักจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับหนังศีรษะ เช่น โรคกลากเชื้อราบนหนังศีรษะ (Tinea Capitis) หรือโรคผมร่วงฉับพลันทั่วศีรษะ (Telogen Effluvium) นอกจากนั้นอาจเกิดจากโรคที่ไม่เกี่ยวกับหนังศีรษะโดยตรง เช่น โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ หรือโรคไตวาย เป็นต้น
- ผมร่วง ผมบางจากพฤติกรรม
โดยพฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่าง อาจทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบางตามมาอย่างไม่รู้ตัว เช่น การสูบบุหรี่จะทำให้กระตุ้นการเกิดฮอร์โมน DHT มากขึ้น, การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทำให้เส้นเลือดฝอยถูกทำลาย ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงรากผมไม่พอ, การทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ทำให้สร้างเส้นผมไม่ได้ และรวมถึงการดูแลรักษาเส้นผมที่ผิดวิธี ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบางทั้งสิ้น
- ผมร่วง ผมบางจากยา
โดยวิธีการรักษาและการใช้ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบางตามมาได้ ซึ่งอาจเกิดจากเซลล์รากผมเกิดการอักเสบ, สร้างฮอร์โมน DHT มากเกินไป หรือเส้นเลือดฝอยถูกทำลาย เป็นต้น
ปลูกผม FUE ต่างกับ FUT อย่างไร
หากถามถึงผลลัพธ์ของการปลูกผม FUE และ FUT นั้น สามารถแก้ปัญหาผมร่วง ผมบางได้เหมือนกัน ซึ่งหลังจากทำการปลูกผมไปแล้วประมาณ 2-3 อาทิตย์ ผมที่ทำการปลูกลงไปจะมีเกิดการหลุดออกไป และผมใหม่ก็จะขึ้นมาโดยตามธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นการปลูกผมถาวรที่ได้ผลดีและสามารถทำการตัด ดัด หรือย้อมผมได้ตามที่ต้องการ
โดยสิ่งที่แตกต่างกันของการปลูกผม FUE กับ FUT คือวิธีการนำเซลล์รากผมจากบริเวณด้านหลังศีรษะ ซึ่ง FUT จะมีการนำผมออกจากด้านหลังศีรษะ เป็นการผ่าเอาหนังศีรษะออกมาทั้งชิ้น แล้วจึงนำมาแบ่งเป็นกราฟท์ใต้กล้องจุลทรรศน์ นอกนั้นจะเหมือนกันทั้งหมด รวมถึงการปลูกผม FUE ราคาจะเท่ากับ FUT ด้วย
ข้อดีและข้อจำกัดของปลูกผม FUE
โดยการปลูกผม FUE หรือการปลูกผมถาวร มีข้อดีและข้อจำกัด ดังนี้
ข้อดีของการปลูกผมแบบ FUE
- เส้นผมที่ทำการปลูกใหม่จะมีอัตราการเกิดที่ค่อนข้างสูง
- หลังจากทำการปลูกบริเวณหนังศีรษะจะมีเลือดออกน้อย ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกเจ็บหรือตึง
- แผลบริเวณที่ปลูกผมจะหายเองได้ไว
- แผลที่ทำการผ่าตัดจะมีขนาดที่เล็กมาก จนไม่เกิดรอยแผล
- เส้นผมที่เกิดขึ้นมาใหม่จะมีความแข็งแรงและสมบูรณ์กว่าเดิม
- เมื่อปลูกผมเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้น
- เส้นผมจริงที่ขึ้นมาใหม่จะดูเป็นธรรมชาติ
- ทำให้ดูเด็กลง เพราะเส้นผมที่มีความหนาขึ้น
- มีการออกแบบการปลูกผมให้เข้ากับผู้ที่รับบริการแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม
ข้อจำกัดของการปลูกผมแบบ FUE
โดยการปลูกผม FUE มีข้อจำกัดตรงที่ไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้กับทุกคน หากผมบริเวณด้านหลังศีรษะไม่มีความสมบูรณ์และแข็งแรงมากพอก็จะทำให้เส้นผมบริเวณที่ปลูกนั้นเกิดขึ้นน้อยและบางกว่าที่ควรจะเป็นจนเกิดปัญหาผมร่วง ผมบางมากขึ้น รวมถึงหากผมที่บริเวณด้านหลังศีรษะไม่มากพอ จะทำให้ผมบริเวณที่ปลูกดูไม่หนาเท่าที่ควร และผมบริเวณท้ายทอยจะเหลือบางเกินไป
ปลูกผม FUE เตรียมตัวอย่างไร

การปลูกผม FUE หรือการปลูกผมถาวร เพื่อลดปัญหาผมร่วง ผมบาง จะมีการเตรียมตัวได้ ดังนี้
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกผม FUE อย่างละเอียด เพื่อสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
- หากมียาที่รับประทานเป็นประจำหรือมีโรคประจำตัว รวมถึงการแพ้ยา ต้องแจ้งต่อแพทย์ในทันที
- ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ
- งดทานยาและอาหารที่อาจมีผลกระทบต่อการปลูกผมอย่างน้อย 1 อาทิตย์
- งดรับประทานอาหารประเภทหมักดอง งดดื่มเครื่องที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีน และงดการสูบบุหรี่ก่อนการปลูกผม
- รับประทานอาหารให้เรียบร้อยก่อนการปลูกผม
- ใส่เสื้อผ้าที่ใช้แบบติดกระดุม ลดการสวมใส่ผ่านศีรษะ เพื่อลดการกระทบกระเทือน
- งดการใส่เครื่องประดับและของมีค่าก่อนมาปลูกผม
- งดการทำผมทุกชนิด และสระผมให้สะอาดก่อนทำการปลูกผม
- หาผู้ติดตามมาด้วยในวันที่ปลูกผม เพราะอาจมีการใช้ยาสลบหรือยาชา เมื่อปลูกผมเสร็จจะทำให้มีอาการชาและมึนงงได้
วิธีการปลูกผม FUE

วิธีการปลูกผม FUE หรือการปลูกผมถาวร มีขั้นตอนต่อไปนี้
- ทำการออกแบบและวาดแนวของเส้นผมที่ต้องการที่จะปลูก ซึ่งจะออกแบบตามความต้องการของผู้ที่ต้องการจะปลูกผม แต่อยู่ในการดูแลของแพทย์และมีการคำนวณปริมาณกอผมว่าต้องใช้จำนวนกี่กราฟท์
- เมื่อออกแบบเสร็จแล้วก็ทำการโกนผมบริเวณด้านหลังศีรษะที่เลือกไว้เพื่อความสะดวกในการเจาะเอาเซลล์รากผม และฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาด
- ฉีดยาชาบริเวณที่จะเจาะเอาเซลล์รากผม รอจนยาชาออกฤทธิ์ก็เริ่มเจาะกราฟท์ผมด้วยเครื่องมือพิเศษหัวเจาะขนาดประมาณ 0.8-1.0 มม. โดยสามารถปรับค่าได้ให้เข้ากับความเหมาะสมของแต่ละคน เพื่อให้ได้กราฟท์ที่สมบูรณ์ และให้เกิดรอยแผลที่น้อยที่สุด
- นำเซลล์รากผมที่เจาะแล้ว ไปแช่ไว้ในน้ำยาเลี้ยงเซลล์ ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 4-8 องศาเซลเซียส เพื่อให้เซลล์รากผมที่สภาพที่สมบูรณ์
- จากนั้นฉีดยาชาและเจาะรูในบริเวณผมร่วง ผมบางที่ได้ทำการออกแบบและวาดแนวไว้ เพื่อกำหนดตำแหน่ง ความหนาแน่น และทิศทางของแนวผมให้เป็นไปตามธรรมชาติ จากนั้นนำกราฟท์ผมใส่ลงไปที่เจาะไว้จนครบ แล้วปิดผ้าพันแผลไว้โดยพันไว้ประมาณ 1-2 วัน แล้วจึงกลับบ้านได้
การดูแลตนเองหลังปลูกผม FUE
โดยการดูแลตัวเองหลังการปลูกผม FUE หรือการปลูกผมถาวร ทำได้ต่อไปนี้
- สามารถสระผมได้ตามปกติ แต่ใช้ยาสระผมแบบอ่อน และสระอย่างเบามือห้ามนวดหรือถูบริเวณที่ปลูกผมประมาณ 2-3 อาทิตย์
- ห้ามให้แผลบริเวณที่ทำการปลูกผมได้รับการกระทบกระเทือนอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพราะเซลล์รากผมยังไม่ยึดติดดีพอ อาจทำให้หลุดออกส่งผลให้เกิดผมร่วง ผมบางใหม่ได้
- สามารถตัดหรือทำสีผมได้ หลังจากปลูกผมมา 1 เดือน
- จัดท่านอนให้เหมาะสม เช่น การนอนตะแคงหรือนอนหงาย รวมถึงการหนุนศีรษะให้สูงเพื่อลดอาการบวม ใช้หมอนรองคอเพื่อลดการกดทับบริเวณที่เจาะเอาเซลล์รากผม ใช้ที่คาดผมเพื่อป้องกันกราฟท์ผมหลุดร่วง
- งดการว่ายน้ำอย่างน้อย 1 เดือน และงดการออกกำลังกายอย่างน้อย 1 อาทิตย์
- งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่
- ลดการออกไปข้างนอกเพื่อลดการถูกแสงแดด เพราะความร้อนจะทำร้ายเซลล์รากผม
- ทานอาหารอ่อน ๆ งดอาหารหมักดอง ลดการคลื่นไส้อาเจียน
- ใช้ยาลดอาการบวมได้ แต่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์
- เข้าพบแพทย์ตามนัด หรือหากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์โดยทันที
ปลูกผม FUE มีอาการแทรกซ้อนไหม

โดยการปลูกผม FUE หรือการปลูกผมถาวร อาจมีอาการแทรกซ้อน ดังต่อไปนี้
- อาจเกิดอาการคันจากการตกสะเก็ดจากแผลที่ทำการปลูกผม ซึ่งเป็นอาการที่ไม่รุนแรง ใช้ยาทาเพื่อลดอาการคันได้ และไม่ควรเกาหรือถูแรง ๆ
- อาจมีอาการผมร่วง ผมบางเกิดขึ้นได้จากการปลูกผมซึ่งเป็นเรื่องปกติ ในระหว่าง 3-4 อาทิตย์แรก จากนั้น 3-4 เดือน ผมก็จะขึ้นมาตามธรรมชาติ
- อาจเกิดอาการบวมบริเวณที่ทำการปลูกผม แต่จะดีขึ้นประมาณ 1 อาทิตย์ ใส่ผ้าคาดศีรษะเพื่อช่วยป้องกัน และประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวมได้
ปลูกผม FUE ไม่ขึ้น ทำอย่างไร
โดยการที่ปลูกผม FUE หรือการปลูกผมถาวรแล้วไม่ขึ้น อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคประจำตัว, การทานยาบางชนิด สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการผ่าตัด, การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด, เครื่องมือและความชำนาญของแพทย์ที่ใช้ผ่าตัด หรือการปลูกผมซ้ำ เป็นต้น
เมื่อมีปัญหาผมร่วง ผมบางเกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม ควรเข้าพบแพทย์โดยเร็วเพื่อหาวิธีรักษาและทำการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด
สรุปปลูกผม FUE
ปัญหาผมร่วง ผมบางสามารถแก้ปัญหาได้จากการปลูกผมทั้งแบบ FUE หรือ FUT จะทำให้ผมดูดี และเป็นธรรมชาติ ซึ่งทางด้าน Absolute Hair Clinic มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสายตรงด้านเส้นผม มีประสบการณ์สูง สามารถรับรองประสบการณ์ของแพทย์ได้ด้วยผลงานการวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ระดับโลก รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้นำเข้าจากต่างประเทศ
สุดท้ายต้องขอขอบคุณความรู้จาก Absolute Hair Clinic เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการปลูกผม FUE ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น