ฟุตบอลโลก 2026
‘ฟุตบอลโลก’ หนึ่งในมหกรรมกีฬาใหญ่ของมนุษยชาติ และเป็นเวลาสำคัญทุก 4 ปี ที่ทุกสายตาจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมใจกันติดตามและลุ้นกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นตลอดทัวร์นาเมนต์ และในการแข่งขันฟุตบอลโลกทุกครั้ง จะเป็นโอกาสในการสร้างสีสันของบรรดาธุรกิจ ต่อเนื่องจนถึงเม็ดเงินของเศรษฐกิจด้วย
อย่างไรก็ตาม ในแต่ละครั้งของฟุตบอลโลก มักสร้างเม็ดเงินเศรษฐกิจ ทั้งในระบบ จากการซื้อสินค้า-บริการ อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า และนอกระบบ ซึ่งประเภทหลัก ๆ ที่หลายคนนึกถึง มักมาจากการพนัน
“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนย้อนดูตัวเลขผลสำรวจจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยในช่วง ‘ฟุตบอลโลก’ ใน 5 ครั้งล่าสุด ตั้งแต่ผลการสำรวจช่วงการแข่งขันปี 2010 จนถึงผลการสำรวจล่าสุด ช่วงการแข่งขันปี 2026
ดูภาพใหญ่ พฤติกรรมใช้จ่าย ‘ฟุตบอลโลก’ 2010-2026
ข้อมูลจากการสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ ช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 5 ครั้งล่าสุด พบว่า ช่วงการแข่งขันตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา มีการคาดการณ์ตัวเลขภาพรวมสูงขึ้นต่อเนื่อง ก่อนเริ่มลดลงตั้งแต่การแข่งขันเมื่อครั้งปี 2022
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจนอกระบบ มีตัวเลขสูงถึงกว่าครึ่งหนึ่งของตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจทั้งหมดในแต่ละช่วงการแข่งขัน และมีจำนวนสูงขึ้นจนถึงระดับ 5 หมื่นล้านบาท สวนทางกับเศรษฐกิจในระบบที่ตัวเลขคาดการณ์อยู่เพียง 1-2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น
| ปี | ตัวเลขคาดการณ์ (ล้านบาท) | ตัวเลขเศรษฐกิจในระบบ (ล้านบาท) | ตัวเลขเศรษฐกิจนอกระบบ (ล้านบาท) |
| 2010 | 59,600 | 22,400 | 37,200 |
| 2014 | 69,245.6 | 25,715.5 | 43,530.1 |
| 2018 | 78,385 | 17,901 | 58,995 |
| 2022 | 75,815 | 18,561 | 57,253 |
| 2026 (กรณีมีถ่ายทอดสด) | 68,635 | 21,061.62 | 47,574 |
| 2026 (กรณีไม่มีถ่ายทอดสด) | 57,660.01 | 12,465.01 | 45,195 |
ฟุตบอลโลก 2010
ช่วงการแข่งขันปี 2010 มีการคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 59,600 ล้านบาท แบ่งเป็นเม็ดเงินในระบบประมาณ 22,439 ล้านบาท (มาจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 19,000 ล้านบาท เครื่องใช้ไฟฟ้า 2,205 ล้านบาท และอื่น ๆ ประมาณ 1,234 ล้านบาท) และเม็ดเงินนอกระบบ ซึ่งมาจากการพนัน สูงถึง 37,200 ล้านบาท
ข้อมูลที่น่าสนใจ คือ มีสัดส่วนคนเล่นพนันบอล 48% และไม่เล่นอีก 52% โดยมีจำนวนเงินเฉลี่ยต่อนัดที่เล่นการพนันอยู่ที่ 1,090 บาท คาดว่าจะได้รับเงินต่อนัด 4,352 บาท และเล่นรวมตลอดฤดูกาล 6,070 บาท
สาเหตุที่ทำให้คนหันมาเล่นพนันบอลกันมาก 50.8% เพราะต้องการรางวัลจากการพนันบอล 25.1% เพราะความสนุก 11.9% เพราะการชักชวนจากเพื่อน และ 10.7% เล่นเป็นแฟชั่น
ฟุตบอลโลก 2014
ช่วงการแข่งขันปี 2014 เป็นปีที่มีการคาดการณ์สูงขึ้นเป็น 69,245.6 ล้านบาท แบ่งเป็นเม็ดเงินในระบบประมาณ 25,715.5 ล้านบาท และเม็ดเงินนอกระบบ ซึ่งมาจากการพนัน พุ่งสูงถึง 43,530.1 ล้านบาท
ในจำนวนเม็ดเงินเศรษฐกิจในระบบ สามารถแบ่งได้เป็น ธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และการสังสรรค์ 21,917.2 ล้านบาท เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์รับสัญญาณทีวี 2,496.9 ล้านบาท และอื่น ๆ 1,301.4 ล้านบาท
และปี 2014 เป็นปีหนึ่งที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากการถ่ายทอดสดที่อยู่ในช่วงค่อนข้างดึก และบรรดาครัวเรือน จนถึงร้านอาหารต่าง ๆ ต้องมีการซื้อกล่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อรับชมครบทุกแมตช์
แต่ปี 2014 ก็เป็นบทเรียนสำคัญ เกี่ยวกับกฎ Must Have ของ กสทช. ที่สุดท้ายต้องชดเชยเป็นจำนวนเงินมากกว่า 400 ล้านบาท เพื่อให้ชมทางฟรีทีวีได้ครบทุกแมตช์
แง่ของการพนันฟุตบอลโลก พบสัดส่วนผู้ที่เล่นพนันเพราะหวังเงินรางวัลจากการพนันเพิ่มขึ้นถึง 51.3% โดยวงเงินพนันเฉลี่ย 5,072 บาทต่อนัด ส่วนการเล่นเพื่อความสนุกสนานเพียง 18.1% และตามแฟชั่น 9.5% เป็นต้น
ฟุตบอลโลก 2018
การแข่งขันปี 2018 มีการคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 78,385 ล้านบาท แบ่งเป็นเม็ดเงินในระบบประมาณ 17,901 ล้านบาท (มาจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและการสังสรรค์ 15,434 ล้านบาท เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์รับสัญญาณ 2,467 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก 1,488 ล้านบาท) และเม็ดเงินนอกระบบจากการพนัน 58,995 ล้านบาท
ข้อมูลที่น่าสนใจ คือ มีสัดส่วนคนเล่นพนันบอล 42.3% และไม่เล่น 57.7% โดยมีจำนวนเงินเฉลี่ยต่อนัดที่เล่นการพนันอยู่ที่ 2,065 บาท และคาดว่าจะเล่นรวมตลอดการแข่งขันอยู่ที่ 5,872 บาท
พฤติกรรมที่น่าสนใจ คือ ผู้เล่นส่วนใหญ่เลือกเล่นพนันเฉพาะทีมที่ชอบมากที่สุด โดยนำเงินเดือนหรือรายได้ปกติมาเล่นเป็นหลัก รองลงมาคือเงินออม และในปีดังกล่าวมีเม็ดเงินรั่วไหลออกนอกประเทศสูงถึง 10,000-20,000 ล้านบาท เนื่องจากผู้ที่มีรายได้สูงหันไปเล่นผ่านเว็บไซต์พนันออนไลน์ต่างประเทศมากขึ้น
ฟุตบอลโลก 2022
การแข่งขันปี 2022 ซึ่งเป็นการแข่งขันที่เกิดขึ้นหลังสถานการณ์โ มีการคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 75,815 ล้านบาท แบ่งเป็นเม็ดเงินในระบบประมาณ 18,561 ล้านบาท (มาจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค สังสรรค์ ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์รับสัญญาณ) และเม็ดเงินนอกระบบ ซึ่งคาดว่ามาจากการพนัน สูงถึง 57,253 ล้านบาท
ในแง่การพนัน มีสัดส่วนคนเล่นพนันบอล 49% และไม่เล่นอีก 51% (โดยสัดส่วนคนเล่น แบ่งเป็นเล่นทุกนัด 16%, เล่นเฉพาะทีมที่ชอบ 29.5% และเล่นบางนัด 3.5%) โดยมีจำนวนเงินเฉลี่ยต่อนัดที่เล่นการพนันอยู่ที่ 1,416.11 บาท และคาดว่าจะเล่นรวมตลอดการแข่งขัน 21,580.09 บาท
แหล่งที่มาของเงินที่คนนำมาเล่นพนันบอลกันมาก 57.8% มาจากเงินเดือนปกติ 30.3% มาจากเงินออม และ 0.5% เป็นเงินที่ได้จากผู้ปกครอง และยังเกิดปรากฏการณ์สำคัญ คือ การเกิดกลุ่ม “นักพนันขาจร” เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 1 ล้านคน
ฟุตบอลโลก 2026
ส่วนฟุตบอลโลกปีล่าสุด ซึ่งประเทศไทย คว้าสิทธิ์การถ่ายทอดสดได้ก่อนเริ่มการแข่งขันไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า มีการคาดการณ์กรณีมีการถ่ายทอดสดไว้ที่ประมาณ 68,635.62 ล้านบาท แบ่งเป็นเม็ดเงินในระบบประมาณ 21,061.62 ล้านบาท (มาจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและการสังสรรค์ 18,295.62 ล้านบาท เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์รับสัญญาณ 1,506 ล้านบาท และอื่น ๆ ประมาณ 1,260 ล้านบาท) และเม็ดเงินนอกระบบจากการพนัน อยู่ที่ 47,574 ล้านบาท
ข้อมูลที่น่าสนใจ คือ มีสัดส่วนคนเล่นพนันบอล 37.7% และไม่เล่นอีก 62.3% (โดยสัดส่วนคนเล่น แบ่งเป็นเล่นเฉพาะทีมที่ชอบ 28%, เล่นบางนัด 6.6% และเล่นทุกนัด 3.1%) โดยมีจำนวนเงินเฉลี่ยต่อนัดที่เล่นการพนันอยู่ที่ 1,109.07 บาท และคาดว่าจะเล่นรวมตลอดการแข่งขัน 19,933.13 บาท
รูปแบบการเล่นพนันบอลในครั้งนี้ เป็นการเดิมพันด้วยเงินสด 50.7% ด้วยอาหาร 24.6% และด้วยสิ่งของ 23.8% โดยแหล่งที่มาของเงินที่นำมาเล่นพนันส่วนใหญ่มาจากเงินเดือนหรือรายได้ปกติ 57.1% เงินออม 36.4% และเงินจากผู้ปกครอง 5.7% โดยมักจะเล่นกันเองกับเพื่อนหรือครอบครัว 47.7% และเล่นผ่านเว็บไซต์พนันออนไลน์ 26.6%
กรณีหากไม่มีการถ่ายทอดสด มีการคาดการณ์ยอดเงินสะพัดรวมจะลดลงเหลือเพียง 57,660.01 ล้านบาท แบ่งเป็นเม็ดเงินในระบบประมาณ 12,465.01 ล้านบาท (หดตัวลงอย่างหนักเกือบ 40% เนื่องจากร้านค้าและสถานบันเทิงไม่สามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพื่อดึงดูดผู้บริโภคได้) และเม็ดเงินนอกระบบจากการพนัน จะลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 45,195 ล้านบาท
และแม้จะไม่มีการถ่ายทอดสด แต่วงเงินการพนันนอกระบบก็ยังคงเป็นเม็ดเงินก้อนใหญ่ที่สุด (คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 78.38% ของเงินสะพัดรวม) สะท้อนให้เห็นว่าการพนันบอลเป็นสิ่งที่ไม่ยืดหยุ่นต่อสภาพเศรษฐกิจ ผู้เล่นยังคงหาช่องทางอื่น ๆ ในการเล่นแม้ไม่มีการถ่ายทอดสดให้ดูฟรีก็ตาม
ขณะที่พฤติกรรมการรับชมในกรณีที่ไม่มีช่องทางให้ดูฟรี พบว่า ผู้บริโภค 31.6% จะออกไปดูที่ร้านอาหารหรือสถานบันเทิงที่มีสัญญาณ รองลงมา 25.6% จะหาลิงก์สตรีมออนไลน์ที่ไม่เป็นทางการ 21.8% จะเลือกดูเฉพาะไฮไลต์หรือข่าวสั้น และมีเพียง 19.2% ที่จะยอมจ่ายเงินสมัครแพ็กเกจสตรีมมิงเพื่อดูโดยเฉพาะ
ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขการพนันในปี 2026 นี้ (ราว 4.5-4.7 หมื่นล้านบาท) ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี ซึ่งนักวิชาการประเมินว่าเป็นเพราะประชาชนมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และปัญหาหนี้ครัวเรือน ทำให้ต้องระมัดระวังการใช้จ่ายในกิจกรรมที่มีความเสี่ยงมากขึ้นครับ