เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ย้อนดูผลสำรวจพฤติกรรมใช้จ่าย ช่วง ‘ฟุตบอลโลก’ 5 ครั้งล่าสุด

16 มิ.ย. 2569 | 14:19น.
ฟุตบอลโลก 2026

ฟุตบอลโลก 2026

‘ฟุตบอลโลก’ หนึ่งในมหกรรมกีฬาใหญ่ของมนุษยชาติ และเป็นเวลาสำคัญทุก 4 ปี ที่ทุกสายตาจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมใจกันติดตามและลุ้นกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นตลอดทัวร์นาเมนต์ และในการแข่งขันฟุตบอลโลกทุกครั้ง จะเป็นโอกาสในการสร้างสีสันของบรรดาธุรกิจ ต่อเนื่องจนถึงเม็ดเงินของเศรษฐกิจด้วย

อย่างไรก็ตาม ในแต่ละครั้งของฟุตบอลโลก มักสร้างเม็ดเงินเศรษฐกิจ ทั้งในระบบ จากการซื้อสินค้า-บริการ อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า และนอกระบบ ซึ่งประเภทหลัก ๆ ที่หลายคนนึกถึง มักมาจากการพนัน

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนย้อนดูตัวเลขผลสำรวจจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยในช่วง ‘ฟุตบอลโลก’ ใน 5 ครั้งล่าสุด ตั้งแต่ผลการสำรวจช่วงการแข่งขันปี 2010 จนถึงผลการสำรวจล่าสุด ช่วงการแข่งขันปี 2026

ดูภาพใหญ่ พฤติกรรมใช้จ่าย ‘ฟุตบอลโลก’ 2010-2026

ข้อมูลจากการสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ ช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 5 ครั้งล่าสุด พบว่า ช่วงการแข่งขันตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา มีการคาดการณ์ตัวเลขภาพรวมสูงขึ้นต่อเนื่อง ก่อนเริ่มลดลงตั้งแต่การแข่งขันเมื่อครั้งปี 2022

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจนอกระบบ มีตัวเลขสูงถึงกว่าครึ่งหนึ่งของตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจทั้งหมดในแต่ละช่วงการแข่งขัน และมีจำนวนสูงขึ้นจนถึงระดับ 5 หมื่นล้านบาท สวนทางกับเศรษฐกิจในระบบที่ตัวเลขคาดการณ์อยู่เพียง 1-2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

ปีตัวเลขคาดการณ์
(ล้านบาท)
ตัวเลขเศรษฐกิจในระบบ
(ล้านบาท)
ตัวเลขเศรษฐกิจนอกระบบ
(ล้านบาท)
201059,60022,40037,200
201469,245.625,715.543,530.1
201878,38517,90158,995
202275,81518,56157,253
2026
(กรณีมีถ่ายทอดสด)
68,63521,061.6247,574
2026
(กรณีไม่มีถ่ายทอดสด)
57,660.0112,465.0145,195

ฟุตบอลโลก 2010

ช่วงการแข่งขันปี 2010 มีการคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 59,600 ล้านบาท แบ่งเป็นเม็ดเงินในระบบประมาณ 22,439 ล้านบาท (มาจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 19,000 ล้านบาท เครื่องใช้ไฟฟ้า 2,205 ล้านบาท และอื่น ๆ ประมาณ 1,234 ล้านบาท) และเม็ดเงินนอกระบบ ซึ่งมาจากการพนัน สูงถึง 37,200 ล้านบาท

ข้อมูลที่น่าสนใจ คือ มีสัดส่วนคนเล่นพนันบอล 48% และไม่เล่นอีก 52% โดยมีจำนวนเงินเฉลี่ยต่อนัดที่เล่นการพนันอยู่ที่ 1,090 บาท คาดว่าจะได้รับเงินต่อนัด 4,352 บาท และเล่นรวมตลอดฤดูกาล 6,070 บาท

สาเหตุที่ทำให้คนหันมาเล่นพนันบอลกันมาก 50.8% เพราะต้องการรางวัลจากการพนันบอล 25.1% เพราะความสนุก 11.9% เพราะการชักชวนจากเพื่อน และ 10.7% เล่นเป็นแฟชั่น

ฟุตบอลโลก 2014

ช่วงการแข่งขันปี 2014 เป็นปีที่มีการคาดการณ์สูงขึ้นเป็น 69,245.6 ล้านบาท แบ่งเป็นเม็ดเงินในระบบประมาณ 25,715.5 ล้านบาท และเม็ดเงินนอกระบบ ซึ่งมาจากการพนัน พุ่งสูงถึง 43,530.1 ล้านบาท

ในจำนวนเม็ดเงินเศรษฐกิจในระบบ สามารถแบ่งได้เป็น ธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และการสังสรรค์ 21,917.2 ล้านบาท เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์รับสัญญาณทีวี 2,496.9 ล้านบาท และอื่น ๆ 1,301.4 ล้านบาท

และปี 2014 เป็นปีหนึ่งที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากการถ่ายทอดสดที่อยู่ในช่วงค่อนข้างดึก และบรรดาครัวเรือน จนถึงร้านอาหารต่าง ๆ ต้องมีการซื้อกล่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อรับชมครบทุกแมตช์

แต่ปี 2014 ก็เป็นบทเรียนสำคัญ เกี่ยวกับกฎ Must Have ของ กสทช. ที่สุดท้ายต้องชดเชยเป็นจำนวนเงินมากกว่า 400 ล้านบาท เพื่อให้ชมทางฟรีทีวีได้ครบทุกแมตช์

แง่ของการพนันฟุตบอลโลก พบสัดส่วนผู้ที่เล่นพนันเพราะหวังเงินรางวัลจากการพนันเพิ่มขึ้นถึง 51.3% โดยวงเงินพนันเฉลี่ย 5,072 บาทต่อนัด ส่วนการเล่นเพื่อความสนุกสนานเพียง 18.1% และตามแฟชั่น 9.5% เป็นต้น

ฟุตบอลโลก 2018

การแข่งขันปี 2018 มีการคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 78,385 ล้านบาท แบ่งเป็นเม็ดเงินในระบบประมาณ 17,901 ล้านบาท (มาจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและการสังสรรค์ 15,434 ล้านบาท เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์รับสัญญาณ 2,467 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก 1,488 ล้านบาท) และเม็ดเงินนอกระบบจากการพนัน 58,995 ล้านบาท

ข้อมูลที่น่าสนใจ คือ มีสัดส่วนคนเล่นพนันบอล 42.3% และไม่เล่น 57.7% โดยมีจำนวนเงินเฉลี่ยต่อนัดที่เล่นการพนันอยู่ที่ 2,065 บาท และคาดว่าจะเล่นรวมตลอดการแข่งขันอยู่ที่ 5,872 บาท

พฤติกรรมที่น่าสนใจ คือ ผู้เล่นส่วนใหญ่เลือกเล่นพนันเฉพาะทีมที่ชอบมากที่สุด โดยนำเงินเดือนหรือรายได้ปกติมาเล่นเป็นหลัก รองลงมาคือเงินออม และในปีดังกล่าวมีเม็ดเงินรั่วไหลออกนอกประเทศสูงถึง 10,000-20,000 ล้านบาท เนื่องจากผู้ที่มีรายได้สูงหันไปเล่นผ่านเว็บไซต์พนันออนไลน์ต่างประเทศมากขึ้น

ฟุตบอลโลก 2022

การแข่งขันปี 2022 ซึ่งเป็นการแข่งขันที่เกิดขึ้นหลังสถานการณ์โ มีการคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 75,815 ล้านบาท แบ่งเป็นเม็ดเงินในระบบประมาณ 18,561 ล้านบาท (มาจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค สังสรรค์ ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์รับสัญญาณ) และเม็ดเงินนอกระบบ ซึ่งคาดว่ามาจากการพนัน สูงถึง 57,253 ล้านบาท

ในแง่การพนัน มีสัดส่วนคนเล่นพนันบอล 49% และไม่เล่นอีก 51% (โดยสัดส่วนคนเล่น แบ่งเป็นเล่นทุกนัด 16%, เล่นเฉพาะทีมที่ชอบ 29.5% และเล่นบางนัด 3.5%) โดยมีจำนวนเงินเฉลี่ยต่อนัดที่เล่นการพนันอยู่ที่ 1,416.11 บาท และคาดว่าจะเล่นรวมตลอดการแข่งขัน 21,580.09 บาท

แหล่งที่มาของเงินที่คนนำมาเล่นพนันบอลกันมาก 57.8% มาจากเงินเดือนปกติ 30.3% มาจากเงินออม และ 0.5% เป็นเงินที่ได้จากผู้ปกครอง และยังเกิดปรากฏการณ์สำคัญ คือ การเกิดกลุ่ม “นักพนันขาจร” เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 1 ล้านคน

ฟุตบอลโลก 2026

ส่วนฟุตบอลโลกปีล่าสุด ซึ่งประเทศไทย คว้าสิทธิ์การถ่ายทอดสดได้ก่อนเริ่มการแข่งขันไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า มีการคาดการณ์กรณีมีการถ่ายทอดสดไว้ที่ประมาณ 68,635.62 ล้านบาท แบ่งเป็นเม็ดเงินในระบบประมาณ 21,061.62 ล้านบาท (มาจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและการสังสรรค์ 18,295.62 ล้านบาท เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์รับสัญญาณ 1,506 ล้านบาท และอื่น ๆ ประมาณ 1,260 ล้านบาท) และเม็ดเงินนอกระบบจากการพนัน อยู่ที่ 47,574 ล้านบาท

ข้อมูลที่น่าสนใจ คือ มีสัดส่วนคนเล่นพนันบอล 37.7% และไม่เล่นอีก 62.3% (โดยสัดส่วนคนเล่น แบ่งเป็นเล่นเฉพาะทีมที่ชอบ 28%, เล่นบางนัด 6.6% และเล่นทุกนัด 3.1%) โดยมีจำนวนเงินเฉลี่ยต่อนัดที่เล่นการพนันอยู่ที่ 1,109.07 บาท และคาดว่าจะเล่นรวมตลอดการแข่งขัน 19,933.13 บาท

รูปแบบการเล่นพนันบอลในครั้งนี้ เป็นการเดิมพันด้วยเงินสด 50.7% ด้วยอาหาร 24.6% และด้วยสิ่งของ 23.8% โดยแหล่งที่มาของเงินที่นำมาเล่นพนันส่วนใหญ่มาจากเงินเดือนหรือรายได้ปกติ 57.1% เงินออม 36.4% และเงินจากผู้ปกครอง 5.7% โดยมักจะเล่นกันเองกับเพื่อนหรือครอบครัว 47.7% และเล่นผ่านเว็บไซต์พนันออนไลน์ 26.6%

กรณีหากไม่มีการถ่ายทอดสด มีการคาดการณ์ยอดเงินสะพัดรวมจะลดลงเหลือเพียง 57,660.01 ล้านบาท แบ่งเป็นเม็ดเงินในระบบประมาณ 12,465.01 ล้านบาท (หดตัวลงอย่างหนักเกือบ 40% เนื่องจากร้านค้าและสถานบันเทิงไม่สามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพื่อดึงดูดผู้บริโภคได้) และเม็ดเงินนอกระบบจากการพนัน จะลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 45,195 ล้านบาท

และแม้จะไม่มีการถ่ายทอดสด แต่วงเงินการพนันนอกระบบก็ยังคงเป็นเม็ดเงินก้อนใหญ่ที่สุด (คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 78.38% ของเงินสะพัดรวม) สะท้อนให้เห็นว่าการพนันบอลเป็นสิ่งที่ไม่ยืดหยุ่นต่อสภาพเศรษฐกิจ ผู้เล่นยังคงหาช่องทางอื่น ๆ ในการเล่นแม้ไม่มีการถ่ายทอดสดให้ดูฟรีก็ตาม

ขณะที่พฤติกรรมการรับชมในกรณีที่ไม่มีช่องทางให้ดูฟรี พบว่า ผู้บริโภค 31.6% จะออกไปดูที่ร้านอาหารหรือสถานบันเทิงที่มีสัญญาณ รองลงมา 25.6% จะหาลิงก์สตรีมออนไลน์ที่ไม่เป็นทางการ 21.8% จะเลือกดูเฉพาะไฮไลต์หรือข่าวสั้น และมีเพียง 19.2% ที่จะยอมจ่ายเงินสมัครแพ็กเกจสตรีมมิงเพื่อดูโดยเฉพาะ

ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขการพนันในปี 2026 นี้ (ราว 4.5-4.7 หมื่นล้านบาท) ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี ซึ่งนักวิชาการประเมินว่าเป็นเพราะประชาชนมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และปัญหาหนี้ครัวเรือน ทำให้ต้องระมัดระวังการใช้จ่ายในกิจกรรมที่มีความเสี่ยงมากขึ้นครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การใช้จ่าย พนัน ฟุตบอลโลก