สดช.แถลงข่าวจัดงาน Digital Cultural Heritage ระยะที่ 2
สดช.แถลงข่าวจัดงาน Digital Cultural Heritage ระยะที่ 2
สดช.เปิดรับนโยบายแผนรัฐบาลดิจิทัลไทย เดินหน้าจัด Digital Cultural Heritage ระยะที่ 2
กรุงเทพ- เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช) หรือ ONDE กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงข่าวเดินหน้าจัดงาน Digital Cultural Heritage ระยะที่ 2 รับนโยบายแผนรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย หวังเป็นโครงการถ่ายทอดมรดกวัฒนธรรมให้สามารถไปสู่ระดับโลกผ่านระบบดิจิทัล หลังใช้พลังคนรุ่นใหม่ช่วยสานต่อวัฒนธรรมไทยไม่ให้สูญหายตามคนรุ่นเก่ เปิดเวทีจัดกิจกรรมแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ “Hackulture 2023 illuminate Thai อัปเวลแฟชั่นไทย ด้วยดิจิทัล” เชิญชวนคนรุ่นใหม่และรุ่นเก๋า แข่งขันประชันไอเดีย แฮกแฟชั่นไทยด้วยวัฒนธรรมและดิจิทัลคอนเทนต์ ปลุกพลัง Soft Power ไทย ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 400,000 บาท ส่งผลงานได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2566 สมัครได้ที่ www.hackulture.com สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร 099-4946664
ที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐได้วางนโยบายแผนรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566 – 2570 โดยคณะรัฐมนตรีได้ลงมติเห็นชอบถึงยุทธศาสตร์ต่อการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลให้มีทิศทางที่ชัดเจนและเกิดขึ้นได้จริงในเชิงปฏิบัติ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำทางสิทธิสวัสดิการประชาชนและมีมาตรฐานทัดเทียมกับนานาประเทศ นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช) หรือ ONDE กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ที่ผ่านมา สดช เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด จึงได้มีการผลักดันสนับสนุนให้เกิดโครงการ Digital Cultural Heritage ระยะที่ 2 ขึ้น หรือโครงการส่งเสริมการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสู่รูปแบบดิจิทัล โดบมีวัตถุประสงค์ในการถ่ายทอดมรดกวัฒนธรรมให้สามารถไปสู่ระดับโลกผ่านระบบดิจิทัลเพื่อเป็นการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมไทยให้อยู่ในรูปแบบที่ยั่งยืน ประกอบกับวัฒนธรรมไทย ถือว่าเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่เต็มไปด้วยอัตลักษณ์ไม่เหมือนชาติอื่น เช่น มวยไทย, กางเกงช้าง, ข้าวเหนียวมะม่วง ทั้งหมดนี้มีส่วนอย่างมากในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศไทยให้เติบโตขึ้น

นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า “กิจกรรมแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ (Hackathon) ในระยะที่ 2 นั้นใช้ชื่อว่า Hackulture 2023 illuminate Thai อัปเวลแฟชั่นไทย ด้วยดิจิทัล จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีประชันความสามารถของมนุษย์ยุคดิจิทัลให้ใช้ทักษะความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ในการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรม และยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ประกอบไปด้วย สิ่งทอ เครื่องแต่งกาย เครื่องหนัง เครื่องประดับและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่นไทย ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและดิจิทัลแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการสร้าง Soft Power ที่สามารถสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจของชาติอย่างยั่งยืน”
“Hackulture 2023 illuminate Thai อัปเวลแฟชั่นไทย ด้วยดิจิทัล” จัดแข่งขัน 2 ระดับ ได้แก่ ระดับนักเรียน นิสิต นักศึกษา (มัธยม / ปวช. / ปวส. / ปริญญาตรี) และระดับประชาชนทั่วไป (ประชาชนทั่วไป / ปริญญาโท / ปริญญาเอก) โดยรวมกลุ่ม 4-6 คน ร่วมประชันไอเดียและสร้างสรรค์ผลงาน แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 สาขา ได้แก่ 1) สาขาเทคโนโลยีดิจิทัล: คิดค้น สร้างสรรค์นวัตกรรมหรือปรับปรุงชิ้นงานกระบวนการที่มีอยู่เดิมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น สามารถสร้างความสะดวกสบายหรือเพิ่มมูลค่าเชิงการตลาด เช่น Application Game นวัตกรรมที่ใช้ใน Platform ที่มีอยู่เดิม AR VR นวัตกรรมที่ใช้การ Coding เทคโนโลยีบล็อกเชน และอื่น ๆ 2) สาขาสื่อมัลติมีเดีย: สร้างสรรค์ชิ้นงานที่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดเดิม ๆ เพื่อนำไปสู่การสร้างกรอบความคิดใหม่ นำเสนอผลงานในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง อาทิ แอนิเมชัน โมชันกราฟิก 2D 3D Motion ภาพยนตร์สั้น ที่มีการใช้ Computer Graphic เป็นองค์ประกอบในการนำเสนอ และอื่น ๆ
เปิดรับผลงานตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 30 กันยายน 2566 สมัครได้ที่ www.hackulture.com สอบถามเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/dchthackulture หรือ [email protected] โทร : 099-4946664 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 400,000 บาท ทุกทีมที่ผ่านรอบคัดเลือกจะได้รับทุน Smart Skills หลักสูตร E-Learning เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล ที่ได้รับการยอมรับจากบริษัทดิจิทัลชั้นนำระดับโลก มูลค่าประมาณ 5,700 บาท(ได้รับทุกคน) และมีโอกาสนำเสนอผลงานต่อผู้บริหารองค์กรทางด้านดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทย อาทิ สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ผู้บริหารห้างสรรพสินค้า Show DC เป็นต้น

ทั้งนี้ นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยังกล่าวอีกว่า “ในปีนี้ สดช. เลือก 1 ใน 5F (Food Film Fashion Fighting และ Festival) ของ Soft Power ไทย นั่นคือ F-Fashion มาเป็นธีมแข่งขัน Hackulture 2023 illuminate Thai อัปเวลแฟชั่นไทย ด้วยดิจิทัล จึงอยากเชิญชวนเยาวชนและประชาชนทั่วไป ร่วมประชันไอเดียช่วยกันแฮกแฟชั่นไทยด้วยวัฒนธรรมและดิจิทัลคอนเทนต์ ปลุกพลัง Soft Power ไทย ให้ดังไกลระดับโลก เพราะแฟชั่นไทยมีเสน่ห์ มีเรื่องเล่า มีเรื่องราวและแฝงด้วยวัฒนธรรมที่น่าสนใจสามารถนำสตอรี่ของแฟชั่นไทยเหล่านั้นมาสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจของชาติได้อย่างยั่งยืน โดยตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้แฟชั่นไทยดังไกลระดับโลกได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวางก็คือดิจิทัลนั่นเอง”
นอกจากจะจัดแข่งขัน Hackathon แล้วก็ยังมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการโดยผ่านกระบวนการห้องปฏิบัติการนโยบายสาธารณะ หรือ Policy Lab เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรมแต่ละด้าน มีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบายสาธารณะเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งเจ้าของมรดกวัฒนธรรม เจ้าของแพลตฟอร์ม บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทุกภาคส่วนยอมรับว่า Cultural Content มีความสำคัญมากๆ และเป็นรากฐานของ Soft Power ไทย ซึ่งต้องถูกนำมาใช้และสร้างรายได้เข้าประเทศ ผ่านยุทธศาสตร์ 5 แนวทาง ได้แก่ ศึกษารวบรวม อนุรักษ์ พัฒนาทักษะ ต่อยอด และเผยแพร่เนื้อหาวัฒนธรรมด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี

ภายหลังจากการสิ้นสุดโครงการ Digital Cultural Heritage ระยะที่ 2 ทางสดช. จะนำข้อสรุปที่ได้จากโครงการดังกล่าว ไปเสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อผลักดันข้อเสนอแนะดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติต่อไป รวมทั้งสนับสนุนท้องถิ่นต่าง ๆ ให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลถ่ายทอดมรดกวัฒนธรรม พร้อมทั้งจะจัดกิจกรรมการเรียนรู้และแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ (Hackathon) เพื่อถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่องต่อไป