เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

UNHCR เปิดตัวผลงานศิลปะ “อนุสาวรีย์ไหมพรมแห่งความรัก”

26 ก.ย. 2566 | 14:22น.
UNHCR เปิดตัวผลงานศิลปะ “อนุสาวรีย์ไหมพรมแห่งความรัก”

UNHCR เปิดตัวผลงานศิลปะ “อนุสาวรีย์ไหมพรมแห่งความรัก”

จัดแสดง และระดมทุนมอบความช่วยเหลือเด็กผู้ลี้ภัยทั่วโลก 

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) โดยความร่วมมือกับอาจารย์ ดร.เตยงาม คุปตะบุตร ศิลปินหญิงและอาจารย์ภาควิชาสื่อผสม คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และคุณศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช สมาชิกกิตติมศักดิ์

กองทุนนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่เพื่อผู้ลี้ภัยของ UNHCR จัดงานนิทรรศการ “อนุสาวรีย์ไหมพรมแห่งความรัก” ผลงานศิลปะจากการถักทอไหมพรมเพื่อสื่อถึงความเข้มแข็งและกล้าหาญของเด็กผู้ลี้ภัยที่กำลังเผชิญวิกฤติ ทั่วโลก

จากรายงานของ UNHCR พบว่าวิกฤติสงครามและความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ในปี 2565 มีจำนวนผู้ลี้ภัย และผู้ถูกบังคับให้พลัดถิ่นสูงถึงกว่า 110 ล้านคน ถือเป็นจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับจากหลังสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2

กว่าครึ่งของประชากรผู้ลี้ภัยในโลกคือ “เด็ก” หลายคนต้องใช้ชีวิตในวัยเด็กทั้งหมดในพื้นที่ที่ห่างไกล จากบ้านเกิดหลายครั้ง พลัดพรากจากครอบครัว

เด็ก ๆ จำนวนมากได้เห็นหรือมีประสบการณ์ผ่านการกระทำที่รุนแรงและในระหว่างลี้ภัยน้องๆมีความเสี่ยง  ต่อการถูกล่วงละเมิด เพิกเฉย ความรุนแรง การถูกแสวงประโยชน์ หรือการค้ามนุษย์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เด็กผู้ลี้ภัยมีภาวะยืดหยุ่นทางจิตใจอย่างน่าอัศจรรย์ น้องๆเรียนรู้ เล่น และค้นหาทักษะ เพื่อหาแนวทางที่จะจัดการกับปัญหา พร้อมดึงความเข้มแข็งของตนเอง ครอบครัว และชุมชนออกมาได้

“เด็ก ๆ ควรมีโอกาสเล่น เรียน และมีความฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ไม่ใช่พลัดพรากจากครอบครัวเพราะสงคราม” นาวีน อัลเบิร์ต รองผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาติ กล่าว “UNHCR ทำงานร่วมกับรัฐบาล องค์กรในประเทศ และระหว่างประเทศ เพื่อมอบความคุ้มครอง และหาทางออกที่ถาวรให้แก่เด็กผู้ลี้ภัย โดยเฉพาะเด็กที่พลัดพรากจากพ่อแม่ รวมถึงสนับสนุนการศึกษา และการฟื้นฟูจิตใจอีกด้วย” ดร.เตยงาม คุปตะบุตร ศิลปินหญิงและอาจารย์ภาควิชาสื่อผสม คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ติดต่อ UNHCR เพื่อเสนอความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยโดยเฉพาะเด็ก จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เห็นรอบตัว

ได้มีโอกาสศึกษาและเรียนรู้เรื่องสงครามและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั่วโลก  ก็พบว่า มีจำนวนสงครามและปริมาณผู้คนตที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ  จึงมาพิจารณาว่าตัวเองในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ทำงานศิลปะได้ จะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง”  ดร.เตยงาม คุปตะบุตร อาจารย์ภาควิชาสื่อผสม คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าว

สิ่งที่เรารู้สึกสะเทือนมากที่สุดคือ สถานการณ์ของเด็ก ไม่ว่าจะยากดีมีจนแค่ไหน ชีวิตวัยเด็กน่าจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุด   แต่… เด็กทุกคนไม่ได้โชคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กที่เติบโตขึ้นมาในฐานะผู้ลี้ภัย เราหวังว่าผลงานศิลปะ “อนุสาวรีย์ไหมพรมแห่งความรัก” จะเป็นส่วนหนึ่งให้ผู้ที่ได้ร่วมชมนิทรรศการได้ระลึก ยกย่อง เชิดชูและส่งมอบกำลังใจให้แก่เด็กๆต้องเผชิญกับความยากลำบากและความโหดร้ายของสงคราม

นอกจากนี้ นิทรรศการ “อนุสาวรีย์ไหมพรมแห่งความรัก” ยังได้รับความร่วมมือจากคุณศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช สมาชิกกิตติมศักดิ์ กองทุนนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่เพื่อผู้ลี้ภัยของ UNHCR ที่ช่วยเหลือประชาสัมพันธ์ให้ผลงานศิลปะได้รับรู้ในวงกว้าง

“ริต้าคุ้นเคยกับการทำการกุศลมาตั้งแต่เป็นเด็กสมัยมัธยม เริ่มจากสนับสนุนเรื่องการศึกษาของเด็ก”คุณศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช สมาชิกกิตติมศักดิ์ กองทุนนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่เพื่อผู้ลี้ภัยของ UNHCR กล่าว “พอเราเปลี่ยนสถานะเป็นแม่ ยิ่งอ่อนไหวกับเรื่องความรัก ความผูกพันของแม่ลูกจึงตั้งใจว่าจะทำหน้าที่สื่อสารให้คนไทยรับรู้เกี่ยวกับชีวิต และสถานการณ์ผู้ลี้ภัยให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง และเด็กผู้ลี้ภัย”

นิทรรศการผลงานศิลปะ “อนุสาวรีย์ไหมพรมแห่งความรัก” โดย ดร.เตยงาม คุปตะบุตร ศิลปินหญิงและอาจารย์ภาควิชาสื่อผสม คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จะมีการจัดแสดงให้ทุกท่านเข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 กันยายน 2566 ณ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ผู้ที่สนใจสามารถจองผลงานได้ในงาน รายได้หลังจากการหักค่าใช้จ่ายมอบให้แก่ UNHCR เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กผู้ลี้ภัยทั่วโลก อาทิ การหาครอบครัวที่พลัดพราก การฟื้นฟูสภาพจิตใจ การศึกษา รวมถึงการจดทะเบียนเกิด เพื่อให้เด็กผู้ลี้ภัยสร้างชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง นอกจากนี้ส่วนหนึ่งของผลงาน “อนุสาวรีย์ไหมพรมแห่งความรัก”จะนำไปจัดแสดงให้ทุกท่านเข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 20 ถึง 26 กันยายน 2566 ณ ชั้น 4  ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาซซี่

“อนุสาวรีย์ไหมพรมแห่งความรัก” ใช้เวลาในการผลิตอย่างยาวนานกว่า 2 ปี โดยมีความหมายว่าวัสดุที่ใช้สร้างอนุสาวรีย์ชุดนี้ จะไม่ใช่โลหะที่มีความคงทนอยู่ได้หลักร้อยปี   แต่ไหมพรมได้แสดงให้เห็นถึงนัยยะที่สำคัญ ก็คือ ความเปราะบางของชีวิตเด็ก  ที่อาจถูกบั่นทอน ถูกทำร้าย และถูกทำให้เสียหายหากเรายื่นมือเข้าไปช่วยไม่ทันเพราะดิฉันเชื่อเสมอมาว่ามนุษย์ทุกคน

เกิดมาเท่าเทียมกันและเป็นคนเหมือนกัน และมีสิทธิ์ที่จะได้รับความช่วยเหลือ  เพื่อที่จะสร้างชีวิตใหม่ขึ้นมาเหมือนกัน  ไม่ว่าเขาจะอยู่ตรงไหนของโลกใบนี้ก็ตาม