ศุภมาส ลงมือเองสวมชุดเชฟ “ผัดไอ้คุ่ย” อาหารเก่าแก่เมืองเพชร
เมื่อวันที่ 13 พ.ค.น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อม นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวง อว. น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวง อว. และคณะผู้บริหารกระทรวง อว. ลงพื้นที่ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 (ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม) ที่ จ.เพชรบุรี เพื่อติดตามการดำเนินงานของกระทรวง อว.ในพื้นที่ โดยได้เดินทางมาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เพื่อเป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนาม MOU “ร่วมดำเนินงาน Soft Power ด้านอาหาร 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย” ระหว่าง 6 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏและสถาบันวิทยาลัยชุมชน โดยมีปลัดกระทรวง อว. และเชฟชุมพล แจ้งไพร มาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

จากนั้น น.ส.ศุภมาส ได้สวมใส่ชุดเชฟและลงมือทำเมนู “ผัดไอ้คุ่ย” ซึ่งถือเป็นสำรับอาหารเก่าแก่ของเมืองเพชรบุรี จัดเป็นอาหารประเภทผัดที่มีรสชาติเผ็ดร้อน เพราะใช้เครื่องเทศหลากหลายชนิดในการปรุงเครื่องแกง โดยมีคณะผู้บริหารและผู้เข้าร่วมงานต่างส่งเสียงเชียร์ ทั้งนี้ น.ส.ศุภมาส ได้โชว์ฝีมือการผัดและปรุงเองทุกขั้นตอน ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ เมื่อผัดเสร็จก็ตักใส่จานและตกแต่งอย่างสวยงาม พร้อมนำมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชิม ซึ่งต่างบอกว่าอร่อยมาก โดยเฉพาะเชฟชุมพลที่ได้ชิมถึงกับยกนิ้วให้ สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับ น.ส.ศุภมาส พร้อมกับกล่าวว่า กระทรวง อว. พร้อมเดินหน้าโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย โดยจะใช้กลไกของมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวง อว. ทั่วประเทศสร้างเชฟขึ้นมาตามอัตลักษณ์ของพื้นที่นั้นๆ เพราะมหาวิทยาลัยมีเครื่องมือ มีอุปกรณ์ มีห้องปฏิบัติการอาหารชั้นสูงได้มาตรฐานสากล มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ มีงบประมาณ และขณะนี้กระทรวง อว.ได้ร่วมกับเชฟชุมพลจัดทำหลักสูตรด้านอาหาร โดยจะเรียน 240 ชม. เน้นปฏิบัติ 80% เน้นทฤษฎี 20% ตั้งเป้าว่าในปี 2567 จะผลิตเชฟได้ 1 หมื่นคน และในเชฟ 1 หมื่นคน จะต้องมีมากกว่า 5,000 คนได้งานทำ เพราะนี่คือโครงการเรือธงของ Soft Power ประเทศไทย



ด้านเชฟชุมพล กล่าวว่า กระทรวง อว.จะเป็นกระทรวงหลักในการดำเนินโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย โดยในปี 2567 เราตั้งเป้าจะมีเชฟ 1 หมื่นคน ปี 2568 2 หมื่นคน ปี 2569 2 หมื่นคน และปี 2570 2.5-2.8 หมื่นคน โดยกระทรวง อว. จะนำในเรื่องของหลักสูตรอาหารที่มีมาตรฐานสู่ชุมชน เพราะการทำอาหารให้อร่อยจะต้องมีหลักสูตรที่มีมาตรฐาน ที่สำคัญ เรื่องการทำอาหารคนไทยไม่เป็นรองใคร และขณะนี้ประเทศไทยเป็น Top 3 ด้านอาหารของโลก ซึ่งโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 เซฟอาหารไทย จะเริ่มในช่วงปลายเดือน ก.ค. ไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ย. 2567 นี้