คืนแสงสว่างให้คนกรุง “ยุทธการช็อตโจรขโมยสายไฟ” วาระแห่งเมือง ที่ กทม. เอาจริง!
ปัญหาไฟฟ้าดับจากสายไฟถูกขโมย ไม่ใช่แค่ความมืดมิดชั่วคราว แต่คือการบั่นทอนคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของชาวกรุงเทพฯ อย่างร้ายแรงด้วยมูลค่าความเสียหายที่มหาศาลในเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญหา “โจรขโมยสายไฟ” จึงถูกยกระดับขึ้นเป็น “วาระแห่งเมือง” ที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประกาศเอาจริงเอาจัง พร้อมเปิดฉาก “ยุทธการช็อตโจรขโมยสายไฟ” เพื่อคืนความสว่างและความมั่นใจให้ชาวกรุง

ความเสียหายที่มองเห็นและมองไม่เห็น
ข้อมูลจากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า สาเหตุหลักของไฟฟ้าดับริมถนนในกรุงเทพฯ กว่าครึ่งหนึ่ง (50%) มาจากอุปกรณ์ชำรุด แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ 35% ของไฟฟ้าดับ เกิดจาก “สายไฟถูกขโมย” ซึ่งสูงเป็นอันดับสอง รองลงมาคือความชื้น (10%) ที่สำคัญคือทรัพย์สินที่ถูกขโมยเป็นของกรุงเทพมหานครเอง (80%)
ความเสียหายจากโจรลักขโมยสายไฟไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตัวเลขเม็ดเงินที่สูงลิ่ว แต่ยังรวมถึงผลกระทบที่ประชาชนต้องเผชิญในแต่ละวัน นั่นคือความรู้สึกไม่ปลอดภัยบนท้องถนนที่มืดมิด เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมและอุบัติเหตุที่อาจตามมา

ยุทธการช็อตโจร: มาตรการระยะสั้น สู่แผนระยะยาว
ด้วยตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา ผู้ว่าฯ ชัชชาติ จึงประกาศให้การปราบปรามโจรขโมยสายไฟเป็น “วาระแห่งเมือง”
มาตรการระยะสั้น (เร่งด่วน): กรุงเทพมหานครได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการ “พาดสายอากาศ” ใน 21 เส้นทางที่พบปัญหาการลักขโมย และสามารถแก้ไขไปแล้วถึง 16 เส้นทาง (ข้อมูล ณ 12 มิ.ย. 68) อาทิ ถนนพหลโยธิน, ถนนเทอดดำริ, ถนนสุขุมวิท, ถนนคุ้มเกล้า, ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า, ถนนเทพรักษ์, ถนนสิรินธร รวมถึง Skywalk บางกะปิ เพื่อให้แสงสว่างกลับคืนสู่ถนนหนทางโดยเร็วที่สุด

แนวทางป้องกันระยะยาว: กทม. ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังวางแผนป้องกันในอนาคตอย่างรอบด้าน
- ชุดปฏิบัติงานและยานพาหนะ: กำหนดรูปแบบเครื่องแต่งกายและสติกเกอร์สำหรับรถปฏิบัติงานซ่อมแซมไฟฟ้าให้ชัดเจน ง่ายต่อการสังเกต เพื่อป้องกันการแอบอ้าง
- วัสดุอุปกรณ์: ออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อการตัดและงัดแงะ
- เทคโนโลยีอัจฉริยะ: ติดตั้งระบบ IoT (Internet of Things) ในตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าแสงสว่าง และติด QR Code ที่เสาไฟฟ้าเพื่อให้ประชาชนสามารถสแกนแจ้งเหตุไฟฟ้าดับได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดเสี่ยงและจุดล่อแหลม เพื่อเฝ้าระวังและป้องปราม
- การบูรณาการความร่วมมือ: นี่คือหัวใจสำคัญของยุทธการนี้ โดย กทม. ได้ผนึกกำลังกับทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), ตำรวจนครบาล, วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย, กรมการปกครอง และที่สำคัญคือ ภาคประชาชน ให้เข้ามาเป็นแนวร่วมสำคัญในการแก้ไขปัญหา

พลังประชาชน : แนวร่วมสำคัญในการปราบปราม
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของประชาชนในการเป็นแนวร่วม โดยมอบหมายให้ทุกสำนักงานเขตสำรวจร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่ เพื่อขอความร่วมมือและแจ้งให้ทราบถึงมาตรการทางกฎหมายหากมีการรับซื้อของโจร นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ร้านรับซื้อของเก่าที่มีใบอนุญาตปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด หากพบสิ่งของที่สงสัยว่าเป็นของทางราชการ เช่น สายไฟ หรือฝาท่อ ต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

หากประชาชนพบเห็นการลักลอบตัดสายไฟ สามารถแจ้งเบาะแสได้ทันทีผ่านสายด่วน 191 หรือ Traffy Fondue หรือแจ้งสถานีตำรวจในท้องที่