ไขความลับแรงหนุนทองคำ หลังจบการเจรจาสหรัฐฯ–จีน
ไขความลับแรงหนุนทองคำ หลังจบการเจรจาสหรัฐฯ–จีน
การพบกันครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง นอกรอบการประชุม APEC เมื่อ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี และอาจเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ–จีน หลังจากผู้นำทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงทางการค้าเป็นเวลา 1 ปี
สาระสำคัญของข้อตกลง:
- ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเหลือ 47% (เดิม 57%) และมีผลทันที
- ลดภาษีศุลกากรที่เกี่ยวข้องกับเฟนทานิล (fentanyl) เหลือ 10% (เดิม 20%) และมีผลทันที
- จีนกลับมาซื้อถั่วเหลืองปีละ 25 ล้านตัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี รวมถึงสินค้าเกษตรอื่น ๆ จากสหรัฐฯ
- ยุติการผูกขาดและการระงับการส่งออก ‘แร่หายาก’ (Rare Earths)
- ระงับการเก็บค่าธรรมเนียมท่าเรือชั่วคราว เป็นเวลา 12 เดือน คิดเป็นมูลค่า 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
- บรรลุข้อตกลงทางการค้าเป็นเวลา 1 ปี และคาดว่าจะต่ออายุได้ในอนาคต โดยทั้งสองฝ่ายเตรียมลงนามอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้
ปมที่รอการคลี่คลาย ประเด็นใหญ่ที่ยังไร้คำตอบ
แม้การเจรจาของสองมหาอำนาจในครั้งนี้จะช่วยลดความตึงเครียดลงได้บางส่วน แต่ตลาดกลับมองว่า นี่เป็นเพียง ‘การพักรบสงครามการค้าชั่วคราวเท่านั้น’ ความไม่แน่นอนยังคงเป็นชนวนสำคัญและอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากมี 3 ประเด็นใหญ่ที่จีนเรียกร้อง แต่ไม่ได้รับคำตอบจากสหรัฐฯ อันได้แก่
1) การยุติข้อจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีชั้นสูงไปจีน
2) การไม่สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน
3) การยกเลิกข้อจำกัดการลงทุนของจีนในสหรัฐฯ
ตลาดทองคำยังได้รับปัจจัยหนุน เมื่อความไม่แน่นอนยังคงคุกรุ่น
นายธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง ประเมินว่า นอกจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนและสนับสนุนให้ทองคำยังคงมีแนวโน้มเป็นบวกและสามารถทรงตัวอยู่ในระดับสูงได้ต่อไป เช่น
- การชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ หนี้สาธารณะและเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์
- ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนเพิ่มการลงทุนในกองทุนทองคำ (ETF)
- ความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
กลยุทธ์การลงทุนทองคำจากฮั่วเซ่งเฮง:
แนะทยอยสะสมที่ 3,800 – 3,850 ดอลลาร์ (ราคาทองคำแท่งประมาณ 59,000 – 59,500 บาท)
แนวต้านระยะสั้น 4,150 – 4,200 ดอลลาร์ (ราคาทองคำแท่งประมาณ 63,500 – 64,000 บาท)
ทั้งนี้ นักลงทุนต้องติดตามท่าทีของ Fed ในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนธันวาคม ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำในช่วงสุดท้ายของปี