จับตาทองคำโลก เมื่อประธาน Fed สายเหยี่ยวเข้าคุมบังเหียน สวนทางมุมมองเดิมของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยในยุคทรัมป์
ตลาดการเงินโลกผันผวนหนัก หลังโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ “เควิน วอร์ช” นักเศรษฐศาสตร์สายเหยี่ยว ขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน Fed คนใหม่ แทนเจอโรม พาวเวลล์ ส่งผลให้ทองคำปรับตัวลดลงเกือบ 10% ภายในวันเดียว ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่ารับข่าวนโยบายการเงินสายเหยี่ยว ฮั่วเซ่งเฮงแนะนักลงทุนต้องจับตาความสมดุลใหม่ของ Fed พร้อมวางกลยุทธ์รับมือความผันผวน โดยยังมองเป้าหมายทองคำปีนี้สูงสุดที่ระดับ 6,000 ดอลลาร์
ย้อนรอยศุกร์ทมิฬ: ทองคำดิ่งหนักสุดในรอบ 40 ปี
ราคาทองคำโลกเผชิญแรงเทขายรุนแรงเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยราคาทองคำ Spot ปรับตัวลงจากระดับ 5,377 ดอลลาร์ สู่ 4,688 ดอลลาร์ ภายในวันเดียว นับเป็นการปรับฐานหนักที่สุดในรอบกว่า 40 ปี ขณะที่โลหะเงิน (Silver) เผชิญแรงเทขายหนัก ราคาทรุดตัวลงกว่า 30%
การปรับฐานครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แต่ตลาดกำลังมองว่า การเข้ามาของเควิน วอร์ช อาจทำให้เกิด ‘การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของเฟด’ (Fed Pivot)
ผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์และทองคำ
การมาของวอร์ชทำให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) พุ่งขึ้นทันที เนื่องจากตลาดกำลังคาดหวังว่า “วอร์ช” จะสามารถต้านทานแรงกดดันจากการแทรกแซงทางการเมือง และนำพา Fed ไปสู่การกำหนดนโยบายที่มีความเป็นกลางมากขึ้น พร้อมทั้งเปลี่ยนการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยให้เป็นกระบวนการที่คาดการณ์ได้และโปร่งใส
นักวิเคราะห์จาก OCBC ระบุว่า การพักฐานของทองคำเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังราคาปรับขึ้นอย่างร้อนแรงตลอดปีที่ผ่านมา โดยการเสนอชื่อวอร์ชนั่งประธาน Fed เป็นเพียงตัวเร่งให้เกิดแรงขายทำกำไร
มุมมองและกลยุทธ์จากฮั่วเซ่งเฮง
แม้ในระยะสั้นทองคำจะเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น แต่ฮั่วเซ่งเฮงมองว่า ‘แนวโน้มขาขึ้นในภาพใหญ่ยังไม่จบ’ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการภาษีตอบโต้การค้า การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (De-dollarization) และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก สำหรับราคาทองคำในประเทศช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าเคลื่อนไหวในกรอบ 69,000-88,000 บาท ส่วนราคาเป้าหมายสูงสุดของปี คาดว่าอาจพุ่งขึ้นถึงระดับ 6,000 ดอลลาร์ (หรือเทียบเท่าราคาทองคำในประเทศราว 88,000 บาทต่อบาททองคำ)
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: หากราคาย่อตัวลงมาที่ 4,500 ดอลลาร์ (หรือเทียบเท่าราคาทองคำในประเทศราว 69,000 บาทต่อบาททองคำ) เป็นจุดที่น่าสนใจในการทยอยเข้าซื้อสะสม
กลยุทธ์การลงทุนระยะยาว: แนะนำ ‘ถือต่อ’ โดยควรมีทองคำติดพอร์ตไว้ 10-15% เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสงครามการค้าและความผันผวนของนโยบายทรัมป์ที่อาจกลับมาสร้างภาวะเงินเฟ้อในอนาคต