Skip to content
ดูทั้งหมด

ไทย-ทั่วโลก เร่งออกมาตรการประหยัดพลังงาน รับมือราคาพุ่ง เสี่ยงขาดแคลน

08 เม.ย. 2569 | 15:22น.

ภาวะสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางขณะนี้ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงหลักทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้น และก่อให้เกิดความกังวลเรื่องการจัดหาพลังงานให้มีเพียงพอต่อความต้องการใช้ โดยเฉพาะเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับจากการขาดแคลนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ ล่าสุดวานนี้ (7 เม.ย. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไทย แถลงแนวทางการประหยัดพลังงานของรัฐบาล โดยจะพิจารณาใช้มาตรการ    ปิด-เปิดปั๊มในช่วงเวลา 22.00-05.00 น. ซึ่งจะเริ่มดำเนินการหลังวันที่ 20 เม.ย. 69 เป็นต้นไป หลังประชาชนเดินทางกลับจากเทศกาลสงกรานต์ อีกทั้งขอความร่วมมือประชาชนและภาคเอกชน ร่วมกันประหยัดพลังงานในรูปแบบเดียวกับภาครัฐที่ได้ออกมาตรการไปก่อนหน้านี้ ทั้งการทำงานจากบ้าน หรือ WFH (Work from Home) หรือทำงานจากทุกที่ที่มีความสะดวก WFA (Work from Anywhere)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้พยายามดำเนินการหลายอย่าง เช่น สั่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะเต็มกำลังการผลิตเพื่อใช้ทดแทนโรงไฟฟ้าที่ใช้ LNG น้ำเข้า และเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนต่างๆ เต็มกำลัง ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็ได้ออกมาตรการการประหยัดการใช้ไฟฟ้า

หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย นำแนวคิดในการประหยัดพลังงานโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน หรือที่เรียกว่า “ปรับเล็กเพื่อเปลี่ยนใหญ่” มาใช้ เพื่อคือลดการใช้พลังงานในส่วนน้อย แต่เมื่อรวมกันในระดับประเทศ จะสามารถลดความต้องการใช้พลังงานโดยรวม (Total Energy Demand) และลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศที่มีราคาสูงได้อย่างมีอิมแพค เช่น ไทยออกมาตรการให้ข้าราชการระงับการเดินทางไปต่างประเทศ และให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานจากที่บ้าน รวมถึงให้เดินทางเท่าที่จำเป็นโดยใช้ระบบ Car Pool หรือระบบขนส่งสาธารณะ

พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้ผลักดันมาตรการ “ประหยัดไฟ ไทยต้องรอด” ซึ่งประกอบด้วยมาตรการ  5 ป. ได้แก่

  1. ปิด คือ ปิดไฟทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน
  2. ปรับ คือ ปรับอุณหภูมิแอร์ที่ 25-26 องศาเซลเซียส ช่วยลดค่าไฟฟ้าประมาณ 10 %
  3. ปลด คือ ปลดปลั๊กทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน
  4. เปลี่ยน เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ช่วยประสิทธิภาพการใช้งาน และประหยัดไฟ
  5. ปลูก ปลูกต้นไม้เพื่อให้ร่มเงา ช่วยลดอุณหภูมิ และช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์

ในประเทศ เกาหลีใต้ รณรงค์ให้ประชาชนลดระยะเวลาอาบน้ำและการใช้น้ำร้อน งดการชาร์จโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในช่วงเวลากลางคืน เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในช่วงพีค การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส และเครื่องทำความร้อนไม่เกิน 18 องศาเซลเซียส ในส่วนของการจัดหาพลังงาน ยังได้กลับมาเปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวน 5 แห่ง อีกครั้งภายในเดือน พ.ค. นี้ และผ่อนคลายข้อจำกัดของโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ด้านปากีสถาน กำหนดให้พนักงานทั้งภาครัฐและเอกชนทำงานจากที่พักอาศัย (WFH) ในสัดส่วน 50% นอกจากนั้น ยังสั่งลดการใช้รถยนต์ราชการลงถึง 60% พร้อม และลดโควตาการใช้น้ำมันของหน่วยงานรัฐลง 50% ในช่วงเวลา 2 เดือน ขณะที่ฟิลิปปินส์ ปรับลดวันทำงานของหน่วยงานภาครัฐบางส่วนเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ ทั้งยังให้ทุกหน่วยงานลดการใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิงลง 10- 20% ส่วนศรีลังกา กำหนดให้หน่วยงานรัฐลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และมีมาตรการสั่งปิดไฟถนน และป้ายโฆษณาต่าง ๆ เพื่อลดการใช้พลังงานลง 25%

ในสถานการณ์ที่ยังไม่อาจคาดเดาได้ว่าสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯและอิสราเอลกับอิหร่านจะจบลงเมื่อใด และถึงแม้เหตุการณ์ความขัดแย้งจะยุติลงในอนาคต แต่โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคตะวันออกกลางก็ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู จึงทำให้ราคาพลังงานและการขาดแคลนจะยังอยู่อีกระยะหนึ่ง ดังนั้น การประหยัดพลังงานจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นวิธีที่จำเป็นต้องทำทันทีเพื่อรับมือกับวิกฤตในครั้งนี้