Toyota ขับเคลื่อนศักยภาพชุมชนสู่ความยั่งยืน สร้างความยั่งยืนจากแนวคิดเมืองสีเขียวและศักยภาพของผู้คน
ก่อนจะเกิดคำว่า ‘ความยั่งยืน’ สิ่งแรกที่ต้องหยั่งลึกลงในใจผู้คน คือความเชื่อว่า เราลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองได้ ความเปลี่ยนแปลง มิอาจเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน และมิอาจเกิดขึ้นได้ด้วยเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการมีพื้นที่ให้เรียนรู้ มีโอกาสให้ลงมือทำ และมีใครสักคนที่เชื่อว่าศักยภาพของชุมชนเติบโตได้ นั่นคือวิธีคิดที่ Toyota ยึดถือมาตลอด
หลายคนรู้จัก Toyota ในบทบาทผู้พัฒนานวัตกรรมยานยนต์ เพื่อเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับโอกาสใหม่ในชีวิต ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘เป็นผู้นำพาการขับเคลื่อนยุคใหม่ เพื่อเสริมสร้างความสุขของผู้คน และความยั่งยืนของสังคม’ ซึ่ง Toyota เชื่อว่า การพัฒนา ที่ดีที่สุด คือการสร้างโอกาสให้ผู้คนก้าวไปข้างหน้าด้วยตนเอง เติบโตไปพร้อมกับสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล เพราะ การพัฒนาที่ยั่งยืน ควรวัดจากคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ชุมชนที่เข้มแข็ง และความสามารถในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ
วิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของ Toyota ได้นำไปปฏิบัติจริงผ่านความร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้โครงการ Village to the World Season 5 #SustainableAgenda #QueenLegacy เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติที่ ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หนองระหารจีน และชุมชนตำบลหัวไผ่ จังหวัดอ่างทอง ความยั่งยืนไม่ได้อธิบาย ผ่านคำศัพท์ที่ซับซ้อน แต่มองเห็นได้จากชีวิตประจำวัน แปลงผักที่ปลูก อย่างรับผิดชอบ การจัดการน้ำอย่างรู้คุณค่า การผลิตอาหาร ที่ปลอดภัย และองค์ความรู้ที่ค่อย ๆ ส่งต่อจากคนรุ่นสู่รุ่นโดย Toyota มุ่งมั่นลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการดำเนินงาน และเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อนาคต ขณะเดียวกันก็เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ต้องเริ่มต้นจากการลงมือทำในระดับชุมชน สะท้อนผ่าน การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร นั่นคือ ‘Toyota Green Town’ หรือ ‘โตโยต้าเมืองสีเขียว’ พื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้ด้านความยั่งยืนและสร้างสมดุล ระหว่างคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่กับการดูแลโลกอย่างยั่งยืน ผ่านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม ด้วยแนวคิด 5 โมดูลรักษ์โลก ได้แก่ เพิ่มพื้นที่สีเขียว, อนุรักษ์น้ำ, เดินทางอย่างยั่งยืน, ใช้พลังงานทางเลือก และการจัดการขยะ
เมื่อแนวคิดเดียวกันเดินทางมาถึงหนองระหารจีน กลับไม่ใช่การเข้าไปแทนที่ วิถีเดิมของชุมชน แต่เข้าไปต่อยอดสิ่งที่ชุมชนมี ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผลิตอาหารอย่างรับผิดชอบ และสร้างสมดุลระหว่างชีวิตกับธรรมชาติ เพื่อเป็นรากฐานความยั่งยืนในระยะยาว สิ่งที่ Toyota เรียนรู้จากการร่วมโครงการนี้คือ พลังของความร่วมมือ เมื่อภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชนนำความเชี่ยวชาญของตนเองมาร่วมกันต่อยอด ย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีพลัง ไม่เพียงแค่ในรูปของผลผลิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนผ่านความมั่นใจของผู้คน ความหวังของเยาวชน และความเข้มแข็งของชุมชนที่พร้อมเติบโตด้วยศักยภาพของตนเอง

คุณสุทธิชา จิตตานนท์ ผู้จัดการแผนกส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “Toyota เชื่อว่าการขับเคลื่อน ที่มีความหมายที่สุด ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบนท้องถนน แต่เกิดขึ้นเมื่อเราช่วยให้ชีวิต ของผู้คนก้าวไปข้างหน้าได้ เราเรียนรู้จากฟาร์มตัวอย่างหนองระหารจีนว่า การพัฒนาต้องเริ่มต้นจากการสร้างโอกาสให้คนค้นพบศักยภาพของตนเอง เมื่อคนมีความรู้ ความมั่นใจ และความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกก็จะขยายออกไปสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคม

“นี่คือ Impact ที่สำคัญที่สุดของโครงการ Village to the World และเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Toyota ในการเสริมสร้างความสุข ของผู้คนและความยั่งยืนของสังคม” เราอาจเข้าใจว่าความยั่งยืน คือปลายทางที่ต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะไปถึง แท้จริงแล้ว ความยั่งยืนอาจเกิดขึ้นตั้งแต่วินาทีที่ผู้คนเริ่มเชื่อว่า พวกเขามีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตของตัวเองได้ หากผู้คนได้ลงมือทำ เขาจะเห็นคุณค่า และเพียงไม่นาน การเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ ผลิบาน นั่นคือการขับเคลื่อนที่ Toyota เชื่อว่าจะพาสังคมก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน