Ripple พร้อมกลุ่มพันธมิตรชั้นนำกว่า 40 รายร่วมเปิดตัว PayID
Ripple พร้อมกลุ่มพันธมิตรชั้นนำกว่า 40 รายร่วมเปิดตัว PayID รูปแบบใหม่ของการชำระเงินด้วยไอดีสากล (universal ID)
บริษัทชั้นนำทางด้านฟินเทค เทคโนโลยี การเงิน และองค์กรไม่แสวงผลกำไร รวมพลังจับมือกันประกาศเปิดตัว PayID ซึ่งเป็นรูปแบบการชำระเงินด้วยไอดีสากล (universal ID) ที่ช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการส่งและรับเงินทั่วโลกผ่านเครือข่ายการชำระเงินและรองรับสกุลเงินต่างๆ ได้ บริษัทชั้นนำอาทิ GoPay, Ripple, Blockchain.com, Bitpay, Brave, Mercy Corps และอื่นๆ ได้ผสานความร่วมมือกันในการพัฒนาระบบ PayID ผ่าน Open Payments Coalition ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรจากนานาประเทศที่ประกอบด้วยผู้นำจากวงการฟินเทค การเงิน บล็อกเชน ฯลฯ PayID ช่วยให้ผู้ใช้งานผ่านเครือข่ายการชำระเงินแบบเปิดนี้ได้รับประสบการณ์และความสะดวกสบายมากขึ้น เพราะเป็นการผสานรวมเครือข่ายระบบการชำระเงินแบบปิดมากมายที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันให้อยู่ภายใต้เครือข่ายเดียวกัน
นายเคลวิน ลี Head of South East Asia ของ Ripple ผู้พัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับระบบการชำระเงินระหว่างประเทศทั่วโลกแบบเรียลไทม์ กล่าวว่า “ในช่วงแรกของการประกาศเปิดตัวนั้นมีบริษัทชั้นนำมากกว่า 40 รายจากวงการการเงิน เทคโนโลยี องค์กรไม่แสวงหากำไร ฯลฯ เข้าร่วม ซึ่งเข้าถึงผู้คนกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก ในแถบเอเชียแปซิฟิค DeeMoney,GoPay, Huobi และ Standard Chartered Ventures คือพันธมิตรผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Open Payments Coalition และทั้งหมดต่างก็แสดงเจตจำนงค์ที่จะเปิดใช้ PayID ในอนาคตอันใกล้นี้ เราไม่เพียงแต่รู้สึกตื่นเต้นยินดีกับพันธมิตรผู้เข้าร่วม ณ ปัจจุบัน แต่ยังหมายรวมถึงพันธมิตรที่เราทราบว่ากำลังจะเข้าร่วมกลุ่มฯ เร็วๆ นี้เพื่อแก้ปัญหาการปิดกั้นของระบบการชำระเงินจากกันและกัน และหวังที่จะเปลี่ยนวิธีการรับส่งเงินที่ใช้อยู่ในปัจจุบันให้เป็นระบบเปิดมากขึ้น”
PayID เหมาะกับบริษัททางการเงินทุกระดับที่ให้บริการส่งและรับเงิน ไม่ว่าจะเป็นบริการทางการเงินรูปแบบดั้งเดิมไปจนถึงแอปฟินเทค คริปโต ฯลฯ ในฐานะที่เป็นระบบเปิด PayID คือก้าวสำคัญของการสร้างอนาคตเครือข่ายระบบการชำระเงินแบบเปิดทั้งในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์และทั่วโลก และจะประสบผลสำเร็จอย่างสูงเมื่อมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย อีกทั้งยังเป็นความมุ่งมั่นพยายามที่ขับเคลื่อนโดยพันธมิตรทั้งกลุ่ม ดังนั้นยิ่งมีองค์กรที่ตอบรับการใช้งานเพิ่มมากขึ้นเท่าไร ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อระบบนิเวศน์การชำระเงินทั้งหมดเท่านั้น
ทุกวันนี้เราสามารถส่งอีเมล์ รูปถ่าย หรือข้อความหากันได้ง่าย แต่ยังเป็นเรื่องยากสำหรับการส่งเงินถึงกันเพราะเบื้องหลังของระบบการส่งเงินประกอบไปด้วยเครือข่ายยิบย่อยมากมายที่ไม่ได้คุยด้วยภาษาเดียวกัน ดังนั้นเราจึงควรมีมาตรฐานหนึ่งเดียวในการส่งและรับเงินเพื่อขจัดต้นตอของปัญหา ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการส่งเงินจาก DeeMoney wallet ในไทยไปยัง Coins.ph wallet ในฟิลิปปินส์ คุณรู้เลยว่าเป็นเรื่องยุ่งยากซึ่งไม่น่าจะเป็นประเด็นในยุคดิจิทัลเช่นนี้ PayID จะเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้เพราะแค่ใช้ single address เดียวกันได้กับระบบเครือข่ายการชำระเงินที่เข้าร่วมและรองรับทุกสกุลเงินรวมทั้งเงินดิจิทัล จึงช่วยให้การรับส่งเงินทั้งในและข้ามประเทศเป็นเรื่องง่าย ที่ทำเช่นนั้นได้เพราะใช้มาตรฐานแบบเปิดที่ให้การทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายการชำระเงินได้ฟรี ซึ่งส่งผลดีต่อภาคธุรกิจเพราะสามารถขยายช่องทางให้ลูกค้าชำระเงินผ่านแพลตฟอร์มได้หลากหลายมากขึ้น เท่ากับเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจให้ครอบคลุมมากขึ้น
สำหรับบุคคลทั่วไป PayID ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเพราะไม่ต้องใช้เลขที่บัญชี หรือกรอกข้อมูลเช่น ACH (เลขที่ระบุธนาคารและสาขา) ซึ่งทั้งยาวและจำยาก แต่การใช้ PayID จะจำง่ายมาก ง่ายเหมือนใช้อีเมล์แอดเดรส เช่น Kelvin$CIMBthai.com ส่งไปยัง Jakkrit$SCB.co.th ยิ่งทุกวันนี้มีการใช้หลากหลายมาตรฐานในการระบุตัวตนเพื่อชำระเงินเช่น อีเมล์ การจดจำใบหน้า (biometric ID) เลขที่บัตรปชช หรือหมายเลขมือถือ ฯลฯ ซึ่งข้อมูลบางอย่างก็เป็นเรื่องเฉพาะส่วนตัวเกินไปหรือไม่ก็สุ่มเสี่ยงต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบต่างๆ ดังนั้นไอดีสากล (universal ID) ที่ใช้สำหรับการชำระเงินจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์เรื่องนี้โดยเฉพาะ
คุณเคลวินกล่าวทิ้งท้ายว่า “ไม่มีตอนไหนที่จะดีไปกว่าตอนนี้อีกแล้วในการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับผู้เล่นชั้นนำในแวดวงผู้ให้บริการทางการเงิน เพื่อให้การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรมเติบโตและเป็นระบบที่มีความปลอดภัย รวมถึงยังช่วยต่อยอดการพัฒนานวัตกรรมระบบการชำระเงินอีกด้วย”
ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เปลี่ยนผ่านและก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด โดยมีการตอบรับการใช้งานอีเปย์เม้นท์และธุรกรรมออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งยังคงเห็นแนวโน้มนี้ต่อเนื่องดังจะเห็นได้จากผลการศึกษาของวีซ่าที่พบว่า 72% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยคาดว่าจะเลือกชำระเงินในรูปแบบไร้เงินสดเพิ่มมากขึ้นในปี 2021 และ 55% ของผู้ที่เลือกใช้บริการผ่านช่องทางไร้เงินสดนี้เพราะเป็นวิธีการชำระที่รวดเร็วกว่าวิธีการอื่นๆ
สำหรับคนไทยเราอาจส่งเงินถึงกันได้ง่ายผ่านระบบเครือข่ายเดียวกัน แต่กลายเป็นเรื่องยุ่งเหยิงทันทีหากต้องโอนเงินข้ามไปยังแพลตฟอร์มชำระเงินอื่นหรือข้ามประเทศ ซึ่งปัญหานี้ชัดเจนว่าเป็นเพราะระบบการชำระเงินยังไม่มีการทำงานร่วมกัน ยิ่งโลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล และการระบาดใหญ่ของ Covid-19 ทั่วโลกเป็นตัวเร่งให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว PayID จะเข้ามาช่วยปิดช่องโหว่นี้ให้กับทั้งภาคธุรกิจและชาวไทยทุกคน
เพื่อกันไม่ให้ระบบการชำระเงินเป็นแบบเอกเทศและไร้ประสิทธิภาพ ทุกธุรกิจจำเป็นต้องมีเครือข่ายระบบการชำระเงินแบบเปิดที่รวดเร็วและพร้อมใช้งานสำหรับทุกคน มิฉะนั้นบริการทางการเงินก็จะตกอยู่ในความเสี่ยงและผู้คนก็จะหันไปสนใจบริการการชำระเงินของบริษัทเช่น Google หรือ Apple และอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการเชื่อมต่อกับฝูงชนจำนวนมาก ซึ่งอย่างไรก็ตามยังคงเป็นระบบปิด
ในฐานะที่ Ripple เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มพันธมิตร Open Payments Coalition พูดได้เลยว่าPayID คือสิ่งที่สะท้อนออกมาจากวิสัยทัศน์ Internet of Value ของเรา นั่นก็คือทำให้การเคลื่อนย้ายเงินง่ายเหมือนการเคลื่อนย้ายข้อมูล เราและพันธมิตรทราบดีว่าวิสัยทัศน์ของการเป็นระบบเครือข่ายการชำระเงินแบบเปิดนั้นไม่สามารถจะบรรลุเป้าหมายแห่งความสำเร็จได้เพียงลำพัง ดังนั้นเราขอเชิญชวนให้ทุกองค์กรที่สนใจหรือมีวิสัยทัศน์เหมือนกันมาร่วมสนับสนุนและบูรณาการระบบ PayID ในบริการต่างๆ ของท่าน
หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ PayID โปรดเข้าเยี่ยมชมที่ www.payid.org

