สภาองค์กรของผู้บริโภค-นิด้า จัดเวทีความร่วมมือทางวิชาการในการคุ้มครองผู้บริโภค
สภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกับนิด้า และ 6 สถาบันการศึกษาในภูมิภาค จัดเวทีความร่วมมือทางวิชาการในการคุ้มครองผู้บริโภค และความร่วมมือทางวิชาการในการสำรวจความคิดเห็นและประเมินความพึงพอใจที่มีต่อสภาองค์กรของผู้บริโภค ปี 2565 หวังยกระดับงานนโยบายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคทุกด้าน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคทุกคน
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันการศึกษาในภูมิภาค 6 สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
จัดเวทีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในการคุ้มครองผู้บริโภค และความร่วมมือทางวิชาการในการสำรวจความคิดเห็นและประเมินความพึงพอใจที่มีต่อสภาองค์กรของผู้บริโภค ปี 2565 ณ ห้องนวัตสิกขาลัย อาคารมาลัยหุวะนันท์ ชั้น 5 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวถึงความร่วมมือทางวิชาการดังกล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2565 สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้อนุมัติให้มีการดำเนินงานภายใต้ 5 แผนงาน ประกอบด้วย 1) แผนงานสนับสนุนและดำเนินการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค 2) แผนงานพัฒนานโยบายและมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค 3) แผนงานสนับสนุนหน่วยงานประจำจังหวัดและองค์กรผู้บริโภค 4) แผนงานสื่อสารเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
และ 5) แผนงานจัดตั้งสำนักงานและพัฒนากำลังคนของสภาองค์กรของผู้บริโภค ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการคุ้มครองผู้บริโภค ได้กำหนดไว้ภายใต้ยุทธศาสตร์การสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งผู้บริโภค และองค์กรผู้บริโภค อีกทั้งตามมาตรา 15 ของพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 ระบุว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคมีหน้าที่จัดให้มีการประชุมสมาชิกและผู้บริโภคทั่วไปที่สนใจ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานของสภาองค์กรผู้บริโภคและรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอันจะเป็นประโยชน์แก่การคุ้มครองผู้บริโภค และการปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานของสภาองค์กรของผู้บริโภค
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการในการสนับสนุนงานการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนการจัดทำสำรวจความคิดเห็นและประเมินความพึงพอใจที่มีต่อสภาองค์กรของผู้บริโภค สอบ. จึงได้มอบหมายให้นิด้า ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นและประเมินความพึงพอใจที่มีสภาองค์กรของผู้บริโภค ประจำปีงบประมาณ 2565
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยสำรวจความคิดเห็น ประเมินความพึงพอใจ และรวบรวมข้อเสนอแนะจากสมาชิก องค์กรผู้บริโภคทั่วไป และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง จัดทำเป็นรายงานเสนอต่อสภาองค์กรของผู้บริโภค รวมถึงสร้างเกณฑ์การวิจัยสำรวจความคิดเห็น ประเมินความพึงพอใจ และรวบรวมข้อเสนอแนะร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาในส่วนภูมิภาค ตลอดจนสร้างความตระหนัก และการมีส่วนร่วมในการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับหน่วยงานวิชาการในแต่ละภูมิภาค เพื่อประโยชน์ในการพัฒนางานคุ้มครองผู้บริโภคให้เทียบเท่าสากล
ด้าน รศ.ดร.สมบัติ กุสุมาวลี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและกิจการนานาชาติ นิด้า กล่าวถึงรัฐธรรมนููญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุุบัน ซึ่งได้บัญญัติให้สิทธิแก่ประชาชน ตามมาตรา 46 ที่่ระบุุว่า “สิทธิของผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครอง บุุคคลย่อมมีสิทธิรวมกันจัดตั้งองค์กรของผู้บริโภคเพื่อคุ้มครอง และพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค และองค์กรของผู้บริโภคดังกล่าว มีสิทธิรวมกันจัดตั้งเป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้เกิดพลังในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค โดยได้รับการสนับสนุุนจากรัฐ” และต่อมาได้มีการประกาศ พ.ร.บ.การจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 ขึ้น รองรับสิทธิดังกล่าว จนได้ก่อให้เกิดการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคแล้ว เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2563 ตาม พ.ร.บ.การจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 มาตรา 10 กําหนดให้สภาองค์กรของผู้บริโภค เป็นนิติบุคคลที่มีความเป็นอิสระ
มีวัตถุุประสงค์เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในทุกด้าน และทําหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้บริโภคทุกคน เพื่อให้ความคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค เสนอแนะนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคต่อหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวังและเตือนภัยให้กับผู้บริโภค รวมทั้งสนับสนุนและช่วยเหลือองค์กรของผู้บริโภคในการรักษาประโยชน์ของผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภค ถือเป็นนวัตกรรมทางสังคมรูปแบบใหม่ของการคุ้มครองผู้บริโภค ที่จัดตั้งขึ้นโดยองค์กรและเครือข่ายผู้บริโภคทั่วประเทศ ที่มีส่วนร่วมในการผลักดันมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
นิด้า ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจาก สอบ. ให้ดำเนินการออกแบบขั้นตอน วิธีการ กำหนดกลุ่มเป้าหมายและวิธีการรวบรวมข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง 3 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1) สมาชิกสภาองค์กรผู้บริโภค จำนวนไม่น้อยกว่า 250 องค์กร โดยทำงานร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาในภูมิภาค รวบรวมข้อมูลด้วยวิธี Focus Group 2) ผู้บริโภคทั่วไปที่ใช้บริการและ/หรือสนใจในประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภค 8 ประเด็นทั่วประเทศ ประกอบด้วย 1.ด้านการเงิน การธนาคาร เช่น การทวงหนี้เงินกู้ 2.ด้านสินค้าและบริการ เช่น การซื้อสินค้าออนไลน์ 3.ด้านบริการสุขภาพ เช่น ค่ารักษาพยาบาลแพง 4.ด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ยาปลอม 5.ด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย
เช่น การเรียกร้องกรณีบ้านทรุด บ้านร้าว 6.ด้านสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ค่าโทรศัพท์เรียกเก็บเกินจริง 7.ด้านขนส่งและยานพาหนะ เช่น รถไฟฟ้า รถขนส่งสาธารณะ และ 8.ด้านบริการสาธารณะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม เช่น ค่าน้ำมันแพง โดยรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณด้วยแบบสอบถามออนไลน์ จำแนกตามภูมิภาค 7 ภูมิภาค และ 3) กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานภาคเอกชน ทั้งที่เป็นเครือข่าย และเป็นหน่วยงานที่ถูกตรวจสอบจากสภาองค์กรผู้บริโภค รวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview)
นอกเหนือจากดำเนินการภายใต้โครงการสำรวจความคิดเห็นและประเมินความพึงพอใจที่มีต่อสภาองค์กรของผู้บริโภค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 แล้ว นิด้า และสถาบันการศึกษาทุกฝ่ายยินดีให้ความร่วมมือในการสนับสนุนด้านวิชาการเพื่อการดำเนินงานในการคุ้มครองผู้บริโภค อันจะเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับ สอบ. ทั้งนี้ อาจสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ เท่าที่จำเป็นร่วมกัน อาทิ การสนับสนุนบุคลากร วิทยากร แพลตฟอร์ม การทำโพลสำรวจความคิดเห็น การทำวิจัย การทดสอบคุณภาพสินค้าหรือบริการ การเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค หรือทักษะทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ เพื่อประโยชน์ในการยกระดับงานนโยบายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคทุกด้าน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคทุกคน
