ชัยวุฒิ ชี้ ก.ล.ต.ปล่อยปละละเลย จัดตั้ง Forex 3D ปชช.เสียหายหมื่นล้าน

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์
ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

‘ชัยวุฒิ’ ซัด ก.ล.ต.ปล่อยปละละเลยให้จัดตั้ง ‘Forex 3D’ หลอกลวง ประชาชนลงทุนเสียหายนับหมื่นล้าน แจง ดีอีเอสไม่มีอำนาจปิดเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มลงทุน หากหน่วยงานต้นทางไม่รวบรวมพยานหลักฐานส่งมา

วันที่ 18 กันยายน 2565 มติชน รายงานว่า นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส กล่าวถึงการหลอกลวงประชาชนในคดี Forex 3D เสียหายเป็นหมื่นล้านว่า ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลมีความเป็นห่วงในเรื่องของการเชิญชวนคนมาลงทุนทางช่องทางโซเชียลมีเดีย ผ่านทางเว็บไซต์ต่าง ๆ ทั้งช่องทางเฟซบุ๊ก หรือช่องทางในระบบคอมพิวเตอร์

ซึ่งมีการเชิญชวนร่วมลงทุนหลายรูปแบบ และกระทรวงได้ติดตามต่อเนื่อง เพียงแต่ว่าโดยอำนาจหน้าที่ของกระทรวงไม่สามารถไปปิดเว็บไซต์ หรือปิดกั้นโซเชียลมีเดียนั้นได้ทันที เนื่องจากต้องรอให้หน่วยงานที่มีอำนาจรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อมีความผิดตามกฎหมาย ถึงจะส่งเรื่องมายังกระทรวงเพื่อปิดเว็บไซต์ และแจ้งเตือนประชาชน

นายชัยวุฒิกล่าวว่า ขณะเดียวกัน ส่วนตัวเสียดายที่ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.ที่ไม่ทำหน้าที่ มีการปล่อยปละละเลยให้มีการจัดตั้งบริษัทมาลงทุน และทำให้ประชาชนเสียหายนับหมื่นล้านบาท โดยที่ไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชน แต่กลับไปจับผิดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ใส่ใจเรื่องใหญ่



จึงขอฝากไปยัง ก.ล.ต.ต้องปรับปรุงการทำงานเพราะต้องทำงานตรวจสอบเชิงลึก สอบถามถึงต้นตอที่มาที่ไปของบุคคลที่จะมาลงทุน เพื่อป้องกันไม่ให้มาหลอกลวงนักลงทุน อีกทั้ง ก.ล.ต.เมื่อเกิดเรื่องขึ้นก็ต้องลงมาดูด้วย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี และแจ้งไปยังกระทรวงดิจิทัล เพื่อปิดเฟซบุ๊กไม่ให้หลอกลวงประชาชนอีกต่อไป

“ไม่ใช่ ก.ล.ต.รอให้คนเสียหายเป็นหมื่นล้านบาทแล้วดำเนินคดี ส่วนการแก้กฎหมายในส่วนของกระทรวงดิจิทัล สิ่งแรกต้องใช้กฎหมายเดิม คือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในส่วนของ ก.ล.ต.ก็ต้องเข้าไปกำกับดูแลนักลงทุนกันเอง โดยต้องดูแลเชิงลึก ไปตรวจสอบติดตามการลงทุนของประชาชนในช่องทางมีเดีย ว่ามีใครมาหลอกลวงบ้าง ไม่ใช่ว่าดูแค่การลงทุน

“ต้องดูถึงการเชิญชวนคนมาลงทุนโดยที่ไม่ขออนุญาตด้วย เมื่อพบว่ามีคนทำผิดกฎหมายก็ต้องรีบมาประสานกระทรวงดิจิทัล เพื่อใช้อำนาจ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เข้าไปปิดกั้นปิดเว็บไซต์ ไม่ใช่เมื่อทำไปแล้วค่อยแจ้งเตือนประชาชน ก็จะไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น” นายชัยวุฒิกล่าว


ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลมีการปรับปรุง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อให้รวบรวมพยานหลักฐานปิดเว็บให้ได้มากกว่านี้ ดังนั้น อำนาจจึงมีจำกัด แต่รอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ก.ล.ต.เป็นคนส่งข้อมูลมา เพราะกระทรวงเองยังลงไปเก็บข้อมูลไม่ได้ ถือว่ายังเป็นข้อจำกัดในด้านนี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ