เปิดโผหุ้นรับประโยชน์เงินเฟ้อไทย ก.พ. 66 ต่ำสุดรอบ 13 เดือน “กลุ่มค้าปลีก-เครื่องดื่ม-ร้านอาหาร” รับกำลังซื้อผู้บริโภคเพิ่มขึ้น “กลุ่มสินเชื่อ” แรงกดดันขึ้นดอกเบี้ย กนง.ลด โบรกฯคาดแนวโน้มเงินเฟ้อ มี.ค. มีโอกาสชะลอลงตามราคาอาหารสด-น้ำมันโลกปรับลง ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
วันที่ 8 มีนาคม 2566 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานว่า ตามที่กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขอัตราเงินเฟ้อในเดือน ก.พ. 2566 ขยายตัว 3.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) และชะลอตัวอยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน หลังได้แรงหนุนจากการลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง บวกกับ กบน.มีมติปรับลดราคาน้ำมันดีเซลลง 1 บาทต่อลิตร
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมอาหารสดและพลังงาน) เดือน ก.พ. 2566 ขยายตัว 1.93% YOY ชะลอลงจากเดือน ม.ค. 2566 ที่ขยายตัว 3.04% และดีกว่าที่ตลาดคาดขยายตัว 2.10% YOY
เรามองว่าเริ่มเห็นการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการจากองค์ประกอบของอัตราเงินเฟ้อ ที่ยังเห็นการขยายตัว YOY ในทุกหมวดรายการสินค้า โดย 3 กลุ่มรายการสินค้าที่ปรับเพิ่มขึ้นมากสุด YOY ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง +11.16% ค่าโดยสารสาธารณะ +6.54% และอาหารสำเร็จรูป 4.70%
เงินเฟ้อไทย มี.ค. แนวโน้มชะลอลง
สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อในเดือน มี.ค. 2566 มีโอกาสที่จะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงตามราคาอาหารสดที่ปรับตัวลงหลังสถานการณ์โรคระบาดในสัตว์ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงราคาน้ำมันโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หากแต่การปรับลดเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 1-3% ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังมีความท้าทาย
อย่างไรก็ดีการขยายตัวที่ชะลอลงของเงินเฟ้อคาดช่วยลดแรงกดดันในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย โดยเรามองว่า กนง.จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป หรือครั้งละ 0.25% และคำนึงถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเป็นหลัก โดยเบื้องต้นคาด Terminal Rate จะอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับระดับก่อนโควิดที่ 1.75-2% เพื่อให้ กนง.มีรูมสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต
เปิดโผหุ้นรับประโยชน์
สำหรับกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อไทยชะลอลงคือ 1.กลุ่มค้าปลีก CPALL, BJC, MAKRO, CRC 2.กลุ่มเครื่องดื่มและร้านอาหาร CBG, ICHI, OSP, MINT, CENTEL ซึ่งเป็นไปตามกำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นจากเงินในกระเป๋าที่มากขึ้น
3.กลุ่มสินเชื่อ MTC, SAWAD, TIDLOR ตามแรงกดดันการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.ลดลง
ด้าน บล.เอเซียพลัส รายงานว่า เราคาดว่าหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อไทยชะลอลงคือ 1.กลุ่มค้าปลีก CPALL, CRC, COM7, SPVI, HMPRO 2.กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม AOT, MINT, CENTEL, ERW 3.กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ CPN, SPALI, LH, BRI
4.กลุ่มเช่าซื้อ MTC, TIDLOR, SAWAD 5.กลุ่มส่งออก TU, SAT, AH, SAPPE และ 6.กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KTB, SCB, BBL, KBANK